“เจ้ากล้าดียังไงถึงเดินเข้ามาด้วยท่าทางแบบนั้น? ที่นี่คือโถงมหาอาวุโส มิใช่สวนหลังบ้านของเจ้า!”
เสียงตวาดก้องของผู้อาวุโสจ้าวแหวกผ่านความเงียบงันภายในโถงประชุมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน ใบหน้าของชายชราแดงก่ำด้วยโทสะ ขณะที่มือหยาบกร้านชี้ตรงมายังร่างของบุรุษหนุ่มที่กำลังเดินทอดน่องเข้ามาอย่างเกียจคร้านราวกับมาเดินชมบุปผา
ไป๋อวิ๋นหยุดฝีเท้าลงช้าๆ เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นดุจดั่งห้วงสมุทรลึกที่ยากจะหยั่งถึง เขายกมือขึ้นป้องปากหาวหวอดหนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ว่า “ผู้อาวุโสจ้าว... ท่านอายุมากแล้ว ความดันโลหิตสูงขึ้นง่าย หากตะคอกบ่อยๆ เดี๋ยวจะได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนกำหนดเอาได้นะขอรับ”
“เจ้า!” ผู้อาวุโสจ้าวถึงกับกระอักเลือดลมที่ตีกลับด้วยความโกรธ
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้สบถคำด่าทอใดๆ ออกมาอีก เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยอำนาจกลับดังขึ้นจากตำแหน่งประธานของโถง เจ้าสำนักกระบี่นภาที่นั่งสงบนิ่งดุจขุนเขามาโดยตลอด บัดนี้กำลังจับจ้องไปยังไป๋อวิ๋นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“พอได้แล้ว ท่านผู้อาวุโสจ้าว” เจ้าสำนักกล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ในเมื่อไป๋อวิ๋นกลับมาแล้ว เราควรหารือถึงเรื่องที่เขาทำสำเร็จในแดนลับเสียดีกว่า”
มู่หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่เคียงข้างเจ้าสำนักในฐานะตัวแทนศิษย์เอก นางในชุดขาวดุจหิมะบริสุทธิ์เพียงปรายตามองไป๋อวิ๋น แววตาที่เคยเย็นชาประดุจน้ำแข็งพันปีกลับมีระลอกคลื่นแห่งความห่วงใยซ่อนอยู่เบื้องลึก แม้เพียงครู่เดียว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ศิษย์คนอื่นๆ ในโถงถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
ไป๋อวิ๋นไม่ได้สนใจสายตาของใคร เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ยันต์อักขระสีทองอร่ามที่เขียนขึ้นจากปราณบริสุทธิ์พลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงที่สร้างอาณาเขตกันเสียงรอบตัวเขาและเจ้าสำนักโดยอัตโนมัติ
“แดนลับแห่งนั้นมิใช่เพียงสุสานโบราณ แต่มันคือค่ายกลกักขังอสูรเมฆาที่สาบสูญไปนับหมื่นปี” ไป๋อวิ๋นลดระดับเสียงลง “ข้าจัดการมันแล้ว... ด้วยวิธีของข้า”
“เจ้าจะบอกว่า... เจ้าเพียงคนเดียว สามารถผนึกอสูรบรรพกาลที่แม้แต่ปรมาจารย์ยุคก่อนยังต้องแลกด้วยชีวิตงั้นหรือ?” เจ้าสำนักถามพลางโน้มตัวลงมา ใบหน้ามีร่องรอยของความหวาดหวั่นผสมความชื่นชม
“พลังกายหรือกระบี่อาจจะทำไม่ได้ แต่ถ้าใช้ ‘สัจธรรมแห่งการไหลเวียน’ ที่ข้าเพิ่งตระหนักได้ มันก็เหมือนกับการคลายปมเชือกที่พันกันยุ่งเหยิงเท่านั้นเองขอรับ” ไป๋อวิ๋นยักไหล่พลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักข้างๆ มู่หรงเสวี่ย “แต่บอกไว้ก่อนนะครับ ถ้าจะให้ข้าไปทำภารกิจแก้ปัญหาสำนักอีก ข้าขอจองตัวแม่นางมู่หรงไว้เป็นคนถือของให้ข้าด้วย”
มู่หรงเสวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าที่เคยราบเรียบพลันขึ้นสีระเรื่อ นางหันไปค้อนใส่ชายหนุ่มเบาๆ แต่ไม่ได้ปฏิเสธ ท่าทางที่ดูประหนึ่งคู่รักหยอกล้อกันกลางที่ประชุมศักดิ์สิทธิ์ ทำให้บรรดาผู้อาวุโสที่เหลือต่างพากันอ้าปากค้าง
“เจ้ามันตัวปัญหานัก!” ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอด “เจ้าคิดว่าผลงานแค่นี้จะทำให้เจ้าลบมลทินในอดีตได้หรือ? ต่อให้เจ้าจะเก่งกาจเพียงใด นิสัยขี้เกียจสันหลังยาวของเจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าเจ้าเป็นพวกไร้ความมุ่งมั่น!”
ไป๋อวิ๋นไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา เขาสะบัดนิ้วเพียงเบาๆ แรงกดดันจากกระบี่วิญญาณที่ซ่อนอยู่ในอากาศพลันกดทับลงบนไหล่ของผู้อาวุโสจ้าวโดยตรง ร่างของชายชราทรุดลงกับพื้นทันทีด้วยแรงมหาศาลที่มองไม่เห็น แต่ไป๋อวิ๋นยังคงนั่งจิบน้ำชาที่นางรับใช้เพิ่งนำมาวางด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“ความมุ่งมั่นมิใช่การยืนตระหง่านอยู่บนที่สูงเพื่อมองดูผู้อื่นต่ำต้อย” ไป๋อวิ๋นเอ่ยเรียบๆ “แต่คือการรู้ว่าเมื่อใดควรหยุด และเมื่อใดควรลงมือ... ท่านควรเรียนรู้ไว้บ้างนะขอรับ ท่านผู้อาวุโส”
บรรยากาศภายในโถงเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากรอยแตกของหลังคา ทุกสายตาจับจ้องไปที่คนหนุ่มผู้กุมชะตาของสำนักไว้เพียงปลายนิ้ว ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความเกรงขามนั้นเอง
เสียงระฆังสำนักที่ควรจะดังขึ้นเฉพาะยามมีศึกสงครามใหญ่ก็แผดเสียงก้องกังวานไปทั่วภูเขา รอยแยกมิติสีม่วงเข้มพลันฉีกตัวออกเหนือท้องฟ้าเหนือโถงประชุม กลไกป้องกันสำนักที่ไป๋อวิ๋นเพิ่งจะวางไว้เมื่อครู่เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
เงาร่างหนึ่งที่ปกคลุมด้วยไอสังหารสีเลือดก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น ดวงตาสีเพลิงจ้องมองมาที่ไป๋อวิ๋นด้วยความโหยหา
“ศิษย์น้อง... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบเสียที คืนกระบี่เล่มนั้นมาให้ข้า มิเช่นนั้น วันนี้สำนักของเจ้า จะไม่เหลือแม้แต่ธุลี!”
ไป๋อวิ๋นถอนหายใจยาว วางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวลก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสบตากับมู่หรงเสวี่ยเพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินออกไปเผชิญหน้ากับหายนะที่เพิ่งมาถึง
“ดูท่า... วันนี้ข้าคงได้ขยับตัวมากกว่าที่คิดไว้เสียแล้วนะครับ”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ•ตอนที่ 30
กลับสู่สำนักด้วยสถานะใหม่ที่น่าเกรงขาม
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้าด้วยปลายนิ้วคุณชายขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!