เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตาย•ตอนที่ 3

กฎเหล็กข้อที่หนึ่ง: ห้ามเสียงดัง

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ถ้าคุณยังส่งเสียงดังรบกวนเวลาทำงานของฉันอีกแม้แต่แอะเดียว ฉันจะโยนคุณออกไปนอกร้านทั้งชุดนอนลายสตรอว์เบอร์รีบ้านั่นแหละค่ะ” น้ำเสียงเรียบเรู้อย่างเย็นเยียบดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที เชฟรินรดาไม่ได้หันกลับมามองแขกไม่ได้รับเชิญที่เพิ่งก้าวขาเข้ามาในอาณาเขตครัวปิดของเธอด้วยซ้ำ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบยังคงจดจ่ออยู่กับการแล่เนื้อปลาแซลมอนบนเขียงไม้เนื้อหนา ปลายมีดแล่ปลาคมกริบเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำและเยือกเย็น ราวกับตัวตนของพิมพ์มาดาเป็นเพียงฝุ่นละอองที่เธอไม่จำเป็นต้องใส่ใจ พายอ้าปากค้างเล็กน้อย เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเมื่อเจอสายตาดุๆ ของคนที่ยืนขนาบข้างเชฟริน—ผู้ช่วยเชฟหนุ่มร่างยักษ์ส่งสายตาปรามมาที่เธอราวกับเธอเพิ่งทำความผิดฐานบุกรุกแผ่นดิน ให้ตายสิ! นี่เธอเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารที่มีผู้ติดตามหลักล้านเชียวนะคะ ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่เดินหลงทางเข้ามาสักหน่อย อีกอย่าง ชุดนอนลายสตรอว์เบอร์รีออกจะน่ารักน่าเอ็นดู จะมาใช้เป็นข้ออ้างขู่กันโต้งๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ! “นี่คุณเชฟรินคะ!” พายเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สลัดความประหม่าทิ้งไปแล้วก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดหน้าเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลสขัดมัน “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดังเสียหน่อย แค่บังเอิญว่าประตูห้องพักมันฝืดจนต้องออกแรงผลักต่างหากล่ะคะ แล้วอีกอย่าง... คุณจะมาไล่แขกที่เพิ่งหนีตายจากเหตุการณ์... เอ่อ จากข้างนอกเข้ามาอย่างไร้เยื่อใยแบบนี้ไม่ได้นะคะ!” รินรดาวางมีดลงบนเขียงเสียงดัง *‘ทึบ’* เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้เรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองพายตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาความน่ารำคาญของผู้หญิงตรงหน้า “แขกเหรื่ออะไรกันคะ? ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมห้าดาว และฉันก็ไม่ใช่พนักงานต้อนรับ” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึกจนพายรู้สึกชาไปทั้งหน้า “ที่นี่คือห้องครัวส่วนตัว และคุณ—ยัยตัวแสบที่เดินละเมอเข้ามาในเขตหวงห้าม กำลังทำลายสมาธิในการทำงานระดับมิชลินของฉัน” “ยัยตัวแสบงั้นเหรอคะ?!” พายทวนคำ เสียงสูงปรี๊ดด้วยความเหลืออด สองมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง “ฉันมีชื่อนะคะ พิมพ์มาดาค่ะ จำใส่สมองส่วนหน้าเอาไว้เลย! แล้วถ้าคุณพูดจาดูถูกกันอีกคำเดียว ฉันจะรีวิวร้านอาหารของคุณให้ติดลบสิบดาวในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเลยคอยดู!” บรรยากาศในครัวอุณห็ภูมิลดฮวบลงทันที ผู้ช่วยเชฟถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อเห็นรวลดลายความน่ากลัวแผ่ออกมาจากร่างของเชฟสาวเจ้าของร้าน รินรดาไม่โกรธ เธอกลับยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด ร่างระหงในชุดเชฟสีขาวสะอาดก้าวเดินอ้อมเคาน์เตอร์เข้ามาประชิดตัวพายด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังบางไปชนเข้ากับชั้นวางเครื่องปรุง กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเลมอนผสมผสานกับกลิ่นอายความดุดันเฉพาะตัวของรินรดา ลอยเข้าแตะจมูกพายจนเผลอกลั้นหายใจ “รีวิวติดลบสิบดาวเหรอคะ?” รินรดาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของพาย เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบกระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก “ลองดูไหมล่ะคะ ว่าระหว่างรีวิวของคุณกับชื่อเสียงของ ‘L’Étoile Cachée’ อะไรจะพังเร็วกว่ากัน... อ้อ และที่สำคัญที่สุด กฎเหล็กข้อที่หนึ่งของที่นี่คือ *‘ห้ามเสียงดัง’* แต่คุณแหกกฎไปแล้วถึงสามครั้งภายในเวลาไม่ถึงห้านาที” พายใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปต่างหาก! ใบหน้าสวยเฉี่ยวของเชฟรินอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความกะล่อน “ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย” พายเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจเมื่อครู่ระเหยหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของรินรดายกขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอ เพื่อส่งสัญญาณให้ ‘เงียบ’ “ถ้าพูดมากอีกคำเดียว ฉันจะใช้ซอสพริกคาเยนราดลงบนข้าวต้มมื้อเช้าของคุณแทนน้ำตาลทรายแดงนะคะ พิมพ์มาดา” รินรดาผละตัวออกไปช้าๆ ทิ้งให้พายยืนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก ยัยเชฟหน้าตายนี่มันร้ายกาจเป็นบ้า! ร้ายกาจที่สุด! พายกำลังจะอ้าปากเถียงกลับอีกครั้งเพื่อให้สมกับศักดิ์ศรีอินฟลูเอนเซอร์สายแข็ง แต่ทว่า... *กริ๊ง!* เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านที่ควรจะปิดให้บริการไปแล้วดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูไม้สีเข้มที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนามัสยิดพัดกรรโชกเข้ามาพร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพง รินรดาที่กำลังหันหลังกลับไปหยิบอุปกรณ์ทำอาหาร ชะงักกึกทันที สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งและเย่อหยิ่งเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ราวกับว่าการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ กำลังจะพังทลายแผนการทุกอย่างที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมา “ไงคะ ริน... ไม่เจอกันนานเลยนะน้องสาว” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะเย้ยดังขึ้นจากชายหนุ่มแปลกหน้าผู้ก้าวเข้ามาใหม่ และเมื่อพายหันไปมองตามเสียงนั้น เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—เพราะผู้ชายคนนั้นคือ ‘ภาคิน’ อดีตหุ้นส่วนร้านอาหารชื่อดังที่เพิ่งโกงเงินบริษัทของคุณยายเธอไปเมื่อเดือนก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้ซอยสตรอว์เบอร์รีนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%
กฎเหล็กข้อที่หนึ่ง: ห้ามเสียงดัง — เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตาย | yayni