"เสียงหนวกหูจริง ๆ ครับ..."
ไป๋อวิ๋นถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเฮือกหนึ่ง สายตาปรือปรี่ที่ควรจะกำลังดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอันแสนสุข กลับถูกรบกวนด้วยเสียงระเบิดกัมปนาทและแรงสั่นสะเทือนที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงรากเหง้าของขุนเขา
ย้อนกลับไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน อักขระโบราณสีทองที่สลักไว้ใต้พื้นศิลาพลันสว่างวาบขึ้นดั่งดวงอาทิตย์แผดเผา!
รัศมีสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนฟ้า กลายเป็นตาข่ายอักขระมหึมาที่แผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมรัศมีนับร้อยลี้ ค่ายกลสวรรค์สะท้อนดาราทำงานอย่างเต็มรูปแบบ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาทันที จนกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรสายมารที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเพื่อแย่งชิงสมบัติโบราณ ต่างหน้าถอดสี ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นราวกับถูกภูเขาทั้งลูกทับถม
"อักขระบ้าอะไรกัน! ปราณวิญญาณของข้าถูกผนึก!"
หนึ่งในผู้อาวุโสสำนักมารผู้หนึ่งแผดเสียงร้องคำรามด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดปูดโปーンขึ้นตามขมับ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการถูกพลังกดดันมหาศาลบดขยี้กระดูกทั่วร่าง มันเป็นผู้ใช้พลังขอบเขตแดนสวรรค์ขั้นที่เจ็ด แต่ในยามนี้ กลับไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาที่แบกหินผาพันชั่ง
ทว่า ท่าความโกลาหลและเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่ามารร้าย มีเพียงร่างระหงร่างหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม
มู่หรงเสวี่ย องค์หญิงแห่งวังวนวารี นางเซียนผู้เยือกเย็นและโดดเดี่ยวในวิถีกระบี่ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน กระบี่วิเศษในมือสั่นระริก ปล่อยละอองแสงสีฟ้าครามปกป้องร่างจากแรงกดดันของค่ายกล นางไม่ได้ถูกค่ายกลทำร้าย กลับกัน นางสัมผัสได้ถึงความปรานีที่ซ่อนอยู่ในการจัดวางอักขระเหล่านี้... สายตาอันคมกราบดั่งน้ำแข็งพันปีของนางเหลือบมองไปยังทิศทางหนึ่ง ทันทีทันใด
ณ เบื้องล่างซากปรักหักพังของวิหารโบราณ ไป๋อวิ๋นกำลังนอนพิงก้อนศิลาอย่างเกียจคร้าน ในมือถือขวดเหล้าหอมกรุ่น เขายกขึ้นจิบเบา ๆ พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ
"คนเขากำลังจะนอนหลับพักผ่อนให้สนิทเสียหน่อย พวกเจ้าฝูงสุนัขรับใช้มารฟ้าเหล่านี้ ช่างไร้มารยาทเสียจริงนะศิษย์พี่จ้าว หรือว่าสมองของพวกท่านมีแต่ขี้เลื่อยกันแน่?"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ ทว่ากลับดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคนอย่างชัดเจน
ไม่ไกลนัก ผู้อาวุโสจ้าวแห่งสำนักกระบี่นภา ผู้ซึ่งฉวยโอกาสเข้ามาสมคบคิดกับสำนักมารเพื่อหวังแย่งชิงสมบัติเซียน กำลังคลานสี่ขาอยู่บนพื้นด้วยความอนาถ ใบหน้าของมันซีดเผือด ไร้ซึ่งมาดของผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงของไป๋อวิ๋น มันก็เบิกตากว้างด้วยความเคียดแค้นและหวาดกลัวระคนกัน
"ไป๋... ไป๋อวิ๋น! เจ้าสวะขี้เกียจเช่นเจ้า เหตุใดจึง... หรือว่าค่ายกลนี่..." ผู้อาวุโสจ้าวตะโกนเสียงหลงด้วยความไม่เชื่อสายตา
ในสายตาของมัน ไป๋อวิ๋นเป็นเพียงศิษย์สายในที่ไร้ประโยชน์ วัน ๆ เอาแต่นอนและดื่มสุรา เหตุใดเวลานี้ กลับกลายเป็นผู้ควบคุมค่ายกลสะท้อนดาราอันทรงพลังระดับโบราณกาลไปเสียได้?
ไป๋อวิ๋นลุกขึ้นยืนช้า ๆ ปัดฝุ่นตามอาภรณ์สีขาวสะอาดตาอย่างไม่ใส่ใจ เขาสบตากับมู่หรงเสวี่ยที่มองมาพอดี แววตาเยือกเย็นคู่นั้นของนางมีความห่วง 1 ส่วน และความทึ่ง 9 ส่วนซ่อนอยู่ นางเซียนผู้สูงส่งไม่เคยคิดเลยว่า บุรุษที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าไร้น้ำยา จะกุมชะตากรรมของคนนับร้อยไว้ที่ปลายนิ้ว
"มองข้าเช่นนี้ แปลว่าข้าหน้าตาดีเกินไปจนเจ้าใจเต้นหรือเปล่า แม่นางมู่?" ไป๋อวิ๋นส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้ ทำเอามู่หรงเสวี่ยที่กำลังรักษาภาพลักษณ์นางเซียนผู้เยือกเย็นถึงกับใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ นางรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที พ่นลมหายใจเย็นชาออกมาเบา ๆ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
*บุรุษผู้นี้... ยามคับขันยังจะมีอารมณ์มาหยอกเย้าผู้อื่นอีกหรือ?* นางคิดในใจ
"เจ้าเด็กเหลือขอ! อย่าผยองให้มากนัก!"
เสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาดดังขึ้นจากเงาดำสนิทกลางอากาศ ประมุขสำนักมาร 'เทียนอวี้' ผู้ฝึกวิชาปีศาจกลืนกินโลหิต ร่างของมันพุ่งทะยานฝ่าแรงกดดันของค่ายกลออกมาได้ด้วยการเผาผลาญโลหิตแก่นแท้ ดวงตาสดสีแดงฉานจ้องมองไป๋อวิ๋นด้วยจิตสังหารอันรุนแรง กรงเล็บสีดำมหึมาตวัดเข้าใส่ร่างของไป๋อวิ๋นอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ หวังจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียว!
"ระวัง!" มู่หรงเสวี่ยอุทานลั่น กระบี่ในมือเตรียมพุ่งออกไปช่วย
ทว่า ไป๋อวิ๋นกลับเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นมาเบา ๆ นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเป็นเส้นสายอักขระสีทองอร่าม
"ช้าไป..."
*เปรี้ยง!*
อักขระทองคำระเบิดออกเป็นม่านพลังรูปดอกบัวเพลิงสวรรค์ พลังปราณมารที่แผดเผาของเทียนอวี้ถูกสลายกลายเป็นจุลในพริบตาเดียว แรงสะท้อนกลับทำให้ประมุขสำนักมารกระอักเลือดคำโต ร่างร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กระดูกทั่วร่างแตกละเอียดจนไม่อาจขยับเขยื้อน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที ทุกคนต่างอ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานชั่วขณะ
ประมุขสำนักมารผู้ทรงพลังน่าสะพรึงกลัว กลับพ่ายแพ้ต่อการตวัดนิ้วเพียงครั้งเดียวของเด็กหนุ่มผู้ขี้เกียจเนี่ยนะ? นี่มันเรื่องเหลวไหลอะไรกัน!
"พวกเจ้าทำลายความสงบสุขในการนอนกลางวันของข้า..." ไป๋อวิ๋นก้าวเดินช้า ๆ เข้าไปหาผู้อาวุโสจ้าวที่กำลังสั่นเทาเป็นเจ้าเข้าทรง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงอบอุ่นและสุภาพ แต่ในสายตาของทุกคน มันกลับดูน่ากลัวยิ่งกว่ายมทูตจากขุมนรก
"ดังนั้น... พวกเจ้าคงต้องชดใช้ด้วยการเป็นปุ๋ยให้สวนสมุนไพรของข้าแล้วล่ะครับ"
นิ้วชี้ของไป๋อวิ๋นเรืองแสงสีทองเจิดจ้า เตรียมจะสะ Nบออกเพื่อกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในคราเดียว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท้องนศิลายามค่ำคืนที่ควรจะแจ่มใส กลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาทุ่งทั่วผืนฟ้า พร้อมกับแรงกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่ห้วงมิติยังต้องปริร้าว!
บรรยากาศเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสี นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสำนักมาร
"นี่มัน... ทัณฑ์สวรรค์ขั้นที่เก้า? หรือว่า..." นางหันขวับไปมองไป๋อวิ๋นด้วยความตกตะลึง
ไป๋อวิ๋นหยุดชะงัก รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจังเป็นครั้งแรก เขาสงสายตาขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบน ก่อนจะพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
"เฮ้อ... เจ้าพวกข้างบนนี่ ช่างเลือกเวลามาขัดจังหวะได้ดีเสียจริงนะ..."
สิ้นคำพูดของเขา ท้องฟ้าก็ฉีกขาดออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างเงาดำลึกลับผู้หนึ่งสวมชุดคลุมลายดาราโบราณ ก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยุทธภพ!
"ไป๋อวิ๋น... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าราชันย์เซียนกระบี่ผู้ทรยศ ถึงเวลาชำระหนี้เลือดเมื่อพันปีก่อนเสียที!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 26
การหักหลังกลางแดนลับและการล้างบาง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!