สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 24

หุ่นเชิดโบราณและค่ายกลพันปี

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"ไป๋อวิ๋น... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ" เสียงแหบพร่าดังก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขาอัคคีผลาญ พร้อมกับคมกระบี่สีนิลกาฬที่แผ่ไอสังหารเยียบเย็น จ่อตรงมายังหว่างคิ้วของไป๋อวิ๋นอย่างไร้ความปรานี ปลายกระบี่สั่นระริกด้วยแรงปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก ทว่า เจ้าของร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ไป๋อวิ๋นเพียงเอียงคอมองคมกระบี่ที่ห่างจากผิวเนื้อเพียงหนึ่งชี่ (ประมาณสามเซนติเมตร) รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนมุมปาก คล้ายกำลังชมดูการแสดงงิ้วฉากหนึ่ง มากกว่าการเผชิญหน้ากับความตาย "ผู้อาวุโสจ้าว... ท่านแกלטถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดจึงยังใจร้อนดั่งเด็กหนุ่มเลือดร้อนเล่าครับ?" ไป๋อวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย ท่วงท่าเกียจคร้านราวกับคุณชายเจ้าสำราญที่กำลังเดินชมสวนดอกไม้ "การถือกระบี่พุ่งเข้ามาหาผู้อื่นยามวิกาลเช่นนี้ หากสตรีบ้านใดมาเห็นเข้า คงเข้าใจผิดคิดว่าท่านแอบชอบข้าจนทนเก็บ10คิดถึงไม่ไหวเสียอีก" "สามหอง!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามลั่น ดวงตาที่บอดสนิททั้งสองข้างฉายแววอำมหิตถึงขีดสุด ปราณกระบี่ในมือระเบิดออกจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยก "ไอ้สวะตระกูลไป๋ เจ้ากล้าดียังไงมาขโมยสมบัติลับแห่งสำนักกระบี่นภา! วันนี้ต่อให้เจ้ามีเก้าชีวิต ก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากหุบเขานี้ทั้งร่าง!" ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งกธูปก่อน ภายในห้องโถงลับใต้หุบเขาอัคคีผลาญ สมบัติล้ำค่าที่บรรพบุรุษสำนักทิ้งไว้—"กล่องศิลาสุริยันจันทรา" และหุ่นเชิดกระบี่ทองคำพันปี ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล หุ่นเชิดสูงสามเมตรที่สลักด้วยอักขระโบราณนับหมื่นตัวกำลังกวัดแกว่งดาบยักษ์หมายสังหารผู้บุกรุกทุกคน ผู้อาวุโสจ้าวนำพาศิษย์สายตรงบุกเข้ามาเพื่อแย่งชิง แต่กลับต้องติดอยู่ในค่ายกลมรณะจนบาดเจ็บล้มตายไปครึ่งค่อนสำนัก ทว่า ไป๋อวิ๋นที่เดินเอามือไพล่หลังเข้ามาทีหลัง กลับเดินลัดเลาะผ่านค่ายกลอันซับซ้อนราวกับเดินเล่นในเรือนพักของตนเอง และตอนนี้ เขากำลังยืนอยู่หน้าหุ่นเชิดกระบี่ทองคำพันปีที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งกำลังเงื้อง่าดาบหมายผ่าร่างเขาเป็นสองซีก "ระวัง!" เสียงตะโกนอย่างร้อนรนดังมาจากด้านหลัง มู่หรงเสวี่ย องค์หญิงแห่งวังวนวารี นางเซียนผู้เยือกเย็นและสง่างามเสมอมา ยามนี้ใบหน้าอันงดงามกลับตื่นตระหนก นางตวัดกระบี่น้ำแข็งคู่กายซัดคลื่นกระบี่วารีสวรรค์เข้าสกัดดาบของหุ่นเชิดอย่างสุดกำลัง แม้นางจะเกลียดความกวนประสาทของไป๋อวิ๋นเพียงใด แต่นางไม่มีทางปล่อยให้เขาตายต่อหน้าต่อตาเป็นแน่ *ตูม!* คลื่นกระบี่น้ำแข็งปะทะกับดาบยักษ์จนเกิดประกายไฟสว่างวาบ มู่หรงเสวี่ยกระอักเลือดคำโต ร่างอรชรเซถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา หุ่นเชิดตัวนั้นแข็งแกร่งเกินไป มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณจะต่อกรได้โดยง่าย "แม่นางมู่... ความเป็นห่วงเป็นใยของท่านช่างล้ำค่าเสียจริง แต่การออกตัวแรงเช่นนี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของข้าเต้นผิดจังหวะรู้ไหมครับ?" ไป๋อวิ๋นหันไปส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้พรรคพวกสาวผู้เย็นชา แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ เขากลับยังคงมีอารมณ์ขัน "ไป๋อวิ๋น! เจ้าคนสารเลวสมองกลับ เวลานี้ยังจะมีแก่ใจมาพูดจาเหลိုးไหลอีกหรือ!" มู่หรงเสวี่ยกัดฟันกรอด ดวงตางามค้อนขวับใส่เขาอย่างเหลืออด นางอยากจะเอาด้ามกระบี่ฟาดหัวคนผู้นี้เสียให้หายแค้นนัก "ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าสองคนไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอ! ไปลงนรกพร้อมกันเสียเถอะ!" ผู้อาวุโสจ้าวแผדเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับแทงกระบี่เข้าใส่หน้าอกของไป๋อวิ๋นอย่างเต็มแรง ทว่า... รอยยิ้มของผู้อาวุโสจ้าวกลับต้องแข็งค้าง *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงดีดนิ้วดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศที่หยุดนิ่งราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง ไป๋อวิ๋นยกมือขึ้นข้างหนึ่ง นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวดีดออกสู่อากาศเบื้องหน้าอย่างไม่รีบร้อน *วิ้ง—!* ระลอกคลื่นพลังงานสีทองอร่ามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง อักขระโบราณนับแสนตัวที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินและบนผนังถ้ำสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน มันพุ่งเข้าประสานกับกลไกภายในตัวของหุ่นเชิดกระบี่ทองคำพันปี และกระแสลมปราณที่ผู้อาวุโสจ้าวกำลังปลดปล่อยออกมา *แกร๊ก... กริ๊ก... โครมคราม!* เสียงเฟืองโบราณนับพันชิ้นขบเข้าหากันดังสนั่นหวั่นไหว หุ่นเชิดกระบี่ทองคำที่ควรจะฟาดฟันศัตรู กลับชะงักกึก ดวงตาสีชาดของมันกะพริบถี่ๆ ก่อนที่รอยร้าวสีทองจะลามเลียไปทั่วทั้งร่าง จากหัวจรดเท้า *เพล้ง!* ร่างมหึมาของหุ่นเชิดหมื่นปีสลายกลายเป็นผุยผง ปลิวหายไปกับสายลมปราณที่สงบลงในพริบตา ไม่เพียงเท่านั้น คลื่นกระบี่ของผู้อาวุโสจ้าวที่พุ่งเข้ามา กลับถูกค่ายกลสะท้อนกลับซัดเข้าใส่ร่างของเขาเองอย่างเต็มรัก! *อัก!* ผู้อาวุโสจ้าวเบิกตากว้าง (แม้จะบอดสนิท) ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรง กระดูกทั่วร่างหักสะบั้น เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากย้อมพื้นดินให้กลายเป็นสีแดงฉาน เขาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงลับทันที มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองหุ่นเชิดที่กลายเป็นฝุ่นผงสลับกับแผ่นหลังของชายหนุ่มตรงหน้า สมองขาวโพลนไปหมด นางรู้ว่าไป๋อวิ๋นเก่งเรื่องค่ายกล แต่การไขปริศนากลไกโบราณระดับนี้ได้ด้วยการดีดนิ้วเพียงสามครั้ง... นี่มันไม่ใช่ความอัจฉริยะแล้ว แต่มันคือปาฏิหาริย์! ไป๋อวิ๋นปัดฝุ่นบนไหล่เบาๆ เดินเข้าไปใกล้กล่องศิลาสุริยันจันทราที่วางอยู่ใจกลางแท่นบูชา เขาย่อตัวลง เอื้อมมือไปสัมผัสลวดลายบนกล่องด้วยแววตาครุ่นคิด "วิชาค่ายกลบรรพกาล... ช่างเรียบง่ายเสียจริง ยุคสมัยนี้ผู้คนคงหลงลืมรากเหง้าที่แท้จริงไปหมดแล้วกระมัง" ไป๋อวิ๋นพึมพำกับตนเองเบาๆ ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนกล่องศิลา พื้นถ้ำเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้ง รอยแยกสีดำสนิทเปิดออกราวกับปากของอสูรร้าย และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว เงาร่างสีดำทะมึนสายหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ฮี่ๆๆๆ... ในที่สุด 'กุญแจ' ก็ตกลงมาอยู่ในมือข้าเสียที ขอบใจเจ้ามากนะคุณชายไป๋ ที่ช่วยเปิดประตูนี้ให้!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของเซียนกระบี่ผู้ขี้เกียจคนนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%