จอกสุราหยกขาวลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมากระทบโต๊ะไม้แกะสลักอย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนในห้องโถงใหญ่
"เจ้าเมืองเฉิน ช่างเป็นเจ้าภาพที่ใจกว้างยิ่งนัก สุราทิพย์จันทรานี้ มีอายุบ่มเพาะไม่ต่ำกว่าสามร้อยปี ยอดเยี่ยม... ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ"
ไป๋อวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนง่วงนอนตลอดเวลา อาภรณ์สีขาวเรียบง่ายไม่ได้ประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่าใดๆ ทว่ากลับขับเน้นให้ท่าทีเกียจคร้านของเขากลายเป็นจุดสนใจของสายตาทุกคู่ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะครั้งนี้
เจ้าเมืองเฉินฝืนยิ้มแห้งแล้ง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับ แม้ภายนอกเขาจะพยายามรักษาท่าทีสงบเยือกเย็นเพียงใด แต่ฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ในงานเลี้ยงฉลองต้อนรับผู้ชนะการประลองยุทธ์ประจำเมืองในครั้งนี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่ามันคืองานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยหอกข้างแคร่
เบื้องหน้าคือเสียงดนตรีบรรเลงและนางรำร่ายรำอย่างอ่อนช้อย ทว่าเบื้องหลังคือจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านออกมาจากเหล่าผู้อาวุโสและมือสังหารเงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืด ผู้อาวุโสจ้าวแห่งสำนักกระบี่นภา นั่งอยู่ไม่ไกล ดวงตาที่บอดสนิททั้งสองข้างหันมาทางไป๋อวิ๋นราวกับอสรพิษซ่อนพิษร้าย พร้อมที่จะฉกกัดได้ทุกเมื่อ
"ไป๋อวิ๋น ศิษย์น้อง... เจ้าดื่มมากเกินไปแล้วกระมัง" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้นเสียงเบา นางนั่งอยู่เคียงข้างเขาในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าครามดั่งผืนน้ำ
ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดับด้วยความเย็นชาตามวิสัย แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่เจือปนมากับสุราในจอกนั้น—กลิ่นอายของ *'โอสถสลายปราณเจ็ดทิวา'* พิษร้ายแรงที่สามารถหลอมละลายจุดตันTian(จุดตันเถียน)ของยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณให้กลายเป็นจุลได้ภายในพริบตา
"คุณหนูมู่หรงวางใจเถอะครับ" ไป๋อวิ๋นหันไปยิ้มให้พรางเอื้อมมือไปรินสุราใส่จอกของนางอย่างถือวิสาสะ "ของดีเช่นนี้ หากปล่อยให้เสียของไปคงน่าเสียดายแย่"
"เจ้าคนโง่เง่า!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของผู้อาวุโสจ้าวพุ่งตรงมาทางพวกเขา ชายชราตาบอดแค่นเสียงเย้ยหยันในลำคอ "สุราชั้นเลิศย่อมคู่ควรกับยอดฝีมือ แต่น่าเสียดายที่บางคน... ต่อให้ดื่มเข้าไปก็เป็นได้แค่สวะที่รอวันถูกกำจัดทิ้งเท่านั้น!"
สิ้นเสียงของผู้อาวุโสจ้าว บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที ดนตรีหยุดชะงัก นางรำถอยร่นไปหลบมุม สายตาหลายร้อยคู่จับจ้องมาที่ไป๋อวิ๋นเป็นตาเดียว รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของขุนนางและศิษย์ร่วมสำนักหลายคน พวกเขารู้ดีว่ามีอะไรอยู่ในจอกสุรานั้น และกำลังรอดูวินาทีที่ร่างของไป๋อวิ๋นจะทรุดฮวบลงกระอักเลือดสีดำด้วยความทรมาน
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏต่อสายตากลับทำให้ลมหายใจของทุกคนสะดุด
ไป๋อวิ๋นไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มรวดเดียวหมดจดอย่างไร้ความลังเล ลำคอระหงขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืน น้ำใสสะอาดไหลรินผ่านมุมปากเล็กน้อยเพื่มเสน่ห์ชวนมองในแบบฉบับบุรุษสำราญ
*อึก!*
เสียงกลืนสุราดังชัดเจนในความเงียบงัน ผู้อาวุโสจ้าวรอคอย... หนึ่งลมหายใจ... สองลมหายใจ... สามลมหายใจ... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น! ไป๋อวิ๋นยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีเกียจคร้าน ดวงตาหรี่มองเจ้าเมืองเฉินและผู้อาวุโสจ้าวด้วยแววตานิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก
"รสชาตินุ่มนวล... แต่พละกำลังอ่อนด้อยไปเสียหน่อย" ไป๋อวิ๋นวางจอกลงกระทบโต๊ะเบาๆ พรางเอ่ยวิจารณ์หน้าตาเฉย "หากจะใช้พิษสลายปราณเจ็ดทิวาCลบตัวตนของข้า อย่างน้อยก็น่าจะใส่ให้มันเข้มข้นกว่านี้อีกสักหน่อยนะท่านเจ้าเมือง มิฉะนั้น เกรงว่าฤทธิ์ยาแค่นี้... จะไม่พอแม้แต่จะใช้ดับกระกระหายยามค่ำคืนด้วยซ้ำ"
*เปรี้ยง!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง เจ้าเมืองเฉินผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ทะ... เป็นไปได้อย่างไร! นั่นคือพิษที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตผันแปรสวรรค์ยังต้องสิ้นชื่อ เหตุใดเจ้าจึง..."
"พิษงั้นหรือ?!" เหล่าแขกเหรื่อในงานต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นด้วยความตกใจ บางคนถึงกับถอยก้นขวิดหนีจากโต๊ะอาหารเพราะเกรงว่าจะโดนลูกหลง
มู่หรงเสวี่ยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นางมองแผ่นหลังของบุรุษข้างกายที่ดูเหมือนจะไร้พิษสงคนนี้ด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาไม่เพียงแต่ล่วงรู้แผนการชั่วร้ายตั้งแต่แรก แต่ยังใช้ร่างกายดูดซับพิษร้ายนั้นราวกับการดื่มน้ำชาธรรมดา วิชาบำเพ็ญเพียรและค่ายกลในร่างกายของเขา... ล้ำลึกถึงเพียงไหนกันแน่?
"เจ้าเด็กสารเลว! กล้าดียังไงมาดูหมิ่นผู้อาวุโส!" ผู้อาวุโสจ้าวแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปราณสีดำทะมึนระเบิดออกจากร่างของตาเฒ่าตาบอดจนข้าวของบนโต๊ะรอบตัวแตกละเอียดเป็นผุยผง กระบี่บินเล่มยาวพุ่งออกจากฝักด้วยจิตสังหารอันรุนแรง พุ่งตรงมาหมายปลิดชีพไป๋อวิ๋นในกระบวนท่าเดียว!
ความกดดันระดับขอบเขตวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับจนแขกเหรื่อหลายคนหายใจไม่ออก ทว่าไป๋อวิ๋นกลับเพียงแค่ชายตามองเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวยกขึ้นเคาะโต๊ะเบาๆ สามครั้ง
*ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...*
สิ้นเสียงเคาะ อักขระโบราณสีทองนับพันตัวก็สว่างวาบขึ้นจากพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของผู้อาวุโสจ้าว ตาข่ายแสงอัคคีและสายฟ้าพุ่งทะยานขึ้นมารัดรึงร่างของตาเฒ่าชราไว้ในพริบตา ราวกับกรงขังจากสวรรค์ที่ไม่อาจต่อต้าน!
"อ้ーク!" ผู้อาวุโสจ้าวแผดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อพลังปราณของตนเองถูกค่ายกลกดทับจนย้อนกลับเข้าหาตัว กระบี่บินที่พุ่งมาหล่นร่วงลงปักกับพื้นเบื้องหน้าไป๋อวิ๋นอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี
ไป๋อวิ๋นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นละอองบนอาภรณ์อย่างเชื่องช้า เขาก้มลงหยิบกระบี่บินเล่มนั้นขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมู่หรงเสวี่ยที่มองมาด้วยแววตาเป็นประกาย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังก้องกังวานไปทั่วทั้งงาน
"งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา... แต่ดูเหมือนว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญ' นอกประตู... จะมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของไป๋อวิ๋น ประตูบานยักษ์ของห้องโถงก็ถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับกลิ่นอายความตายอันหนתวเหน็บที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ และเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทนับสิบชีวิตก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงหัวใจของทุกคนให้หยุดเต้น!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และดื่มด่ำไปกับวิถียุทธภพนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 19
งานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยหอกข้างแคร่
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!