“เจ้าคิดว่ากระบี่ในมือข้าเป็นเพียงเหล็กกล้าไร้ค่ากระนั้นหรือ ประมุขมาร?”
ไป๋อวิ๋นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ร่างของคุณชายผู้ถูกตราหน้าว่าไร้พลังยืนตระหง่านอยู่กลางลานประลองที่ถูกไอหมอกสีเลือดปกคลุม แววตาของเขาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาที่ดูลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร เขายืนมือไขว้หลัง มืออีกข้างถือพัดด้ามจิ้วที่ดูราวกับของเล่นชิ้นหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนศิษย์สำนักรอบข้างแทบหายใจไม่ออก
ตรงหน้าเขา ประมุขมารแห่งสำนักเงาโลหิตพ่นลมหายใจดั่งสัตว์ร้าย ไอปีศาจพวยพุ่งออกจากร่างดุจเปลวเพลิงสีดำทมิฬ มันหัวเราะก้องจนผืนดินสั่นสะเทือน “ไป๋อวิ๋น! วันนี้เจ้าจะเป็นรายแรกที่วิญญาณจะถูกข้ากลืนกินให้ดับสูญในวิชามารฟ้า! จงจำชื่อข้าไว้ในนรกเสียเถิด!”
มู่หรงเสวี่ยซึ่งยืนอยู่บนแท่นหินด้านข้างกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งนิรันดร์บัดนี้กลับมีความกังวลฉายชัดในแววตา นางอยากจะกระโจนเข้าไปช่วยเขา แต่ความทระนงในศักดิ์ศรีของชายผู้นี้ทำให้นางต้องชะงัก สายตาที่ไป๋อวิ๋นส่งมาให้ก่อนหน้านี้... มันคือความมั่นใจที่นางไม่เคยพบเห็นจากบุรุษใดมาก่อน
“วิชามารฟ้ากลืนกินวิญญาณรึ?” ไป๋อวิ๋นยิ้มมุมปาก พลางสะบัดข้อมือเบาๆ แผ่นยันต์สีทองอร่ามที่เขียนด้วยอักษรโบราณนับพันตัวพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ “สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำ มิใช่การกลืนกินวิญญาณหรอกประมุขมาร... แต่มันคือการ ‘ฆ่าตัวตาย’ โดยที่เจ้าเองก็ยังไม่รู้ตัว”
เขาสะบัดนิ้วเพียงคราเดียว ยันต์อักขระสีทองหมุนวนดั่งพายุ มันมิได้พุ่งเข้าหาศัตรู แต่กลับกระจายตัวออกเป็นรูปทรงค่ายกลแปดทิศครอบคลุมพื้นที่รอบตัวประมุขมารในชั่วพริบตา
“ค่ายกลสะท้อนวิญญาณ!” ผู้อาวุโสจ้าวที่นั่งแอบอยู่มุมมืดของลานประลองเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา เขาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ “เป็นไปไม่ได้! วิชาที่สาบสูญไปนับพันปี ไฉนศิษย์สวะเช่นมันถึงได้ครอบครอง!”
ประมุขมารแผดเสียงคำราม ลำแสงสีดำทมิฬพุ่งออกจากฝ่ามือ หวังจะกระชากวิญญาณของไป๋อวิ๋นให้หลุดออกจากร่าง แต่ทว่าทันทีที่พลังมารนั้นสัมผัสกับม่านแสงสีทองของค่ายกล อักขระเหล่านั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับกระจกเงาที่ขยายผลคูณเป็นทวีคูณ พลังมารที่ทรงอานุภาพกลับถูกตีกลับด้วยทิศทางที่แม่นยำดุจจับวาง!
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว ประมุขมารที่มั่นใจในพลังตนเองกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตระหนก เมื่อพลังที่ตนปล่อยออกไปกลับพุ่งเข้าใส่ร่างของตนเองอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง!
“อ๊ากกกกก!”
ร่างของเจ้าแห่งมารกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำทะลักออกจากปากของมัน ผิวหนังที่เคยเหี่ยวย่นและดุดันกลับซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว ลมปราณในกายแตกซ่านจนแทบไม่เหลือชิ้นดี มันเงยหน้ามองไป๋อวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
ไป๋อวิ๋นก้าวเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของเขามั่นคงหนักแน่นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งชะตากรรม เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าประมุขมารที่กำลังสั่นสะท้าน แล้วใช้พัดด้ามจิ้วเชยคางศัตรูขึ้นมา
“เจ้าเรียกมันว่าการกลืนกินวิญญาณงั้นหรือ?” ไป๋อวิ๋นกระซิบเสียงต่ำ เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกชัน “แต่ในวิถีของข้า... สิ่งที่เจ้าทำลงไป เรียกว่าการรนหาที่ตาย”
ประมุขมารที่หยิ่งผยองบัดนี้กลับต้องคุกเข่าลงแทบเท้าของเขา มันสั่นเทาด้วยความกลัว “ข้า... ข้าผิดไปแล้ว! โปรดเมตตาไว้ชีวิตข้าด้วย... ข้าเพียงแค่ถูกยุยง... ไว้ชีวิตข้าเถิดท่านเซียน!”
เหตุการณ์เปลี่ยนไปรวดเร็วจนผู้คนรอบข้างตะลึงงันไปตามๆ กัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คำเดียว มู่หรงเสวี่ยลดกระบี่ลงช้าๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความกังวลกลับสงบนิ่งลง แต่ในครานั้นเอง สายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะลุผ่านม่านค่ายกลเข้ามาโดยที่ไป๋อวิ๋นไม่ทันสังเกต
เป็นบุรุษในชุดคลุมสีเทาที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้ตลอดเวลา มันชักกระบี่สั้นอาบยาพิษสีม่วงเข้มออกมา แล้วพุ่งตรงไปที่แผ่นหลังของไป๋อวิ๋นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนทั่วไป!
“ไป๋อวิ๋น! ระวัง!” มู่หรงเสวี่ยตะโกนลั่นโดยไม่คิดชีวิต นางรีบพุ่งร่างเข้าขวางวิถีกระบี่นั้นทันที
ไป๋อวิ๋นหมุนตัวกลับมาด้วยสัญชาตญาณ แต่ทว่า... กระบี่อาบยาพิษนั้นได้ปักเข้าที่ไหล่ของมู่หรงเสวี่ยไปเสียแล้ว นางเซถอยหลังลงมาในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าของนางขาวซีดราวกับกระดาษ ในขณะที่รอยสีม่วงเริ่มลามไปทั่วลำคอของนางอย่างรวดเร็ว!
ไป๋อวิ๋นเบิกตากว้าง ความเย็นชาที่เขาสวมหน้ากากไว้นับปีบัดนี้พังทลายลงสิ้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและอาฆาตแค้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“เจ้า...” เสียงของเขาแหบพร่า “เจ้ากล้าดียังไง... ที่ทำร้ายนาง!”
ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ลงมือ เงาดำนั้นกลับหัวเราะร่า พร้อมกับโยนจดหมายฉบับหนึ่งลงมาเบื้องหน้าไป๋อวิ๋น ก่อนจะสลายร่างหายไปในเงามืด ไป๋อวิ๋นหยิบจดหมายขึ้นมาดู ในนั้นเขียนด้วยลายมือที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... มันคือตราประทับของ ‘สำนักเซียนเร้นลับ’ ผู้ที่ควรจะเป็นพันธมิตรของเขาในอดีตชาติ!
ไป๋อวิ๋นกำจดหมายแน่นจนกระดาษกลายเป็นผุยผง นี่ไม่ใช่การลอบสังหารธรรมดา... แต่เป็นแผนการที่จะลากตัวเขาเข้าสู่สงครามที่เขาวางแผนจะหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 27
กระบวนท่าเดียวสยบเจ้าแห่งมารสำนักเงาโลหิต
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!