“วางมันลงเสีย ราชันย์... ก่อนที่เศษเหล็กในมือท่านจะกลายเป็นเครื่องสังหารที่ตอกฝาโลงตัวเอง”
เสียงของศิลาดังกังวานก้องไปทั่วโถงประชุมใหญ่ เสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดทับลมหายใจของเหล่าขุนนางนับร้อยที่นั่งอยู่ในห้องนี้ให้เงียบกริบ ราชันย์ชะงักมือที่กำลังสั่นระริกอยู่ใต้โต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับชายหนุ่มผู้มีดวงตาดั่งน้ำแข็งลึกซึ้งที่เขารู้จักดีในฐานะเพื่อนรัก แต่ในวันนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ หลงเหลืออยู่
“แกพูดเรื่องอะไร... ศิลา” ราชันย์แค่นยิ้ม มุมปากกระตุกเป็นจังหวะที่พยายามแสดงความมั่นใจ แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผมไม่อาจหลอกใครได้ “นี่มันงานประกาศผลการดำเนินงานของสภา อย่ามาสร้างเรื่องเพ้อเจ้อเพื่อทำลายชื่อเสียงฉัน”
ศิลาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด เขาเพียงแค่ผายมือไปทางรินรดาที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของเวที หญิงสาวขยับตัวด้วยความคล่องแคล่ว แสงจากโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังเริ่มทำงาน ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่กราฟตัวเลขการเติบโตของธุรกิจที่ทุกคนคาดหวัง แต่มันคือไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ดูเก่าคร่ำคร่า แต่มันคมชัดจนน่าใจหาย
ภาพในวิดีโอคือคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโชติในคืนที่เพลิงลุกไหม้... คืนที่พ่อแม่ของศิลาต้องจบชีวิตลง
“ท่านจำภาพนี้ได้ไหม ราชันย์?” ศิลาเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบข้างหูชายผู้เป็นอดีตเพื่อนรัก เสียงของเขากระซิบแผ่วเบาแต่บาดลึก “คืนนั้น ท่านสวมเสื้อกันหนาวสีเทาตัวโปรดของท่าน และมือของท่าน... มันไม่เคยหยุดสั่นเลย แม้แต่ตอนที่ท่านถือไฟแช็กอันนั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมจนน่าอึดอัด เสียงลมหายใจของทุกคนดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ราชันย์หน้าถอดสี ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง เห็นขุนนางทรงอิทธิพลหลายคนเริ่มขยับตัวออกห่างจากเขา สายตาที่เคยยกย่องเปลี่ยนเป็นความรังเกียจชิงชัง
“นั่นมันของปลอม! ตัดต่อ! แกมันปีศาจ ศิลา! แกวางแผนทำลายฉันมาตลอด!” ราชันย์ตะโกนลั่น ความเป็นผู้นำที่เคยสร้างมาพังทลายลงในพริบตา เขาหันไปหาผู้ช่วยของตนเพื่อหวังจะหาทางหนี แต่ทว่าคนเหล่านั้นกลับก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา
รินรดาเดินออกมาเบื้องหน้า เธอหยิบแฟ้มเอกสารอีกชุดขึ้นมาเปิดออก เสียงกระดาษที่กรีดผ่านอากาศดูราวกับเสียงมีดกรีดลงบนผิวหนัง “นอกจากวิดีโอแล้ว เรายังมีบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับของท่านเพื่อจ้างวานนักฆ่าในคืนนั้น ลายเซ็นของท่านยังชัดเจนอยู่ในใบเสร็จรับเงินของธนาคารต่างประเทศ... ราชันย์ ท่านคิดจริงๆ หรือว่ารอยเท้าที่ท่านทิ้งไว้จะลบออกได้หมดในเวลาเพียงห้าปี?”
ราชันย์ทรุดตัวลงกับเก้าอี้ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานบัดนี้มีเพียงความว่างเปล่า เขาพ่ายแพ้แล้ว... พ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อคนที่เขาเคยดูแคลนว่าโง่เขลา
ศิลาเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธาน เขาสอดประสานนิ้วมือเข้าหากัน มองดูราชันย์ที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบควบคุมตัวออกไป ทว่าในขณะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะจบลงด้วยชัยชนะของเขา ศิลาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมห้องด้านหลัง
เงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ชายผู้นั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืด แต่นัยน์ตาที่จ้องมองมานั้นกลับทำให้ศิลาถึงกับชะงักกึก เขาไม่ใช่ราชันย์ ไม่ใช่ขุนนาง แต่เป็นบุคคลที่ศิลาเคยคิดว่าตายไปแล้วในหน้าประวัติศาสตร์เมื่อสิบปีก่อน
ร่างนั้นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่าง
วินาทีต่อมา โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็สั่นรัว เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียวเท่านั้น แต่ความเย็นวาบก็แล่นผ่านไขสันหลัง หน้าจอแสดงข้อความเพียงสั้นๆ ว่า: *"ยินดีด้วยที่ล้างแค้นสำเร็จ แต่ศพต่อไป... จะเป็นคนสำคัญที่สุดของแก"*
ศิลาหันขวับไปมองที่นั่งของรินรดา ทว่าที่นั่นกลับว่างเปล่า มีเพียงดอกกุหลาบสีดำกลีบเดียวที่วางทิ้งไว้บนเก้าอี้ ซึ่งเริ่มมีหยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากตัวดอก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับศิลามาจนถึงจุดเดือดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 22
วันที่ฟ้าถล่ม
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!