กลิ่นอายของกระดาษโบราณและหมึกราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว สำหรับคนอื่น นี่คือวิหารแห่งความรู้และความเจริญรุ่งเรือง แต่สำหรับศิลา มันคือห้องสอบสวนที่เขาเคยถูกตรึงไว้ด้วยความโง่เขลาของตัวเองเมื่อชาติภพก่อน
หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง เขาหันไปมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อสถานที่นั้น—"คฤหาสน์ริมผาพญาเหยี่ยว" สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหลุมศพไร้ป้ายชื่อของเขาเอง
"เกิดอะไรขึ้นหรือครับ... เอ๊าะ หรือว่าพวกคุณสองคนมีความหลังอะไรกับที่นั่นเป็นพิเศษ?"
เสียงทุ้มนุ่มนวลที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ ราชันย์ก้าวออกมาจากเงาสลักของชั้นหนังสือไม้สักทอง ท่าทางของเขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติราวกับภาพวาดของสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อม ทั้งดวงตาที่ฉายแววห่วงใย รอยยิ้มที่มุมปาก และท่าทางการเอียงคอมძเล็กน้อยเพื่อแสดงความสงสัย ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากผิวเผินอันงดงามนี้ ซ่อนไว้ด้วยสันดานของงูพิษที่พร้อมฉกกัดผู้มีพระคุณได้ทุกเมื่อ
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความรู้สึกหยาดเหงือกแห่งความแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาถึงลำคอ ความร้อนระอุของเพลิงผลาญในชาติก่อนยังคงแผดเผาอยู่ในกระดูก แต่วินาทีนี้ เขากลับคลี่ "รอยยิ้ม" ที่อบอุ่นและเป็นมิตรยิ่งกว่าเดิมออกทาบ3นใบหน้า
"ไม่มีอะไรหรอก ราชันย์..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิษภัย ขณะก้าวเข้าไปตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ "แค่ชื่อสถานที่นั้นมันช่าง... ชวนให้รู้สึกขนลุกแปลกๆ ว่าไหม? เหมือนมีใครกำลังเดินเหยียบหลุมศพของเราเองยังไงยังงั้น"
ราชันย์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของศิลาเพื่อค้นหาพิรุธ ทว่าสิ่งที่เขาพบมีเพียงความโล่งโปร่งและรอยยิ้มจืดเจือของคนไร้เดียงชาคนหนึ่ง ราชันย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละตัวไปรินไวน์แดงใส่แก้วคริสตัลยื่นให้
"แกนี่ก็คิดมากไปได้ ศิลา งานประมูลที่คฤหาสน์ริมผาพญาเหยี่ยวคืนนี้ เป็นงานรวมตัวของบรรดาผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศเชียวนะ โอกาสทองที่เราจะได้เซ็นสัญญาโครงการใหญ่ร่วมกัน นายจะพลาดงานนี้ไปได้อย่างไร" ราชันย์ส่งแก้วไวน์ให้พลางสบตา "จริงไหม... รินรดา?"
รินรดารับแก้วไวน์มาถือไว้ มือเรียวบางของเธอยังคงสั่นเล็กน้อยจนของเหลวสีแดงเข้มกระเพื่อมไหว สายตาของเธอแอบเหลือบมองศิลาเพื่อขอสัญญาณบางอย่าง แม้ภายนอกเธอจะเป็นเพียงเลขาที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่ในเงามืด รินรดาคือสายลับมือฉกาจที่คอยขุดคุ้ยบัญชีลับและเส้นทางการเงินของราชันย์ให้เขา
ศิลาขยับตัวเข้ามาบังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างแนบเนียน พร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับราชันย์ เสียงแก้วกระทบกันกังวานใส ทว่าเย็นเยียบราวกับเสียงมีดกระทบกระดูก
"ในเมื่อเพื่อนรักเอ่ยปากชวนด้วยตัวเอง มีหรือที่ฉันจะปฏิเสธ" ศิลาจ้องมองนัยน์ตาของราชันย์ผ่านขอบแก้วไวน์ "ว่าแต่... แผนการลงทุนที่เราคุยกันไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางฝั่งนายพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วใช่ไหม? ฉันไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดเหมือนโปรเจกต์ 'เหมืองแร่รกร้าง' เมื่อปีก่อนอีก"
รอยยิ้มบนใบหน้าของราชันย์แข็งค้างไปชั่วพริบตาเดียว—เพียงเสี้ยววินาทีที่คนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่สำหรับศิลา ผู้เคยถูกมันแทงข้างหลังจนพรุน มันชัดเจนยิ่งกว่าตัวอักษรบนหน้ากระดาษ
โปรเจกต์เหมืองแร่รกร้าง คือความลับที่ราชันย์คิดว่าไม่มีทางรั่วไหล เพราะมันคือแผนการฟอกเงินที่เขาทำลับหลังศิลา การที่ศิลาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกลางห้องทำงาน เหมือนเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่โดยที่มือยังอยู่ในถุงมือผ้าไหม
ราชันย์หุบยิ้มลงช้าๆ แววตาที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดั่งใบมีดโกน เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนของเหลวเกือบกระฉอก
"นาย... รู้เรื่องเหมืองแร่รกร้างได้ยังไง ศิลา?" น้ำเสียงของราชันย์เปลี่ยนเป็นเยือกเย็น ทว่าเจือไปด้วยความระแวงอย่างเห็นได้ชัด
ศิลาไม่สะทกสะท้าน เขายกไวน์ขึ้นจิบรสฝาดเฝื่อนอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่เบาและพร่าราวกับเสียงกระซิบจากยมบาล
"ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ ราชันย์... โดยเฉพาะความลับที่ซ่อนอยู่ใต้พรมของคนที่เรียกตัวเองว่า 'เพื่อน' เนี่ย มันส่งกลิ่นเหม็นเน่าเร็วกว่าที่นายคิดเสียอีก"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ขณะที่ราชันย์จ้องหน้าศิลาเขม็ง ราวกับกำลังพยายามมองทะลุเข้าไปในสมองของคนที่อยู่ตรงหน้า คนที่เขารู้สึกว่า... เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ตั้งแต่เมื่อคืนนี้
ทว่า ก่อนที่ราชันย์จะได้เอաբาคำพูดใดเพื่อแก้ตัวหรือหาทางเอาตัวรอด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งอย่างเร่งรีบ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
ประตูก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างท้วมของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าผาก เขาคือ "ท่านรัฐมนตรีธนา" ผู้กุมอำนาจกระทรวงพลังงาน และเป็นหนึ่งในหมากตัวสำคัญของราชันย์
"ราชันย์! แย่แล้ว..." ท่านรัฐมนตรีหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง "เอกสารลับเรื่องสัมปทานที่นายให้ฉันเก็บไว้... มัน... มันหายไปจากตู้เซฟนิรภัยแล้ว!"
ราชันย์หันขวับไปมองเอกสารบนโต๊ะ สลับกับมองหน้าท่านรัฐมนตรีด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาคมกริบคู่นั้นจะตวัดกลับมาจ้องศิลาเขม็งราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
ศิลายังคงยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือด้วยท่าทางสบายๆ เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยที่มุมปาก ส่งสายตากลับไปหาอดีตเพื่อนรักอย่างท้าทาย
"อุ๊ยตาย..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตกใจใดๆ ทั้งสิ้น "ดูเหมือนว่าคืนนี้ที่คฤหาสน์ริมผาพญาเหยี่ยว... คงจะมีเรื่องให้เราต้องคุยกัน 'ยาว' กว่าที่คิดเสียแล้วล่ะมั้ง... เพื่อนรัก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางล้างแค้นไปด้วยกันนะคะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 2
หน้ากากของมิตรแท้
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!