เสียงหัวเราะเย้ยหยันดั่งสายฟ้าฟาดก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงลับแห่งสุสานกระบี่โบราณ แรงกดดันระดับขอบเขตวิญญาณแท้จริงแผ่ซ่านกดทับจนแผ่นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
"ฮี่ๆๆๆ... ในที่สุด 'กุญแจ' ก็ตกลงมาอยู่ในมือข้าเสียที ขอบใจเจ้ามากนะคุณชายไป๋ ที่ช่วยเปิดประตูนี้ให้!"
ผู้อาวุโสจ้าวเผยรอยยิ้มชั่วร้ายจนใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยว ดวงตาที่ฝ้าฟางฉายแสงสีโลหิตพ, ร่างกายของมันพองขยายขึ้นด้วยพลังมารที่สะสมมานานนับร้อยปี มันสะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว คลื่นปราณสีดำทมิฬก็พุ่งเข้าใส่ร่างของไป๋อวิ๋นราวกับอสรพิษคลั่งที่รอคอยเวลาฉกกัด
ทว่า ไป๋อวิ๋นกลับมิได้แสดงสีתตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือไขว้หลัง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูการแสดงงูปัดหางของเด็กน้อย
"เฮ้อ... คนสมัยนี้ช่างใจร้อนเสียจริง" ไป๋อวิ๋นถอนหายใจยาวเหยียด พลางส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระอา "ข้าอุตส่าห์ไขปริศนาค่ายกลเก้าสวรรค์ด้วยสมองอันปราดเปรื่องของตัวเอง แต่มดปลวกตัวหนึ่งกลับคิดจะมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หน้าตาเฉย ช่างไร้ยางอายสิ้นดี"
"ปากดีนัก! วันนี้ข้าจะบดขยี้กระดูกเจ้าให้แหลกเป็นผุยผง!" ผู้อาวุโสจ้าวกู่ร้องคำราม กรงเล็บมารสีดำทมิฬตะปบลงมาหมายปลิดชีพ
*เปรี้ยง!*
ก่อนที่กรงเล็บนั้นจะถึงตัว แผ่นยันต์อักขระสีทองอร่ามสามแผ่นที่ไป๋อวิ๋นดีดออกไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครล่วงรู้ พลันเปล่งแสงเจิดจ้าหลอมรวมเป็นม่านบา리어ค่ายกลสะท้อนกลับ แรงกระแทกมหาศาลซัดย้อนกลับใส่ผู้อาวุโสจ้าวจนกระเด็นกระดอนถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเลือดดำออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
"ยันต์อักขระ... เจ้า... เจ้าซ่อนมันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามด้วยความเคียดแค้น
"ยันต์พวกนี้ราคาแพงออกจะตาย ข้าใช้เปลืองไปตั้งสามแผ่น เจ้าต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ข้าด้วยนะ" ไป๋อวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใจกลางห้องโถงลับที่ถูกปลดผนึก พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ละอองแสงสีทองและไอเย็นเยือกแข็งพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำลองเบื้องบน ใจกลางแสงสว่างเจิดจ้า ปรากฏเงาร่างของศาสตราวตราโบราณเล่มหนึ่งลอยเคว้งคว้างอยู่ มันแผ่กลิ่นอายกดขี่ข่มเหงที่ทำให้สรรพสิ่งต้องสั่นสะเทือน—กระบี่บรรพกาลในตำนาน!
มู่หรงเสวี่ยดวงตาเป็นประกาย นางเซียนผู้เยือกเย็นถึงกับลมหายใจสะดุด กลิ่นอายกระบี่ธรรมชาติรอบตัวนางปั่นป่วนวุ่นวาย นี่คือกระบี่ในตำนานที่สำนักกระบี่นภาตามหามาสามชั่วอายุคน!
ทว่า ปฏิกิริยาของไป๋อวิ๋นกลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้แท่นพิธี คว้าจับด้ามกระบี่บรรพกาลที่ปล่อยแสงเจิดจ้าขึ้นมาตรงๆ แต่ทว่า...
*ตุ้บ!*
ร่างของไป๋อวิ๋นทรุดฮวบลงไปครึ่งหนึ่ง น้ำหนักมหาศาลของกระบี่เล่มนั้นดึงรั้งจนแขนของเขาแทบหลุด สีหน้าขี้เกียจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งทันที
"ให้ตายเถอะ... กระบี่บ้าอะไรเนี่ย หนักเป็นบ้า!" ไป๋อวิ๋นบ่นอุบอิบ ใบหน้าหล่อเหลาย่นยู่ด้วยความหงุดหงิด "คนสร้างกระบี่นี่คิดจะเอาไปถมที่หรือไง ถึงได้สร้างให้มันหนักอึ้งไร้เหตุผลเช่นนี้ ขี้เกียจถือแล้ว โยนทิ้งเสียดีไหมเนี่ย"
ว่าแล้ว ไป๋อวิ๋นก็ทำท่าจะสะบัดมือปล่อยกระบี่บรรพกาลเล่มนั้นให้ร่วงลงพื้น ราวกับมันเป็นแค่ท่อนไม้ไร้ค่าชิ้นหนึ่ง
ผู้อาวุโสจ้าวที่แอบมองอยู่ถึงกับเบิกตากว้าง หัวใจแทบจะหยุดเต้น ไอ้สวะนี่มันเสียสติไปแล้วหรือไร! นั่นคือกระบี่บรรพกาลสะท้านภพเชียวนะ!
"เจ้าคนโง่เง่า! อย่าทำลายมันนะ!"
มู่หรงเสวี่ยที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ข้างๆ ทนดูความสิ้นคิดของชายหนุ่มไม่ไหว นางพุ่งตัวเข้ามาด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเรュยดราวสายน้ำไหล มือเรียวดั่งหยกขาวคว้าหมับเข้าที่ด้ามกระบี่ร่วมกับเขาอย่างรวดเร็วเพื่อพยุงน้ำหนัก
กลิ่นกายหอมละมุนดั่งดอกเหมยในเหมันตฤดูโชยเข้าจมูกของไป๋อวิ๋น พร้อมๆ กับความนุ่มนวลจากสัมผัสที่มือของหญิงสาว มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น ใบตองอ่อนขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ด้วยความใกล้ชิดที่กะทันหัน นางตวัดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองหน้าเขาอย่างคาดโทษ
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงจะโยนสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ทิ้ง?" น้ำเสียงของนางเย็นชา แต่กลับเจือความหอบสะท้านเล็กน้อยจากการใช้พลังปราณรับน้ำหนักกระบี่
ไป๋อวิ๋นกะพริบตาปริบๆ มองหญิงสาวผู้เยือกเย็นที่ตอนนี้กำลังแนบชิดติดกับเขาโดยไม่รู้ตัว เขายิ้มละไมพลดกล่าวกลั้วหัวเราะเบาๆ
"ก็มันหนักมือข้านี่ครับคุณหนูมู่หรง... หากเจ้าชอบนัก ข้า ยกให้เจ้าก็แล้วกัน"
คำพูดราวกราบทูลมอบสิ่งของไร้ค่า ทำเอามู่หรงเสวี่ยหัวใจกระตุกวูบ นางจ้องมองนัยน์ตาที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และจริงใจของชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจที่หนาวเหน็บมาเนิ่นนานของนาง
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังสบตากันท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มผัน Asunder ผู้อาวุโสจ้าวที่ฉวยโอกาสช่วงชุลมุน แผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับระเบิดพลังมารขั้นสูงสุด พุ่งทะยานเข้าใส่หลังของทั้งคู่โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
"ตายเสียเถอะไอ้คุณชายขี้เกียจ! กระบี่นั้นต้องเป็นของข้า!"
พลังมารสีดำทะมึนแปรสภาพเป็นคมหอกโลหิตพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายของไป๋อวิ๋นในระยะประชิด ท่ามกลางความตกใจและเสียงกรีดร้องของค่ายกลที่กำลังจะพังทลาย
ไป๋อวิ๋นเพียงแค่เหลือบตามองเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ มือข้างที่ว่างดีดนิ้วเบาๆ กลางอากาศ...
"ช้าไปสามลมหายใจนะ... ตาแก่"
*แคว่ก!*
อักขระโบราณสีทองที่สลักไว้ใต้พื้นศิลาพลันสว่างวาบขึ้นดั่งดวงอาทิตย์แผดเผา!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันเสมอมานะครับ
— หมึกทองคำข้ามภพ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 25
กระบี่เทพสุริยันย้อยแสง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!