ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 3

หมากตัวแรกที่หายไป

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“ถ้าหลักฐานชิ้นนี้ไปถึงมือท่านแม่ทัพพยัคฆ์... คุณคิดว่าหัวของ ‘ท่านจางเหว่ย’ จะยังวางอยู่บนบ่าได้นานอีกกี่วินาทีคะ?” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่ในมือของเขากลับถือซองจดหมายประทับตราลับเฉพาะของราชันย์เอาไว้ ความเย็นเยียบในดวงตาคมกริบของศิลาทำให้จางเหว่ย มือขวาคนสนิทที่ทรงอิทธิพลที่สุดของราชันย์ถึงกับหน้าถอดสี ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ริมผาพญาเหยี่ยว บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงฟืนที่กำลังมอดไหม้ในเตาผิง จางเหว่ยนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือที่สั่นเทาพยายามคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก “แก... แกไปเอาของพวกนั้นมาจากไหน ศิลา!” จางเหว่ยคำรามเสียงต่ำ พยายามข่มขวัญคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “นั่นมันของปลอม! แกกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายฉัน!” ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มันเป็นเสียงของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม เขาขยับกายเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะโยนซองจดหมายลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา “ของปลอมเหรอคะ?” ศิลาเอียงคอถาม “แต่ลายมือในจดหมายนี่... มันเหมือนลายมือของคุณเปี๊ยบเลยนะคะ ทั้งรอยตวัดตรงหางตัวอักษร ทั้งวิธีการเว้นวรรคแบบที่ชอบทำเวลาแอบติดต่อกับพวกกบฏ... หรือจะเป็นความผิดพลาดของผมเองที่ดันไปเจอ 'ต้นฉบับ' จริงๆ เข้าที่ห้องทำงานส่วนตัวของราชันย์ก่อนคุณจะเผามันทิ้ง?” จางเหว่ยชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความจริงที่ว่าศิลา ‘ก้าวล้ำหน้า’ ไปหนึ่งก้าวเสมอคือสิ่งที่เขาสะพรึงกลัวที่สุด ศิลาไม่ได้แค่ถือหลักฐาน แต่เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่เหนือชั้นกว่าหลายเท่า รินรดาที่ยืนเงียบอยู่ในเงามืดของมุมห้องขยับยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ เธอคือมือเงาที่คอยเก็บกวาดและสร้าง 'หลักฐาน' เหล่านี้ขึ้นมาตามคำสั่งของศิลา ทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เอกสารชุดนี้จะไปปรากฏอยู่ตรงหน้าจางเหว่ยในเวลาที่ราชันย์กำลังเริ่มระแวงคนใกล้ชิด “คุณมีทางเลือกไม่มากหรอกนะคะจางเหว่ย” ศิลากล่าวต่อ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบและเย็นชา “ถ้าคุณเลือกที่จะปฏิเสธ หลักฐานชุดนี้จะถูกส่งถึงมือท่านแม่ทัพก่อนรุ่งสาง แต่ถ้าคุณเลือกที่จะ ‘ถอนตัว’ ออกจากตำแหน่งและหุบปากให้สนิทเกี่ยวกับเรื่องที่เราคุยกันวันนี้... ผมอาจจะพิจารณาให้คุณได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุขที่ชายแดน” “แกคิดว่าฉันจะเชื่อใจคนอย่างแกเหรอ?” จางเหว่ยแค่นยิ้มอย่างหยามหยัน “ราชันย์ไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่ ถ้าเขารู้ว่าแกเล่นตุกติกกับมือขวาของเขาแบบนี้!” “นั่นสินะคะ...” ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมไปด้านหลังของจางเหว่ย ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก “แล้วคุณคิดว่า... ทำไมราชันย์ถึงยังไม่ทราบเรื่องนี้ล่ะคะ? หรือเป็นเพราะเขาเองก็กำลังรอเวลาที่จะเขี่ย 'มือขวาที่เริ่มหมดประโยชน์' อย่างคุณทิ้งอยู่พอดี?” จางเหว่ยเบิกตากว้าง ความหวาดระแวงกัดกินหัวใจเขาในทันที นี่คือหมากตายที่ศิลาวางเอาไว้ ราชันย์เป็นคนประเภทที่มองเห็นคนเป็นเพียงเครื่องมือ หากเครื่องมือชิ้นไหนเริ่มมีรอยร้าว หรือเริ่มสั่นคลอนอำนาจ ราชันย์จะบดขยี้มันทิ้งโดยไม่เสียเวลาอาลัย “ไปซะ... ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ” ศิลาโบกมือไล่เหมือนไล่สุนัขตัวหนึ่ง จางเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอกสารบนโต๊ะก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปอย่างเสียสติ เขาไม่สนแล้วว่ามันจะเป็นของจริงหรือของปลอม ความกลัวตายทำให้เขาเลือกที่จะหนีไปให้ไกลที่สุดตามทางที่ศิลาชี้แนะ ซึ่งนั่นก็หมายถึงการเดินเข้ากับดักที่ศิลาขุดไว้รออยู่แล้วที่ชายแดน เมื่อเสียงฝีเท้าของจางเหว่ยลับหายไป รินรดาก็เดินออกมาจากมุมมืด “เขาหลงกลแล้วค่ะ นายท่าน... แผนการส่งตัวเขาไปให้ศัตรูของราชันย์จัดการต่อถือว่าแนบเนียนมาก” “หมากตัวแรกหายไปแล้ว” ศิลามองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูแสงจันทร์ที่อาบย้อมผืนป่า “แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น รินรดา... คืนนี้ยังมีแขกอีกคนที่น่าสนใจกว่าจางเหว่ยรอเราอยู่” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยถาม เสียงเคาะประตูห้องโถงดังขึ้นอย่างหนักหน่วง สามครั้ง... เป็นจังหวะที่คุ้นเคย ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ “คืนนี้ที่นี่ดูคึกคักเป็นพิเศษเลยนะเพื่อนรัก... ศิลา... ฉันหวังว่าจางเหว่ยจะไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้เธอ 'รำคาญ' ใจจนเกินไปนะ?” ราชันย์ก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณราวกับกำลังล่าสมบัติที่หายไป ศิลาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทที่สวมหน้ากากคนดีคนเดิม พร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนความลับอันตรายเอาไว้ ราชันย์หยุดยืนตรงหน้าศิลา ก่อนจะก้มลงหยิบ ‘หลักฐาน’ อีกชิ้นหนึ่งที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะ—จดหมายลับอีกฉบับที่ศิลาจงใจทิ้งไว้เป็นกับดักชั้นที่สอง ราชันย์คลี่กระดาษแผ่นนั้นออก อ่านผ่านๆ ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองศิลาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ศิลา... จดหมายฉบับนี้... ทำไมมันถึงมีตราประทับของ ‘พ่อเธอ’ ที่ตายไปแล้วประทับอยู่ล่ะ?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางไปกับการชำระแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%