"ของไร้สาระเหล่านี้... จะเอามาสุมหัวข้าไว้ทำไมกัน"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในเรือนพักหลังน้อย กลีบเมฆหมอกปราณวิญญาณที่เคยหนาแน่นจากการประลองยุทธ์รอบตัดสินเมื่อวาน บัดนี้เจือจางลงเหลือเพียงกลิ่นอายอับชื้นของน้ำค้างยามดึก บนโต๊ะไม้ไผ่กลางห้องถูกวางทับถมด้วยหีบสมบัติทองคำนับสิบใบ กระบี่วิญญาณระดับปฐพีที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง และป้ายหยกเกียรติยศที่ส่องประกายแสงเรืองรองแสบตา
สำหรับคนอื่น นี่คือเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ ความมั่งคั่ง และอำนาจที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างหมายปองจนตัวตาย แต่สำหรับไป๋อวิ๋นผู้ขี้เกียจสันหลังยาวแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียง 'ภาระ' ที่ทำให้พื้นที่นอนของเขาลดลงไปครึ่งหนึ่งเท่านั้น
เขากลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเบื่อหน่าย พลางใช้ปลายนิ้วคีบกระดาษยันต์อักขระระเบิดวารีขึ้นมาเล่นแก้เซ็ง ร่างกายเอนพิงเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้าน เสื้อคลุมสีขาวตัวโคร่งหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนตามประสาคุณชายผู้ไม่เคยตรากตรำทำงานหนัก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ต้องเงยหน้ามอง ไป๋อวิ๋นก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์และไอเย็นบริสุทธิ์ที่ลอยล่องมาก่อนตัว คือเอกลักษณ์ของสตรีผู้เดียวในยุทธภพที่กล้าเดินเข้ามาในเรือนของเขาตามอำเภอใจ
ประไม้ถูกผลักเปิดออกช้าๆ มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้ามาด้วยก้าวย่างที่สง่างามเยือกเย็น นางสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าครามปักลายเมฆา อาภรณ์พลิ้วไหวตามแรงลมราวกับเซียนสาวผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ทว่าดวงตาคู่คมกลับกวาดมองไปรอบห้องที่มีสมบัติกองระเกะระระกะ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของบุรุษผู้เป็นต้นเหตุของความโกลาหลทั่วทั้งสำนักในเวลานี้
"เจ้ายังนอนเอกเขนกอยู่อีกหรือ ไป๋อวิ๋น?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงแววระคนขบขันไว้จางๆ "ภายนอกสำนักตอนนี้แทบจะพลิกแผ่นดินหาตัวเจ้าแล้ว ผู้อาวุโสจ้าวถึงกับกระอักเลือดด้วยความแค้นที่เจ้าปฏิเสธการรับมอบตำแหน่งศิษย์เอกสายตรง แต่เจ้ากลับมานั่งบ่นเรื่องของพวกนี้เกะกะบ้านเนี่ยนะ?"
ไป๋อวิ๋นเหลือบสายตาขึ้นมองนาง พลางถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ "แม่นางมู่หรง ท่านก็รู้ว่าข้าชอบความสงบสุข ทรัพยากรพวกนี้ต่อให้มีค่าแค่ไหน แต่มันกินไม่ได้ นอนไม่สบาย แถมยังต้องคอยเช็ดฝุ่นอีกต่างหาก หากท่านเอ็นดูข้าจริง ช่วยขนพวกมันกลับวังวนวารีของท่านไปให้หมดเลยจะดีกว่า ข้าอนุญาต"
มุมปากของนางเซียนผู้เยือกเย็นกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนใบหน้างดงามล่มเมืองนั้น หากใครได้มาเห็นคงต้องหัวใจวายตายด้วยความตะลึงงัน เพราะนางไม่เคยยิ้มให้ผู้ใดเช่นนี้มาก่อนในรอบร้อยปี
"ของรางวัลจากการประลองประชันยุทธ์ประจำปี ใครๆ ก็แย่งชิงกันจนเลือดตาแทบกระเด็น แต่เจ้ากลับผลักไสไล่ส่งราวกับมันเป็นขยะมูลฝอย..." นางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ไผ่ ใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสป้ายหยกทองคำที่สลักชื่อไป๋อวิ๋นไว้อย่างเด่นชัด "เจ้าประมาทเกินไปแล้ว ไป๋อวิ๋น การที่เจ้าแสดงความสามารถในการใช้ค่ายกลสยบกระบี่พิฆาตของผู้อาวุโสจ้าวเมื่อวาน ทำให้ตอนนี้ไม่มีใครในสำนักมองเจ้าเป็นศิษย์สวะอีกต่อไปแล้วนะ"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าเกลียดที่สุด" ไป๋อวิ๋นลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจอย่างไม่เกรงใจภาพลักษณ์ใดๆ "การเป็นจุดสนใจหมายถึงความวุ่นวาย ความวุ่นวายหมายถึงการไม่ได้นอนหลับอย่างเป็นสุข ข้าอุตส่าห์ใช้ยันต์อำพรางจิตและค่ายกลลวงตาเพื่อทำตัวให้กลมกลืนกับฝูงชนแล้วเชียว สุดท้ายก็ยังมิวายถูกพวกตาแก่หัวโบราณลากมาพัวพันจนได้"
มู่หรงเสวี่ยจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายของเขา หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาในวิถีกระบี่กลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาวูบหนึ่ง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่ได้เกียจคร้านอย่างไร้ความสามารถ แต่เขามีปัญญาที่ล้ำ Deeper กว่าผู้ใดในใต้หล้า เขาสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ด้วยการกระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียว แต่กลับเลือกที่จะนอนมองก้อนเมฆลอยผ่านไปวันๆ
ช่างเป็นบุรุษที่เข้าใจยาก... และช่างน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
"แต่มีคนคนหนึ่ง... ที่ดูจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าได้นอนสบายๆ เช่นกัน" มู่หรงเสวี่ยหุบยิ้ม สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมจริงจังขึ้นทันที
ไป๋อวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายแสงสีทองวับแวมผ่านนัยน์ตาคู่นั้นชั่วพริบตา "หือ? หมายความว่าอย่างไร หรือว่าตาแก่จ้าวจะยังไม่เข็ด?"
"ไม่ใช่ผู้อาวุโสจ้าว..." นางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองไปยังยอดเขาเมฆาอัสดงที่ปกคลุมด้วยหมอกทึบ "เมื่อยามรุ่งสางที่ผ่านมา มีอาคมลับถูกส่งตรงมาจากดินแดนรกร้างบูรพา... ตราประทับโลหิตรูปกระบี่ทมิฬปรากฏขึ้นบนศิลาปฐพีของสำนัก นั่นคือสารท้าประลองจาก 'กระบี่โลหิตไร้พ่าย' เฟิงเทียนอวิ๋น"
ชื่อนี้หลุดออกมา ทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความเกียจคร้านเป็นความหนתึบกดดันขึ้นมาทันที เฟิงเทียนอวิ๋นคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแดนบูรพา ผู้ใช้เวลาเพียงสามสิบปีในการบรรลุขอบเขตเซียนกระบี่ขั้นสมบูรณ์ มือเปื้อนเลือดของอสูรและเซียนมานับไม่ถ้วน และที่สำคัญ... เขาเป็นสหายสนิทของผู้อาวุโสจ้าวที่เพิ่งเสียหน้าไปจากการประลองเมื่อวาน
ไป๋อวิ๋นหยุดชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดลึกซึ้ง เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
"ดูท่า... เตียงนอนนุ่มๆ ของข้าคงจะต้องถูกเลื่อนเวลาใช้งานออกไปอีกสิบชั่วยามสินะเนี่ย"
ทว่า ก่อนที่มู่หรงเสวี่ยจะได้เอ่ยปากเตือนอันใดเพิ่มเติม เสียงระฆังโบราณจากยอดเขาหลักของสำนักก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นถึงเก้าครั้งติดต่อกัน! แรงกดดันมหาศาลจากปราณกระบี่ระดับสะท้านฟ้าแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพล然แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยเลือดสดๆ
พร้อมกันนั้น เงาร่างสีดำทะมึนสายหนึ่งก็ทะยานแหวกม่านเมฆลงมาปักหลักอยู่กลางลานพิธีเบื้องล่าง เสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งอสุนีบาตตกลงมาสะท้าวสะเทือนแก้วหูของศิษย์ทุกคนในสำนัก
"ไป๋อวิ๋น! เจ้าหนูสำนักสวะ รนหาที่ตายนักนะ! กล้าดียังไงถึงมารังแกสหายของข้า วันนี้ข้า 'เฟิงเทียนอวิ๋น' จะมาทวงคืนความยุติธรรมด้วยกระบี่เล่มนี้ จงไสหัวออกมารับความตายเสีย!"
มู่หรงเสวี่ยหน้าเปลี่ยนสีทันที นางชักกระบี่ประจำกายออกมาครึ่งนิ้ว ไอเย็นยะเยือกแผ่กระจาย "เขามาเร็วเกินไป... ปราณกระบี่ของมันอยู่ในขั้นสมบูรณ์แล้ว ไป๋อวิ๋น ข้าจะออกไปรับมือมันก่อน..."
แต่ไป๋อวิ๋นกลับยกมือขึ้นห้ามอย่างใจเย็น เขายังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยก ปัดฝุ่นที่เสื้อคลุมเบาๆ ราวกับเสียงคำรามเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงวันบินผ่าน
"ไม่ต้องรีบร้อน แม่นางมู่หรง..." ไป๋อวิ๋นแย้มยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวซ่อนคมฉายประกายเจ้าเล่ห์ออกมา "ในเมื่อมันอยากได้ความยุติธรรมนัก ข้าก็จะจัด 'ค่ายกลต้อนรับ' พิเศษให้มันได้ซาบซึ้งถึงบุญคุณของข้าเสียหน่อย... ว่าแต่ หีบสมบัติพวกนั้น เกะกะลูกตาข้าจริง ๆ เดี๋ยวมันตกลงมาแตกเสียหาย ข้าจะไปฟ้องใครล่ะจริงไหม?"
พูดจบ ไป๋อวิ๋นก็สะบัดข้อมือเบาๆ แผ่นยันต์อักขระสีทองนับร้อยแผ่นพลันพุ่งทะยานออกจากแขนเสื้อ ปิดผนึกประตูและหน้าต่างทุกบานในพริบตา ขณะที่แรงระเบิดจากปราณกระบี่ภายนอกกำลังพุ่งเข้าประชิดเรือนพักของเขาอย่างดุเดือด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
---
"หมึกทองคำข้ามภพ"
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 17
ถ้วยรางวัลอันน่ารำคาญและชื่อเสียงที่ปฎิเสธไม่ได้
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!