สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 18

จดหมายลับจากดินแดนเหนือเมฆ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกชาดชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตที่อบอวลอยู่ภายในห้องตำราส่วนตัว ทำให้บรรยากาศยามราตรีนี้ดูวังเวงราวกับห้วงเหวลึก ไป๋อวิ๋นไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองกระดาษแผ่นบางในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวราวกับหยกสลักของเขายังคงเคาะโต๊ะไม้แกะสลักเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับประกายแสงวาวโรจน์ราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด "จดหมายฉบับนี้ส่งตรงจากตำหนักชำระวิญญาณแห่งราชสำนักเซียน... คนผู้นั้นช่างใจร้อนเสียจริง ผ่านมาสามร้อยปีแล้ว ยังคงใช้วิธีสกปรกเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทว่ากลับทรงพลังราวก้อนหินหนักอึ้งที่ทุ่มลงบนผิวน้ำ นิ่งสงบแต่สร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง เบื้องหน้าของเขา มู่หรงเสวี่ยยืนสง่านิ่งอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ นางเซียนผู้เยือกเย็นและสูงส่งราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขา 10,000 ปี ในยามนี้แววตาคู่คมกริบของนางกลับทอประกายความกังวลระคนเย็นชาอย่างหาได้ยากยิ่ง ปลายกระบี่วิญญาณ 'วารีไร้ลักษณ์' ที่เหน็บอยู่ข้างเอวสั่นระริกเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวนางเอง "เจ้าสำนักโม่เหยียน... หรือว่าผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักกระบี่นภาในชาติภพก่อน จะแทรกซึมเข้าไปถึงระดับสูงของราชสำนักเซียนแล้วจริงๆ?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถาม เสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำในฤดูหนาว ทว่าแฝงไว้ด้วยคลื่นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ ไป๋อวิ๋นวางจดหมายลับลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาขี้เกียจคร้านที่ผู้คนคุ้นเคยพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้ "ราชสำนักเซียนหรือ? สำหรับข้าแล้ว ที่นั่นก็เป็นเพียงรังของพวกปลวกที่รอเวลาถูกแผดเผาด้วยอัคคีสวรรค์เท่านั้น... เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกังวลไป ศัตรูในอดีตชาติเหล่านี้ ในชาตินี้พวกมันไม่มีทางรอดเงื้อมมือของข้าไปได้หรอกครับ" คำพูดที่ดูสามัญแต่กลับเปี่ยมด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้ง ทำให้หัวใจของมู่หรงเสวี่ยกระตุกวูบ นางมองแผ่นหลังของบุรุษผู้ถูกคนทั้งสำนักตราหน้าว่าเป็นเพียง 'คุณชายขี้เกียจไร้ประโยชน์' ผู้นี้ ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก นางเซียนผู้เยือกเย็นและโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิต ท้ายที่สุดกลับพบว่ามีเพียงบุรุษผู้นี้เท่านั้นที่ยืนหยัดเคียงข้างนาง ท่ามกลางพายุฝนแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำ "เจ้าวางแผนจะทำเช่นไรต่อไป? ผู้อาวุโสจ้าวและพรรคพวกในสำนักเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกมันคงสงสัยว่าเหตุใดช่วงนี้เจ้าจึงหายหน้าไปจากเรือนพัก..." มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย นางย่างก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นกายหอมเย็นบริสุทธิ์ของนางโชยปะทะนาสิกของไป๋อวิ๋น ไป๋อวิ๋นแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายและสติปัญญาอันล้ำลึก เขาเอื้อมมือไปหยิบพู่กันหยกขึ้นมาหมุนเล่นอย่างไม่ใส่ใจ "ปล่อยให้ตาแก่จ้าวโวยวายไปเถอะครับ คนใกล้ตาย ย่อมต้องดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเป็นธรรมดา... ส่วนพวกเรา สิ่งที่ต้องทำในคืนนี้ไม่ใช่การรับมือกับสวะในสำนัก แต่เป็นการต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่กำลังจะมาเยือนต่างหาก" สิ้นเสียงของไป๋อวิ๋น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นอึดอัดเฉียบพลัน! *เปรี้ยง!* เสียงสายฟ้าฟาดคำรามก้องกลางท้องนํ้ายามราตรี ทั้งที่ไร้เค้าลางของเมฆฝน แรงกดดันจากลมปราณระดับมหาปรมาจารย์แผ่ซ่านทะลุกำแพงค่ายกลพิทักษ์เรือนเข้ามาอย่างรุนแรง เงาร่างสีดำทมิฬสามร่างปรากฏขึ้นบนหลังคาเบื้องบนอย่างเงียบเชียบ ประกายกระบี่สีเขียวมรกตแฝงพิษร้ายพุ่งตรงลงมาจากฟากฟ้า เป้าหมายคือจุดตายกลางกระหม่อมของไป๋อวิ๋น! มู่หรงเสวี่ยสะบัดข้อมือวับ กระบี่ 'วารีไร้ลักษณ์' ชักออกจากฝักส่งเสียงร้องกังวานใสราวดนตรีสวรรค์ พลังปราณสายน้ำอันเชี่ยวกราดแผ่ขยายออกเป็นรัศมีวงกลมหมายจะสกัดกั้นการโจมตีนั้น ทว่า ไป๋อวิ๋นกลับยื่นมือไปแตะไหล่นางเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้หยุด "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะครับ... อักขระยันต์เจ็ดดาวสะท้อนสวรรค์ ที่ข้าเตรียมไว้เมื่อยามบ่าย กำลังรอให้พวกมันมาสัมผัสพอดี" รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของไป๋อวิ๋น ปลายนิ้วของเขาดีดออกไปกลางอากาศเบื้องหน้า แสงสีทองสว่างวาบขึ้นเป็นลวดลายค่ายกลโบราณขนาดยักษ์บนพื้นห้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก็ดังสะท้อนมาจากบนหลังคา พร้อมกับร่างของมือสังหารลึกลับที่ร่วงหล่นลงมากองแทบเท้าของพวกเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง! ดวงตาของมู่หรงเสวี่ยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางมองไปที่ชายหนุ่มผู้ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางเกียจคร้านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกพึ่งพาและยอมจำนนต่อบุรุษผู้นี้ลึกล้ำยิ่งกว่าครั้งใดๆ ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ไป๋อวิ๋นกลับหุบยิ้มฉับพลัน สายตาของเขาเพ่งมองไปยังเศษกระดาษชิ้นสุดท้ายที่ร่วงออกมาจากมือของมือสังหารที่ตายตก... นั่นไม่ใช่ตราสัญลักษณ์ของราชสำนักเซียน แต่มันคือ... สัญลักษณ์รูป 'บุปผาโลหิตเก้ากลีบ' ของนิกายมารฟ้าโบราณที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่หมื่นปีก่อน! --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%