“ดื่มเสียสิ ศิลา... ชัยชนะครั้งนี้ของเราทั้งคู่ ดื่มให้แด่ความสำเร็จที่กำลังจะมาถึงในเช้าวันพรุ่งนี้”
แก้วคริสตัลที่บรรจุของเหลวสีทับทิมถูกเลื่อนมาวางตรงหน้า มือของศิลายังคงสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเกลียดชังที่แล่นริ้วขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาจำกลิ่นของไวน์แก้วนี้ได้แม่นยำ กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างความหอมหวานขององุ่นชั้นดีกับกลิ่นจางๆ ของยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นเมื่อสิบปีก่อน
ในโลกคู่ขนานที่มืดมิดและหนาวเหน็บ ศิลาเพิ่งสิ้นลมหายใจด้วยน้ำมือของ ‘ราชันย์’ เพื่อนรักที่เขาสละทุกอย่างเพื่อสนับสนุน ทว่าวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้าหา เขากลับพบว่าตัวเองยืนอยู่ที่เดิม... ในห้องทำงานส่วนตัว ณ คฤหาสน์ตระกูลพยัคฆ์ ในคืนก่อนวันรัฐประหารที่จะเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของราชันย์ ดวงตาของชายตรงหน้าแวววาวด้วยความหวังดีที่จอมปลอม มันช่างน่าขยะแขยงจนเขารู้สึกคลื่นไส้
“ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ หรือว่ายังกังวลเรื่องแผนการส่งมอบอำนาจในวันพรุ่งนี้?” ราชันย์โน้มตัวลงมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย แต่มันกลบกลิ่นคาวเลือดในจินตนาการของศิลาไม่ได้เลย
ศิลาคลี่ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อปกปิดทุกร่องรอยของความรู้สึก “เปล่าหรอกราชันย์ ฉันแค่กำลังคิดว่า... หากพรุ่งนี้ไม่มีพวกเราอยู่ตรงนี้แล้ว โลกจะยังหมุนไปตามวิถีเดิมของมันหรือไม่”
ราชันย์หัวเราะร่วน เสียงนั้นฟังดูแหลมคมบาดหู “นายพูดอะไรแปลกๆ ดื่มเถอะ เพื่อนยาก ฉันอุตส่าห์ไปหามาให้จากไร่ส่วนตัวเชียวนะ”
ศิลาหยิบแก้วขึ้นมา ปลายนิ้วแตะที่ขอบแก้วอย่างแผ่วเบา เขาไม่ได้ดื่มทันที แต่กลับหมุนวนของเหลวในแก้วช้าๆ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนรักที่กำลังรอคอยความตายของเขาด้วยความตื่นเต้น
“ถ้านี่คือไวน์แห่งชัยชนะจริงๆ ฉันควรจะแบ่งให้คนที่มีส่วนสำคัญในการทำให้มันเกิดขึ้นด้วยสิ จริงไหม?” ศิลาพูดพลางวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยเสียงดัง ‘เคร้ง’ ราชันย์ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“นายหมายถึงใคร?”
“รินรดาไง” ศิลาตอบพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “เธอทำงานหนักเพื่อเรามาตลอดทั้งเดือน ควรจะได้รับเกียรติให้มาดื่มฉลองกับเราในคืนนี้”
สีหน้าของราชันย์เปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความประหม่าฉายชัดผ่านกล้ามเนื้อใบหน้าที่กระตุกเล็กน้อย “คืนนี้เธออาจจะพักผ่อนไปแล้วก็ได้ ไม่รบกวนเธอดีกว่า”
ศิลาไม่ฟังคำทัดทาน เขาเดินไปที่ประตูห้องทำงานแล้วเปิดออก ร่างระหงของรินรดายืนรออยู่ตรงนั้นตามสัญชาตญาณ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงชั่วครู่ ดวงตาที่เฉลียวฉลาดคู่นั้นสื่อสารกันโดยไม่ต้องมีคำพูด รินรดารู้ดีว่าศิลาในวันนี้ ‘เปลี่ยนไป’ แต่เธอก็พร้อมจะรับบทบาทที่เขาต้องการทันที
“ขออภัยที่เข้ามารบกวนค่ะท่านราชันย์” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง “พอดีศิลากำลังจะบอกดิฉันว่า ท่านเตรียมไวน์พิเศษไว้ฉลองชัยชนะให้เราหรือคะ?”
ราชันย์กัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าศิลาเริ่มคุมเกมได้ยากขึ้น แต่เขาก็ยังฝืนยิ้ม “แน่นอน... เชิญดื่มสิ”
ศิลาคว้าแก้วไวน์ของตนเองขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปใกล้ราชันย์อย่างท้าทาย “นายดื่มก่อนสิราชันย์ ในฐานะเจ้าของคฤหาสน์และผู้ริเริ่มแผนการนี้ นายควรเป็นคนเริ่มก่อน”
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของราชันย์ที่ติดขัด ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน เขาจ้องมองความกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในแววตาของศัตรู นี่คือความสะใจที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสิบปีที่ตายไป
“หรือว่าไวน์แก้วนี้... จะมีรสชาติที่นายไม่อยากให้ฉันได้ลิ้มลองงั้นหรือ?” ศิลาเอ่ยเสียงแผ่ว แต่มันหนักแน่นดั่งค้อนที่ทุบลงบนความมั่นใจของราชันย์
ทว่าก่อนที่ราชันย์จะได้ตอบโต้อะไร ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดคนสนิทของราชันย์ที่ดูตื่นตระหนก ใบหน้าของมันซีดเผือดขณะรายงานเรื่องที่ทำให้ศิลาต้องเลิกคิ้ว
“ท่านครับ! เอกสารแผนผังการส่งกำลังบำรุงที่ควรจะเก็บไว้ในตู้เซฟ... มันหายไปครับ! และเราพบรอยนิ้วมือของคนนอกในห้องเก็บหลักฐาน!”
ราชันย์หันขวับมามองศิลาด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความอาฆาตสุดขีด เขาปัดแก้วไวน์ในมือศิลาจนแตกกระจายบนพื้น ของเหลวสีแดงนองไปทั่วราวกับเลือดที่ไหลนองจากบาดแผลสดๆ
“แกเป็นคนทำใช่ไหม ศิลา!” ราชันย์คำราม
ศิลายืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน เขายิ้มอย่างเย็นชา ท่ามกลางเศษแก้วที่แตกกระจายใต้เท้า “ถ้าฉันเป็นคนทำจริงๆ นายคงไม่ได้มาตะคอกใส่ฉันแบบนี้หรอกราชันย์... แต่ก็นะ ในเมื่อนายเปิดเกมรุกก่อนแบบนี้ ฉันก็คงต้อง ‘ขยับ’ บ้าง”
ศิลาล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบปืนพกกระบอกเล็กที่เขาแอบฉกมาจากห้องเก็บอาวุธในช่วงเย็นขึ้นมาจ่อที่หน้าอกของราชันย์อย่างรวดเร็วเกินกว่าใครจะตั้งตัวทัน รินรดาขยับมายืนเคียงข้างศิลา มือเธอกดปุ่มสื่อสารลับเพื่อเรียกคนของเธอเข้ามาปิดล้อมห้องนี้ทันที
ราชันย์ชะงักงัน เขาไม่เคยคิดว่าเพื่อนที่อ่อนแอดุจกวางในสายตาเขา จะกลายเป็นเสือร้ายที่พร้อมขย้ำคอหอยเขาได้เพียงนี้ แต่ในจังหวะที่ศิลาเตรียมจะลั่นไก เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย
ศิลาชะงักเล็กน้อยก่อนจะกดรับเสียงผ่านลำโพง เสียงทุ้มต่ำของชายแก่คนหนึ่งดังขึ้นผ่านสาย “ศิลา... หากนายเหนี่ยวไกในตอนนี้ คนรักของนายที่ถูกจับตัวไว้ที่ท่าเรือ จะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้อีกต่อไป”
หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง เขาหันไปมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อสถานที่นั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเกมแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะคะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 1
ความตายคือจุดเริ่มต้น
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!