สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 20

พลิกเกมกลางงานเลี้ยงด้วยยันต์กระดาษแผ่นเดียว

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
จอกสุราหยกขาวในมือของผู้อาวุโสจ้าวถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เม็ดฝุ่นสีขาวปะปนกับหยาดสุราสีอำพันไหลหยดลงสู่พื้นหินอ่อน เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังระคนความเหี้ยมเกรียมสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงของตระกูลมู่หรง บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บราวกับถูกโยนลงสู่ขุมนรกโลกันต์ ปราณสีดำสนิทที่แผ่ออกมาจากร่างของผู้อาวุโสตาบอดผู้นี้บิดเบือนมิติอากาศจนเกิดเสียงหอนหวีดราวกับผีสาง "ฮ่าๆๆๆ... เด็กน้อยไป๋อวิ๋น เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการซ่อนตัวอยู่หลังกระโปรงของสตรีตระกูลมู่หรงจะช่วยชีวิตเจ้าได้?" ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอด เบ้าตาที่บอดสนิททั้งสองข้างหลั่งโลหิตสีดำไหลอาบแก้ม รังสีอำมหิตแผ่พุ่งทะยานสู่เพดานจนคานไม้แกะสลักสั่นสะเทือน "คืนนี้ สำนักกระบี่นภาจะต้องชำระล้างความอับอาย และหัวบนบ่าของเจ้า... จะต้องนำมาสังเวยแท่นบูชาของข้า!" แขกเหรื่อและผู้อาวุโสจากสำนักต่างๆ ต่างพากันหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดไปติดผนังห้องด้วยความหวาดกลัว ขอบเขตพลังยุทธ์ระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ของผู้อาวุโสจ้าวกดทับจนทุกคนแทบกระอักเลือด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง หวังจะสังหารทุกคนที่ขวางทาง ทว่า... ใจกลางพายุแห่งความตายนั้น กลับมีเสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้นอย่างเกียจคร้าน "หนวกหูเสียจริง..." ไป๋อวิ๋นขยับตัวเล็กน้อย เขายังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสบายอารมณ์ มือขวาถือพัดจีบกระดาษสาเก่าๆ สะบัดพัดเบาๆ สองสามครั้ง ราวกับกำลังปัดเป่าฝุ่นละออง ไม่ได้สะทกสะท้านต่อแรงกดดันระดับมหาศาลแม้แต่น้อย มู่หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชักกระบี่เยือกแข็งออกจากฝักครึ่งหนึ่ง แสงสีครามทอประกายระยิบระยับ นางเตรียมจะพุ่งออกไปขวางหน้าชายชราผู้นำภัยพิบัติ แต่ไป๋อวิ๋นกลับยกมือขึ้นแตะที่ข้อศอกของนางเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้นางเซียนผู้เยือกเย็นชะงักไป ดวงตากลมโตคู่สวยหันมามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะนะแม่นางมู่หรง" ไป๋อวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคู่นั้นทอประกายล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาลที่ยากจะหยั่งถึง "คนแก่ที่เสียงดังเกินไป มักจะอายุไม่ยืน" สิ้นคำพูดนั้น ไป๋อวิ๋นก็ยกนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นมา... แล้วดีดนิ้วกลางอากาศ **"แปะ!"** *ติ๊ง!* เสียงดีดนิ้วเบาหวิว ราวกับเสียงหยดน้ำกระทบผิวน้ำในยามรุ่งอรุณ แต่มันกลับก้องกังวานเสียดแก้วหูของทุกคน ทันใดนั้น พื้นหินอ่อนทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลมู่หรงก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว ลวดลายอักขระโบราณสีทองอร่ามที่ถูกฝังไว้ตามเสา คาน และพื้นผิวทั่วทุกตารางนิ้วของคฤหาสน์นับหมื่นจุด พลันเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นพร้อมเพรียงกัน! *โฮกกกก—!* เสียงคำรามของมังกรและพยัคฆ์สวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลสزอมสวรรค์เก้าทิศที่ถูกวางรากฐานไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล ตื่นขึ้นจากการหลับใหล กำแพงอักขระโปร่งใสสีทองหนาทึบพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน ห่อหุ้มคฤหาสน์หลังใหญ่ไว้ภายในพริบตา แรงกดดันของผู้อาวุโสจ้าวที่เคยแผ่ขยายออกไปด้านนอก ถูกกำแพงอักขระนี้สะท้อนกลับและบดขยี้จนสลายหายไปในพริบตา! "อึก... นี่มันวิชาอะไรกัน?!" ผู้อาวุโสจ้าวที่กำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัว ชะתอฝ่าเท้ากะทันหัน ใบหน้าที่เหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความตกใจขีดสุด ปราณสีดำรอบตัวเขาถูกกดทับจนหดเหลือเพียงรอบตัว ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกแบกภูเขาไว้ทั้งลูก "ค่ายกล... นี่คือค่ายกลระดับบรรพกาลที่สูญหายไปแล้วไม่ใช่หรือ?!" ผู้อาวุโสฝ่ายนอกคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความหวาดผวา ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า ไม่มีใครรู้ว่าไป๋อวิ๋นลงมือติดตั้งค่ายกลมหาศาลเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด พวกเขาจำได้เพียงว่า ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์ คุณชายขี้เกียจผู้นี้เอาแต่เดินชมสวนและจิบสุรา... หรือว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเหยียบย่างเข้ามา เขาก วาดสายตาเพียงครั้งเดียวเพื่อคำนวณจุดฝังอักขระทั้งหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?! ความน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้สันหลังของทุกคนเย็นวาบ ไป๋อวิ๋นลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ รอยยิ้มที่มุมปากยังคงไว้ซึ่งความเอื่อยเฉื่อย ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนฝัก "ผู้อาวุโสจ้าว ท่านบอกว่าต้องการหัวของข้ามิใช่หรือ?" ไป๋อวิ๋นก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวลงไป พื้นอักขระใต้ฝ่าเท้าจะเปล่งแสงเจิดจ้าตอบสนอง ราวกับเขานั้นคือผู้บัญชาการสูงสุดแห่งผืนฟ้าและแผ่นดิน "น่าเสียดายนัก... ในอาณาเขตที่ข้าเป็นผู้กุมกฎเกณฑ์ อย่าว่าแต่จะเอาหัวข้าเลย แม้แต่สิทธิ์ที่จะหายใจ... ท่านก็ไม่มี" เขายื่นมือออกไปข้างหน้าเบื้องอากาศ แล้วประสานอินทร์อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่แม้แต่มหาปรมาจารย์ยังมองตามไม่ทัน **"จงพันธนาการ!"** *เปรี้ยง!* โซ่อักขระสีทองนับร้อยเส้นพุ่งทะลวงออกจากพื้นดิน พุ่งเข้าพันธนาการร่างของผู้อาวุโสจ้าวจากทุกทิศทุกทางอย่างอุกฉกรรจ์ เสียงกระดูกแตกหักดังลั่นสนั่นห้อง ผู้อาวุโสจ้าวกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน ปราณหลอมรวมวิญญาณถูกกดดันจนแตกซ่าน พลังทั้งหมดสูญสลายไปภายในพริบตา ร่างของเขาถูกตรึงไว้กลางอากาศอย่างน่าอนาถ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาดั่งถูกตรึงไว้ที่ร่างระหงของคุณชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะมาตลอดหลายปี มู่หรงเสวี่ยนัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางมองแผ่นหลังของบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย บุรุษผู้ใช้เพียงปลายนิ้วและยันต์กระดาษพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ในพริบตา ช่างสง่างามและทรงพลังจนน่าหลงใหลเหลือเกิน ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดกลัวนั้น รอยยิ้มบนใบของไป๋อวิ๋นกลับค่อยๆ เลือนหายไป แววตาของเขาหันขวับไปมองยังมุมมืดสนิทที่ลึกที่สุดของห้องโถง ซึ่งเป็นจุดที่ค่ายกลอักขระยังไม่สามารถแผ่ไปถึง "หึ... แอบดูมานานเพียงนี้แล้ว คิดจะหนีไปง่ายๆ เช่นนั้นหรือ?" ไป๋อวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ *แกร๊ก...* เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ สามครั้งจากความมืดมิด ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกของทุกคน เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด ชายผู้สวมหน้ากากเงินลายอสูร และถือพัดเหล็กสีดำสนิท แววตาที่มองลอดผ่านหน้ากากคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความกระหายเลือดที่แท้จริง "สมคำร่ำลือ... ศิษย์เอกนอกคอกแห่งสำนักกระบี่นภา ไป๋อวิ๋น เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ" น้ำเสียงแหบพร่าราวกับเสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้น "แต่ทว่า... เจ้าคิดว่าค่ายกลกระจอกนี่ จะขัง 'ราชันโลหิต' อย่างข้าไว้ได้จริงๆ หรือ?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และดื่มด่ำไปกับวิถียุทธภพนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%