สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 9

กลิ่นอายพิสดารในเรือนพักหลังเก่า

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
ความเงียบงันยามวิกาลภายในเรือนพักหลังเก่าของศิษย์สาย外 (นอก) หาได้สงบดังเช่นทุกค่ำคืนไม่ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพลانพุ่งผ่านม่านราตรีราวกับภูตพรายไร้เงา ปลายเท้าแตะสัมผัสหลังคากระเบื้องเคลือบน้ำค้างโดยไม่ส่งเสียงแม้แต่ธุลีเดียว นางหยุดยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างไม้ผุกร่อน ดวงตาดั่งหงส์คู่ดงามทอประกายเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าลึกซึ้งกลับซ่อนความกังวลระคนสงสัยเอาไว้จนยากจะหยั่งถึง มู่หรงเสวี่ย... องค์หญิงแห่งวังวนวารี และเซียนกระบี่หญิงผู้เย่อหยิ่งเย็นชาต่อหน้าผู้คนนับหมื่น ยามนี้กลับมายืนลักลอบย่องเบายามวิกาลเพื่อมาหาบุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "ขยะไร้ค่า" ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่วเบาสองครั้ง ทว่าจังหวะนั้นกลับหนักแน่นพอดิบพอดีราวกับถูกคำนวณไว้แล้ว "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ลมหนาวพัดโชยเช่นนี้ เหตุใดแม่นางมู่หรงจึงไม่ยอมจำศีลหลับใหล ไยต้องลำบากปีนกำแพงมาเยี่ยมเยียนคนขี้เกียจเช่นข้าด้วยเล่า?" เสียงทุ้มนุ่มรื่นหูดังลอดออกมาจากภายในเรือน โดยไร้ซึ่งความตื่นตระหนกตกใจแม้แต่น้อย ราวกับเขารอคอยการมาเยือนนี้อยู่ก่อนแล้ว ประวัติศาสตร์และวิถีกระบี่สอนให้ผู้คนระแวดระวัง ทว่ามู่หรงเสวี่ยกลับผลักประตูไม้ผุกร่อนเข้าไปด้วยความเด็ดเดี่ยว กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรและหมึกจีนโชยแตะนาสิก ท่ามกลางแสงตะเกียงริบหรี่ ไป๋อวิ๋นกำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าๆ มือขวาถือพัดกระดาษปักลายภาพวาดทิวทัศน์ ท่าทางเกียจคร้านเช่นนี้ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศอันตรึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "เจ้า... รู้ตัวตั้งแต่วันแรกที่ข้าทดสอบค่ายกลที่หน้าหุบเขาแล้วใช่หรือไม่?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถามตรงประเด็น น้ำเสียงเยือกเย็นกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลม ไป๋อวิ๋นคลี่ยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมทอประกายล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาล เขาไม่ตอบคำถามในทันที ทว่ากลับลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างระหงของนางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า "แม่นางมู่หรง... ค่ายกลดาราเคลื่อนคล้อยที่ท่านใช้ทดสอบข้า แม้จะซับซ้อนและแฝงไว้ด้วยจิตสังหารเจ็ดทิศ ทว่าอักขระตัวที่สามตรงฐานทิศบูรพา กลับบิดเบือนไปสามส่วน หากข้าไม่แสร้งทำเป็นแก้ไขมันด้วยความยากลำบาก เกรงว่าท่านคงไม่ยอมเปิดทางให้ข้าก้าวเข้าสู่สำนักกระบี่นภาอย่างราบรื่นเช่นนี้กระมัง" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของมู่หรงเสวี่ย ร่างบางสะท้านเฮือก ดวงตาดั่งหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่เคยคิดเลยว่า เล่ห์กลอันแยบยลที่นางใช้คัดกรองยอดฝีมือ จะถูกบุรุษผู้นี้มองทะลุปรุโปร่งตั้งแต่แรกเห็น! "เจ้าเป็นใครกันแน่..." มู่หรงเสวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับที่มือเรียวดั่งลำหยกขาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกาย กลิ่นอายกระบี่อันคมกริบแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางทันที กดดันจนอากาศภายในห้องบิดเบี้ยว ไป๋อวิ๋นหาได้สะดุ้งสะเทือนต่อจิตสังหารอันรุนแรงนั้นไม่ รอยยิ้มบนมุมปากของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้น "ข้าก็คือไป๋อวิ๋น... ศิษย์สวะผู้ขี้เกียจสันหลังยาวตามที่ผู้อาวุโสจ้าวและคนอื่นๆ กล่าวหาอย่างไรเล่า" "ปากแข็งนัก!" สิ้นคำพูด มู่หรงเสวี่ยก็ตวัดนิ้วชี้ กระบี่บินคู่กาย 'วารีไร้ลักษณ์' เปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า พุ่งแหวกอากาศเข้าหาลำคอของไป๋อวิ๋นด้วยความเร็วสูงราวสายฟ้าแลบ! นี่คือกระบี่ที่รวดเร็วและเด็ดขาด นางไม่ได้คิดจะสังหารเขา ทว่าต้องการบีบคั้นให้เขาแสดงเคล็ดวิชาที่แท้จริงออกมา! ฉากต่อสู้ดุเดือดตระการตาพลันระเบิดขึ้นในพื้นที่คับแคบ! ท่ามกลางประกายกระบี่ที่วับวับแวมแวม ไป๋อวิ๋นไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เขาเพียงแค่สะบัดพัดในมือออกไปปะทะกับคมกระบี่อย่างนิ่มนวล "เคร้ง!" เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกสะท้อนกลับจนคลื่นลมพัดกระหน่ำข้าวของภายในเรือนปลิวว่อน ทว่าน่าแปลกที่ร่างของไป๋อวิ๋นกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว มู่หรงเสวี่ยใจหายวาบ กระบวนท่ากระบี่ของนางเปลี่ยนผันอย่างรวดเร็ว จากสายน้ำที่นุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นสึนามิที่โถมซัดทำลายล้าง ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน นางรุกไล่อย่างดุเดือด กระบี่ในมือวาดลวดลายราวกับมังกรวารีร่ายรำ ทว่า ไป๋อวิ๋นกลับเคลื่อนไหวราวกับล่องลอยอยู่เหนือกาลเวลา เขาย่างก้าวตามตำแหน่งค่ายกลโบราณที่สลักไว้บนพื้นเรือนโดยสัญชาตญาณ การหลบหลีกของเขาเรียบง่าย ไร้ซึ่งความฟุ่มเฟือย ทว่ากลับแม่นยำและทรงพลังยิ่งกว่ายอดฝีมือคนใดในยุทธภพ "กระบวนท่าที่เจ็ดของท่าน... รวดเร็วจริง ทว่าจุดอ่อนอยู่ที่หัวไหล่ขวา หากท่านทุ่มพลังปราณทั้งหมดไปที่นั่น สมดุลของค่ายกลภายในร่างกายจะพังทลายทันที" ไป๋อวิ๋นเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขณะที่ปลายพัดของเขาจี้เบาๆ ไปที่จุดชีพจรสำคัญบนไหล่ของนาง ซ่า! พลังปราณของมู่หรงเสวี่ยสะดุดกึกทันที ร่างระหงเสียหลักเซถลถอยหลังไปสามก้าว ก่อนที่นางจะทันตั้งตัวได้ทัน ไป๋อวิ๋นก็ก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวบางของนางไว้เพื่อพยุงไม่ให้ล้มลง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งใช้พัดจ่ออยู่ที่ลำคอขาวผ่องของนางอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์ดั่งดอกบัวหิมะโชยเข้าจมูก ไป๋อวิ๋นก้มลงมองดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตะลึงและโกรธเกรี้ยวระคนกันของหญิงสาวในอ้อมกอด บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ หัวใจของทั้งสองดวงเต้นระรัวผิดจังหวะ ประกายไฟแห่งความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าคู่ต่อสู้ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางความมืดมิด มู่หรงเสวี่ยใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยด้วยความเคืองขัด นางกัดริมฝีปากแน่น "เจ้า... กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวข้า!" "ข้าเพียงแต่กลัวว่าองค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะได้รับบาดเจ็บต่างหากเล่า" ไป๋อวิ๋นยิ้มละไม แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอ่อนโยนในคราเดียวกัน ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและลึกซึ้งนั้นเอง เปรี้ยง! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของหุบเขาต้องห้ามเบื้องหลังสำนักกระบี่นภา ท้องฟ้ายามวิกาลที่เคยไร้เมฆหมอก กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆดำทะม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับฝันร้าย พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ กดทับจนศิษย์ในสำนักต่างพากันกระอักเลือดออกมาด้วยความหวาดกลัว ไป๋อวิ๋นหุบพัดในมือรอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังขอบฟ้าไกลด้วยแววตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งหมื่นปี สัญลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ายามนี้... หาใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติไม่ แต่มันคือตราประทับรูป "กระบี่มารกลืนนภากาศ" — สัญลักษณ์ประจำตัวของ "มารสวรรค์บรรพกาล" ผู้ที่เคยผนึกเขาไว้ในห้วงนิทราเมื่อหมื่นปีก่อน และบัดนี้... มันได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของหมึกทองคำข้ามภพเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%