"หากความโง่เขลาสามารถกลั่นเป็นโอสถทิพย์ได้ ผู้อาวุโสจ้าวท่านนี้คงบรรลุขอบเขตเซียนสวรรค์ไปนานแล้วกระมั้ง..."
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาอย่างเกียจคร้านดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของเรือนพักไผ่เขียว ชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีขาวตัวโคร่งกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ไผ่ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่มองจดหมายท้าประลองสีชาดที่ถูกโยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี ราวกับมันเป็นเพียงเศษใบไม้แห้งข้างทาง หาใช่ประกาศิตจากยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่นภาไม่
มู่หรงเสวี่ยยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้า นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งวังวนวารีปรายตามองท่าทางราวกับแมวขี้เกียจตากแดดของไป๋อวิ๋นด้วยความรู้สึกซับซ้อน ปลายกระบี่วิเศษ 'เหมันต์วารี' ที่เหน็บอยู่ข้างเอวส่งเสียงสั่นพรายเบาๆ คล้ายตอบสนองต่อจิตสังหารจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในบรรยากาศ
"เจ้ายังมีใจมาประชดประชันอีกหรือ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบดุจน้ำค้างแข็ง ทว่าแฝงความกังวลไว้ลึกซึ้ง "ยันต์สะกดปราณที่เจ้าแอบวางไว้เมื่อยามพลบค่ำ แม้จะตบตาคนของผู้อาวุโสจ้าวได้ชั่วคราว แต่การประลองเป็นตายในอีกสามวันข้างหน้า... เจ้าที่ถูกผนึกจุดชีพจร จะเอาอะไรไปรับมือกระบี่เบิกนภาของเขา?"
ไป๋อวิ๋นแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งชวนหมั่นไส้และมีเสน่ห์อย่างประหลาดจนมู่หรงเสวี่ยต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวในดวงตา
"แม่นางมู่หรง... ความจริงของโลกหล้าหาได้ตัดสินด้วยความหนาบางของคมกระบี่ไม่" ไป๋อวิ๋นยันกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ ท่วงท่าอิริยาบถเต็มไปด้วยความลื่นไหลราวกับสายน้ำที่ไร้รูปแบบ "ผู้คนต่างโง่เขลา มักคิดว่าการตวัดกระบี่ให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหวคือวิถีแห่งผู้แข็งแกร่ง แต่นั่นเป็นเพียงการระบายความไร้เดียงสาของเด็กน้อยเท่านั้น"
เขาก้าวเดินออกไปที่ลานกว้างเบื้องหน้า แสงจันทร์นวลตาในยามวิกาลสาดส่องลงมากระทบเรือนร่างระหงเงาเงื้อมของชายหนุ่ม
คืนนี้... เป็นคืนที่พลังหยินโคจรมาบรรจบจุดสูงสุด เหมาะแก่การพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินที่สุดแล้ว
มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น นางถอยหลังไปสองก้าวเพื่อเปิดพื้นที่ ทว่าสัญชาตญาณของยอดฝีมือเตือนภัยนางทันทีว่า สิ่งที่ไป๋อวิ๋นกำลังจะทำ... มันเหนือสามสามัญสำนึกของการบำเพ็ญเพียรโดยสิ้นเชิง
จู่ๆ ร่างของคุณชายขี้เกียจก็ทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นหญ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้างอย่างไร้ซึ่งมาดของจอมยุทธ์ ท่าทางของเขาในตอนนี้ช่างดูประหลาดล้ำ ราวกับเด็กน้อยที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอย่างไร้ระเบียบ ไร้ซึ่งกระบวนท่า ไร้ซึ่งการโคจรลมปราณตามตำราสำนักใดในใต้หล้า
*นี่เขาเสียสติไปแล้วหรือ?* มู่หรงเสวี่ยตกตะลึงจนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
ทว่า... ในวินาทีต่อมา โลกทั้งใบก็พลันเงียบสงัด
*ตูมมม!*
คลื่นพลังไร้รูปสายหนึ่งระเบิดออกมาจากร่างที่นอนกลิ้งไปมาของไป๋อวิ๋น มันไม่ใช่เสียงคำรามกึกก้อง แต่เป็นแรงกดดันทางวิญญาณที่ทำให้มิตรรอบด้านถึงกับบิดเบี้ยว ปราณฟ้าดินที่สงบนิ่งมาตลอดนับร้อยปีเหนือหุบเขากระบี่นภา พลันปั่นป่วนราวกับถูกมืออันทรงพลังของเทพเจ้ามากระชากดึง
*วู้มมมม—!*
กระแสลมปราณบริสุทธิ์นับหมื่นสายหลั่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างของไป๋อวิ๋นดั่งคลื่นคลั่งในมหาสมุทร ท้องนภาที่เคยไร้เมฆหมอกกลับปรากฏกลุ่มเมฆสีครามหมุนวนเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่เหนือเรือนพักไผ่ อักขระโบราณนับพันตัวปรากฏขึ้นรางๆ บนพื้นดินรอบกายเขา สะท้อนแสงเรืองรองราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า
นี่คือเคล็ดวิชาที่หลงลืมไปจากประวัติศาสตร์ยุทธภพ— **"เคล็ดวิชาหมาเมิน"**!
ชื่อวิชาอาจดูตลกขบขันและไร้ศักดิ์ศรีในสายตาผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ทว่าแกแท้จริงแล้วมันคือเคล็ดวิชาสะท้านสามภพที่ใช้ "ความไร้ลักษณ์" สยบ "ทุกรูปแบบ" ปล่อยให้ร่างกายกล;เป็นสื่อกลางระหว่างฟ้าดินโดยปราศจากการฝืนต้าน เมื่อนอนกลิ้งไปตามกระแสธรรมชาติ ปราณฟ้าดินย่อมไหลเข้ามาเติมเต็มจุดชีพจรที่อุดตันโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องโคจรลมปราณให้เหนื่อยยาก ไม่ต้องนั่งสมาธิให้ปวดเมื่อย นี่คือวิถีแห่งความเกียจคร้านขั้นสูงสุด—ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ใช้ความไร้ระเบียบกลืนกินระเบียบของฟ้าดิน!
มู่หรงเสวี่ยเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง นางเป็นถึงอัจฉริยะแห่งวังวนวารี ย่อมมองออกว่าสิ่งที่ไป๋อวิ๋นกำลังทำอยู่นั้นไม่ใช่การฝึกตนธรรมดา แต่มันคือการ "ท้าทายกฎเกณฑ์สวรรค์" โดยตรง ปราณรอบตัวเขากำลังทะลวงผ่านขอบเขตพลังทีละขั้นอย่างน่ากลัว จากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่สาม... สู่ขั้นที่สี่... และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง!
*กรอบแกรบ... เสียงกระดูกลั่นดังสนั่น*
ผิวพรรณของไป๋อวิ๋นเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูราวกับรูปสลักจากหยกสวรรค์ ความกดดันระดับนี้ทำให้นางเซียนผู้เยือกเย็นถึงกับต้องยกกระบี่ขึ้นค้ำยันพื้นเพื่อต้านทานแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมา
*เขา... เขากำลังทำอะไรกันแน่? คนผู้นี้ซ่อนความลับอันน่ากลัวอะไรไว้เบื้องหลังรอยยิ้มกวนประสาทนั้น?* มู่หรงเสวี่ยจ้องมองร่างของชายหนุ่มที่ยังคงนอนเกลือกกลิ้งอย่างสบายใจเฉิบ หัวใจของนางเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกสนอกสนใจเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะถอนตัว
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันตระการตาของการทะลวงพลังนั้นเอง
*แอ๊ด...*
เสียงประตูรั้วไม้ไผ่หน้าเรือนถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเงาร่างอันคุ้นเคยของชายชราตาบอดที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือกระบี่อาบยาพิษ
"ฮ่าๆๆ ไป๋อวิ๋น! ดึกดื่นปานนี้แล้ว เจ้ายังจะละเมอฝันกลางวันอยู่หรือ? ข้าได้กลิ่นอายพลังที่ผิดปกติ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะแอบฝึกวิชาลักลอบนอกรีต... คืนนี้แหละ คือวันตายของเจ้า!"
ผู้อาวุโสจ้าวหัวร่ออย่างบ้าคลั่ง จิตสังหารพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาเงื้อกระบี่หมายจะแทงทะลวงหัวใจของไป๋อวิ๋นที่กำลังนอนอยู่บนพื้นโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว!
มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสี นางตวัดกระบี่เหมันต์วารีเตรียมพุ่งเข้าไปขวาง ทว่าช้าเกินไป—!
ทว่า ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ไป๋อวิ๋นที่นอนอยู่บนพื้นยังคงหลับตาพริิมอย่างเกียจคร้าน เขาไม่ได้แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้น เพียงแค่... ยกปลายนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นมาเบาๆ แล้วดีดออกไปสู่อากาศธาตุ!
*เปรี้ยง!*
อักขระสีทองโบราณที่ลอยวนอยู่รอบตัวเขาก่อตัวเป็นค่ายกลยันต์มังกรพฤกษาในพริบตา พุ่งเข้าใส่ร่างของผู้อาวุโสจ้าวด้วยความเร็วเหนือแสง!
ผู้อาวุโสจ้าวเบิกตากว้างด้วยความตระหนกสุดขีด ความกลัวแล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างที่เหนือกว่าตนเองนับร้อยเท่า!
"อ๊ากกก—!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขากระบี่นภา ร่างของผู้อาวุโสจ้าวปลิวละลิ่วกระแทกกำแพงเรือนพังยับเยินกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ดวงตาที่บอดสนิทเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ปลายกระบี่ของไป๋อวิ๋น... อะแฮ่ม, ไม่สิ เพียงแค่ปลายนิ้วที่สะบัดออกเมื่อครู่ กลับหยุดจ่ออยู่ที่หว่างคิ้วของผู้อาวุโสจ้าวอย่างแม่นยำ ราวกับมัจจุราชชี้ทางตาย
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ไป๋อวิ๋นค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้มู่หรงเสวี่ยที่ยืนแข็งค้างเป็นหิน
"แม่นางมู่หรง... ดึกมากแล้ว เจ้าว่าเราควรจัดการกับ 'สุนัขจรจัด' ตัวนี้อย่างไรดีล่ะครับ?"
---
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนของผมเสมอนะครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 3
เคล็ดวิชาหมาเมินที่สะท้านสามภพ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!