ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้กวาดมองข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความตกใจอย่างที่ฉันคาดการณ์ไว้ในตอนแรก แต่ความนิ่งงันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของเชฟรินรดาต่างหาก ที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องครัวสเตนเลสสตีลสว่างวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน
นิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดจับมีดเชฟได้อย่างคล่องแคล่วชะงักค้างกลางอากาศ รินรดากดล็อกหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน ดวงตาคู่คมกริบที่มักจะซ่อนความเย่อหยิ่งไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้น หรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งน้ำหนักราคาของฉันในเครื่องชั่งดิจิทัล
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าใช้เรื่องนี้มาต่อรองกับฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของเชฟระดับมิชลินหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีนู้ดสนิท เธอไม่ได้ตะคอก แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ฉันเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วข้างหนึ่งใส่เธออย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม
"ก็เป็นแค่อินฟลูเอนเซอร์สาวสวย ร่าเริง และมีความสามารถในการกู้ชื่อเสียงร้านอาหารให้คุณได้ยังไงล่ะคะ เชฟริน" ฉันยิ้มหวานหยาดเยิ้มส่งไปให้ แม้ว่าในมือจะชุ่มไปด้วยเหงื่อ "ข้อความที่คุณเพิ่งอ่านไป... เป็นเงื่อนไขเดียวที่จะทำให้เพจ 'ชิมให้ยับกับยัยพาย' ยอมปิดปากเงียบเรื่องที่คุณทำครัวซองต์ไหม้เป็นตอตะโกเมื่อวาน แล้วยอมช่วยโปรโมทเมนูใหม่ให้ฟรีๆ สามเดือนเต็ม แลกกับการที่ฉัน... จะขอมาเป็นผู้ช่วยเชฟฝึกหัดในครัวของคุณค่ะ"
รินรดาก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นกระเบื้องส่งเสียงก้องกังวาน ทุกย่างก้าวของเธอบีบให้ฉันต้องถอยหลังไปทีละนิด จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวเย็น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาและลาเวนเดอร์จากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ทว่ามันกลับเจือด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"คุณกล้ามากนะพิมพ์มาดา" เธอยืนประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างเรา ปลายจมูกโด่งรั้นของเธออยู่ห่างจากหน้าผากฉันเพียงคืบเดียว "รู้ไหมว่าห้องครัวของฉันไม่ใช่สนามเด็กเล่น และฉันเกลียดที่สุดคือพวกมือสมัครเล่นที่คิดว่าการทำอาหารเป็นแค่เรื่องสนุก"
"ถ้าฉันเป็นแค่มือสมัครเล่นจริงๆ ทำไมคุณต้องหน้าเครียดตอนอ่านข้อความนั้นด้วยล่ะคะ?" ฉันสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "สูตรลับซุปหัวหอมฝรั่งเศสดั้งเดิมที่ตระกูลคุณเก็บงำไว้... ถ้าหลุดออกไปในโลกโซเชียล สื่อจะเล่นข่าวนี้ยังไงนะ? อ้อ! หรือว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องสูตรอาหาร แต่เป็นเรื่องของความลับบางอย่างที่คุณไม่อยากให้ใครขุดคุ้ยกันแน่คะ?"
รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของเชฟรินรดาเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ร่างบางชะงักกึก ดวงตาคู่สวยไหววับอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ก่อนที่ความเย็นชาจะถูกยกขึ้นมาสวมทับไว้อย่างแนบเนียนอีกครั้ง
ผู้หญิงคนนี้นี่... ซึนเดเระตัวแม่ของแท้เลยสินะ! ปากบอกว่าเกลียด แต่แววตากลับสั่นไหวซะขนาดนั้น
"ปากเก่งนักนะ" เธอพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะผละถอยหลังออกไปสองก้าว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งไสในตู้แช่ "อยากเข้ามาในครัวของฉันนักใช่ไหม? อยากแลกเปลี่ยนนักใช่ไหม? ได้... ฉันจะให้คุณเป็นผู้ช่วย"
ฉันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเธอจะยอมตกลงง่ายดายขนาดนี้ รอยยิ้มดีใจกำลังจะระบายบนใบหน้า ทว่าประโยคถัดมาของเธอกลับทำให้รอยยิ้มนั้นค้างเติ่งอยู่บนริมฝีปาก
"แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎเหล็ก 10 ข้อของฉัน... ถ้าทำไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว คุณจะต้องไสมือออกไปจากที่นี่ตลอดกาล และห้ามเหยียบเข้ามาในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรจากร้านนี้อีก"
ฉันกลืนน้ำลายอีกรอบ รู้สึกเหมือนกำลังเซ็นสัญญากับซาตานในร่างเชฟสาวพราวเสน่ห์ แต่เพื่อความจริงเกี่ยวกับสูตรอาหารของคุณยาย และเพื่อความอยู่รอดของเพจ... ฉันไม่มีทางเลือกอื่น
"ว่ามาค่ะ กฎอะไรบ้าง เชิญ!" ฉันเชิดหน้าขึ้นประกาศความท้าทาย
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงเสน่ห์จนใจฉันกระตุกวูบ เธอหยิบแท็บเล็ตบนเคาน์เตอร์ขึ้นมาเปิดสไลด์หน้าจอให้ฉันดูทีละข้อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี
"ข้อหนึ่ง: ห้ามส่งเสียงดังหรือส่งเสียงหัวเราะอย่างไร้สาระในเวลาทำงานเด็ดขาด เพราะเสียงของคุณมันน่ารำคาญหู"
ฉันอ้าปากค้างเล็กน้อย "เดี๋ยวค่ะ! ฉันเป็นอินฟลูเอนเซอร์นะ จะให้เงียบเป็นเป่าสากได้ยังไง-"
"ข้อสอง: ห้ามแต่งกายผิดระเบียบของครัว ชุดฟอร์มต้องเนี้ยบไร้ที่ติ ผมต้องรวบเก็บให้เรียบร้อย ห้ามมีเส้นผมหลุดรอดออกมาสร้างความสกปรกเด็ดขาด"
"ข้อสาม: ห้ามแตะต้องวัตถุดิบราคาแพงในตู้แช่หลัก เว้นแต่ฉันจะสั่งให้หยิบเท่านั้น"
"ข้อสี่: ห้ามเถียง ห้ามออกความเห็น และห้ามตั้งคำถามในสิ่งที่ฉันสั่งเด็ดขาด หน้าที่ของคุณคือทำตามคำสั่งโดยไม่มีข้อแม้"
"ข้อห้า..."
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง คราวนี้เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากบางเฉียบอยู่ห่างจากใบหูของฉันเพียงนิดเดียว ลลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นพริกไทยอ่อนๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม จนขนอ่อนบนต้นแขนของฉันลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"...ห้ามตกหลุมรักเชฟเด็ดขาด เพราะคนอย่างคุณ... ไม่มีวันผ่านตาฉันไปได้หรอิ"
น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทาย แต่มันกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมของฉันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยพายเอ้ย! ตั้งสติหน่อยสิ นั่นมันยัยเชฟหน้าตายจอมเผด็จการนะ!
"เชฟมั่นใจเกินไปหรือเปล่าคะ?" ฉันฝืนเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ทั้งที่หัวใจเต้นรัวจนแทบควบคุมไม่ได้ "ระวังเถอะค่ะ... คนที่ออกปากว่าไม่มีวันชอบใคร มักจะตกม้าตายตอนจบทุกราย"
รินรดาผละตัวออกไป เธอสบตาฉันนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับมีความระยิบระยับบางอย่างซ่อนอยู่ ชวนให้น่าค้นหาและน่าหมั่นไส้ไปพร้อมๆ กัน
"งั้นก็รอดูแล้วกันว่าใครจะรอดเป็นคนสุดท้าย" เชฟสาวหมุนตัวกลับอย่างสง่างาม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "กฎข้อที่หกถึงสิบไว้อ่านพรุ่งนี้เช้า... หกโมงตรง หน้าเคาน์เตอร์ครัว ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวของชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทสากลราคาแพงก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะทันที
"รินครับ! ผมจัดการเรื่องสัญญาซื้อขายวัตถุดิบให้เรียบร้อยแล้วนะ... เอ๊ะ? นี่ใครเหรอครับ?"
เชฟรินรดาชะงักกึก สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งและเย่อหยิ่งเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ราวกับว่าการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ กำลังจะพังทลายแผนการทุกอย่างที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมา
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มลองความฟินและร่วมลุ้นไปกับยัยพายและเชฟรินคนซึนในตอนนี้นะคะ!
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตาย•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
