"ความตายไม่อาจเลือกเวลา แต่เจ้า... ช่างเลือกเวลาตายได้ไม่ถูกจังหวะเอาเสียเลย"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายที่แผ่ขยายกดทับจนเหล่าศิษย์สำนักย่อยไป๋อวิ๋นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อครู่ กลับราวกับถูกสายลมบางเบาปัดเป่าจนสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไป๋อวิ๋นป้องปากหาวหวอดหนึ่งทีอย่างเกียจคร้าน ดวงตาหงี่ง่วงราวกับคนนอนไม่พอปรือมองร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่เพิ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดไม่ใช่จิตสังหารอันบ้าคลั่งของมัน หากแต่เป็นกระบี่เล่มยาวในมือขวา... กระบี่ที่สลักลวดลายเมฆาและอัคคีคราม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่นภาผู้ล่วงลับ!
"สารเลว! นั่นมันกระบี่ประจำกายของท่านอาจารย์ลุงไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงไปอยู่ในมือของมารชั่วผู้นี้!" ผู้อาวุโสจ้าวที่เพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าซีดเผือก แผดเสียงคำรามด้วยความตก and
มู่หรงเสวี่ยไม่กล่าวคำใด นางกระชับกระบี่วิหคเหมันต์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ปราณกระบี่เยือกแข็งแผ่พุ่งรอบกายจนเกล็ดน้ำค้างโปรยปรายลงมากลางอากาศ นางรับรู้ได้ทันทีว่าศัตรูเบื้องหน้านั้นมิใช่จอมยุทธ์ระดับทั่วไป แต่มันคือผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่ใช้พลังมารกลืนกินตบะของผู้อื่นเป็นอาหาร!
"หึๆ... สำนักกระบี่นภาอันยิ่งใหญ่ ในไม่ช้าก็จะเป็นเพียงซากปรักหักพังใต้ฝ่าเท้าของนิกายโลหิตโลกันตร์" ร่างในชุดดำหัวเราะเยาะด้วยเสียงแหบพร่ารากไม้เสียดสีกัน "ส่วนเจ้า... คุณชายขี้เกียจผู้เลื่องชื่อเรื่องความไร้ประโยชน์ คงต้องลิ้มรสความตายเป็นคนแรก!"
สิ้นเสียง มันสะบัดกระบี่ในมือ คลื่นดาบสีโลหิตสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ไป๋อวิ๋นด้วยความเร็วสูงราวสายฟ้าแลบ แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว รัศมีการทำลายล้างนี้เพียงพอที่จะบดขยี้ร่างของคนธรรมดาให้แหลกสลายกลายเป็นจุลในพริบตา
ทว่า ไป๋อวิ๋นมิได้ขยับเขยื้อนหลบหนีแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือไขว้หลัง ดวงตาคู่คมทอดมองคลื่นดาบที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเบื่อหน่าย ราวกับกำลังชมใบไม้ร่วงหล่นตามฤดูกาล
"รบกวนเวลานอนกลางวันของผู้อื่น... ช่างเป็นบาปหนาเสียจริง"
ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง เศษใบไม้แห้งสามใบที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ข้างกายพลถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองเรืองรอง มันพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับกระบี่บินทะลวงสวรรค์!
*เปรี้ยง!*
การปะทะกันระหว่างคลื่นดาบโลหิตและใบไม้ธรรมดา กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ คลื่นกระแทกอันรุนแรงแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนผู้อาวุโสจ้าวและเหล่าศิษย์ต้องเร่งโคจรปราณป้องกันตัวแทบไม่ทัน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่มุมปากของไป๋อวิ๋นปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นคราหนึ่ง
"ค่ายกลสะท้านดาราแปดทิศ... เปิด!"
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ ตอนที่ 8 เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ณ บัดนี้
พริบตาที่คำว่า 'เปิด' หลุดจากริมฝีปากของไป๋อวิ๋น พื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อักขระโบราณสีทองนับพันนับหมื่นตัวผุดขึ้นจากพื้นดินราวกับหยาดน้ำค้างยามเช้าที่ต้องแสงอาทิตย์ มันเชื่อมต่อกันเป็นตาข่ายแสงขนาดยักษ์ ครอบ
กลุ่มโจรภูเขาโลหิตที่ซุ่มอยู่โดยรอบนับร้อยชีวิต ต่างส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ ร่างกายของพวกมันถูกกดทับด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาลนับพันชั่ง ปราณโลหิตในร่างกายปั่นป่วนจนกระอักเลือดออกมาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
"วิชาอักขระโบราณ! นี่มัน... ค่ายกลระดับนภาอันใดกัน!" โจรภูเขาระดับก่อเกิดขั้นปลายผู้หนึ่งแผดเสียงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่ร่างของมันจะถูกแรงกดอัดจากอักขระทองคำจนทรุดฮวบลงไปฝังจมดิน กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดในพริบตาโดยที่ยังไม่ทันได้ชักอาวุธออกมาด้วยซ้ำ
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของไป๋อวิ๋น เขาไม่จำเป็นต้องลงมือฟาดฟันด้วยตนเอง อาศัยเพียงความเข้าใจในวิถีแห่งฟ้าดินและการวางค่ายกลล่วงหน้า ชั่วพริบตาเดียว... กองกำลังโจรภูเขานับร้อยก็ถูกกวาดล้างจนราบคาบ กลายเป็นทะเลเลือดนองพื้นโดยที่สำนักย่อยแทบไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแม้แต่นหยดเดียว
ผู้อาวุโสจ้าวนิ่งงันค้างเติ่ง อ้าปากค้างจนแทบกลืนกำปั้นลงไปได้ สายตาที่มองไป๋อวิ๋นเปลี่ยนจากความดูแคลนกลายเป็นความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด เด็กหนุ่มผู้ที่เขาตราหน้ามาตลอดว่าเป็น 'ศิษย์สวะขี้เกียจ' กลับสามารถจัดวางค่ายกลทำลายล้างที่แม้แต่ผู้อำนวยการสำนักยังต้องก้มหัวคารวะได้ภายในพริบตาเดียว!
มู่หรงเสวี่ยหันมามองชายหนุ่มข้างกาย แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ บัดนี้กลับฉายประกายระยิบระยับด้วยความทึ่งและความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะบรรยาย นางกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้วว่า เหตุใดบุรุษผู้นี้จึงมีความสุขุมเยือกเย็นราวนั่งอยู่เหนือเมฆหมอกตลอดเวลา เพราะในสายตาของเขา ปัญหาที่คนอื่นมองว่าเป็นหายนะ... กลับเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญใจที่จัดการได้ด้วยการดีดนิ้วเท่านั้น
ทว่า ใจกลางค่ายกล ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกลับมิได้ถูกบดขยี้ตามไปด้วย มันคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ปราณมารสีดำทมิฬทะลักทลายออกมาจากบาดแผลราวกับเขื่อนแตก มันใช้กระบี่โบราณในมือแทงทะลุใจกลางอักขระทองคำฝ่าค่ายกลออกมาได้ครึ่งก้าว!
"คิดว่าค่ายกลกระจอกๆ แค่นี้จะขังข้าได้หรือ ไป๋อวิ๋น! วันนี้คือวันตายของเจ้า!"
มันแผดเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง พร้อมกับระเบิดพลังชีวิตทั้งหมดเข้าสู่กระบี่ในมือ ทำให้คมกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงอเวจี พุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพไป๋อวิ๋นที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว!
ความเร็วนี้รวดเร็วจนเกินกว่าจะหลบหนี ผู้อาวุโสจ้าวถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง
ทว่า ไป๋อวิ๋นกลับยังคงสีหน้าเรียบเฉยอย่างยิ่ง เขามองตรงไปยังคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาด้วยแววตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาล
นิ้วเรียวยาวดีดออกไปเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย
*ติ๊ง...*
เสียงคล้ายหยดน้ำกระทบผิวน้ำดังขึ้นเบื้องหน้าไป๋อวิ๋นเพียงนิดเดียว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างในชุดดำที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า กลับหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง
ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมสีดำเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อมันก้มลงมองที่หน้าอกของตนเอง...
อักขระสีทองเส้นเล็กเท่าเส้นผมเส้นหนึ่ง ได้ทะลวงผ่านจุดชีพจรหัวใจของมันไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
"เจ้า... ใช้วิชา..." มันพยายามจะเอ่ยคำพูดสุดท้ายออกมา ทว่าร่างทั้งร่างกลับค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองคำ และสลายหายไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงกระบี่โบราณเล่มนั้นที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินส่งเสียง *เคร้ง* กังวานใส
สำนักย่อยตกอยู่ในความเงียบสงัดชั่วขณะ ทุกผู้คนต่างกลั้นหายใจด้วยความตื่นตะลึง
ไป๋อวิ๋นถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเกียจคร้าน เขาหันหลังกลับเตรียมจะเดินกลับไปนอนต่อบนเก้าอี้โยกตัวโปรด พร้อมกับเอ่ยพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
"เฮ้อ... รบกวนเวลานอนจริงๆ น่ารำคาญชะมัด"
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดินนั้นเอง สายตาพลเหลือบไปเห็นลวดลายที่สลักอยู่ตรงด้ามจับของกระบี่โบราณที่เพิ่งร่วงลงมา... ลวดลายที่มิได้มีเพียงแค่เมฆาและอัคคีคราม หากแต่ยังมีสัญลักษณ์รูป 'ดวงตาอสูรสามเศียร' ที่สลักซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน
ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวเดินพลชะงักกึก รอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แววตาคู่คมที่เคยง่วงงุน กลับทอประกายคมกริบราวน้ำแข็งพันปีขึ้นมาทันที
เพราะสัญลักษณ์นั้น... คือตราประจำตัวของ 'มารสวรรค์บรรพกาล' ผู้ที่เคยผนึกเขาไว้ในห้วงนิทราเมื่อหมื่นปีก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมาครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 8
ค่ายกลสะท้านดาราแปดทิศ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!