กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ... มันไม่ใช่กลิ่นจินตนาการ แต่มันคือกลิ่นเลือดสดๆ ที่กำลังหยดติ๋ๆ ลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงลิบลิ่วในห้องทำงานส่วนตัวของราชันย์
ศิลายืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างที่นอนไร้ลมหายใจอยู่เบื้องหน้า หัวใจของเขาไม่ได้เต้นด้วยความหวาดกลัว แต่มันเต้นเป็นจังหวะแห่งการคำนวณ—จังหวะที่เขาเป็นผู้กำหนดเองทั้งหมดตั้งแต่แรก
"นี่ไม่ใช่รินรดา... แต่เป็นอีกคนที่เขาไม่เคยแม้แต่จะระแวง..."
ความคิดนั้นสะท้อนก้องในหัวเมื่อครู่ ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้นคือ 'พิมพ์ชนก' น้องสาวแท้ๆ ของราชันย์เอง หญิงสาวผู้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนลับและถือรหัสผ่านบัญชีออฟชอร์ทั้งหมด
ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปราณี ร่างสูงโปรดของราชันย์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองภาพตรงหน้า ก่อนที่เข่าของชายผู้ทรงอิทธิพลจะทรุดลงกระแทกพื้น เสียงหอบหายใจดังเฮือกราวกับคนจมน้ำ
"นะ... น้องสาวฉัน..." ราชันย์พึมพำเสียงสั่นพร่า มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะร่างไร้ชีวิตของน้องสาว เลือดสีแดงฉานเปื้อนเปรอะนิ้วมือของคนที่ได้ชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในวงการธุรกิจ
ศิลาขยับตัวเล็กน้อย รองเท้าหนังขัดมันก้าวเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทที่สวมหน้ากากมาตลอดชีวิต สีหน้าของศิลาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ไร้ซึ่งความตกใจ ไร้ซึ่งความเสียใจ ราวกับเขากำลังยืนดูละครฉากหนึ่งที่เขาเป็นผู้กำกับ
"นายมาสายไปนิดเดียวนะราชันย์" น้ำเสียงของศิลาทุ้มนุ่ม เย็นเยียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงของคนที่เพิ่งเจอเหตุฆาตกรรม แต่มันคือเสียงของพญายมที่มารับตัวผู้เคราะห์ร้าย
ราชันย์สะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง และความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวราชันย์จนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว
"แก... แกเป็นคนทำใช่ไหมศิลา!" ราชันย์แผดเสียงคำรามลั่นห้อง มือคว้าปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ใต้สูทขึ้นมาเล็งตรงหว่างคิ้วของศิลารวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบอกปืนสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์
ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ สะท้อนอยู่ในดวงตาสนิมเหล็กของศิลา เขากลับยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันและทรงพลังที่สุดเท่าที่ราชันย์เคยเห็นมาในชีวิต
"ถ้าฉันเป็นคนทำ ป่านนี้สมองนายคงกระจายติดผนังห้องไปแล้วเหมือนกันเพื่อนรัก" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปลายกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาต้องกระพริบตาเลยสักนิด "คิดดูให้ดีสิราชันย์... ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากการตายของพิมพ์ชนก? และใครกันแน่ที่รู้รหัสผ่านห้องนิรภัยนั้นนอกจากแกกับน้องสาว?"
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของศิลากรีดลึกลงไปในจิตใจที่กำลังพังทลายของราชันย์ ราชันย์ชะงัก นิ้วที่เหนี่ยวไกค้างเติ่ง เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า เขารู้ดีแก่ใจ... พิมพ์ชนกกำลังจะหักหลังเขา เธอเตรียมขนย้ายเงินทั้งหมดหนีไปต่างประเทศ และมีคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้...
ไม่ใช่ศิลา แต่เป็น 'หนอน' อีกตัวที่ฝังGอยู่ในองค์กรของพวกเขาต่างหาก!
"ใคร..." ราชันย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสดใสเมื่อครู่บัดนี้เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง "ใครมันบังคับให้พิมพ์ชนกทำแบบนี้!"
ศิลาเหลือบสายตาไปมองนาฬิกาโบราณบนผนัง เขารู้เวลาดี เวลาที่หมากตัวสำคัญจะเดินมาถึงจุดที่เขาคาดการณ์ไว้ ทุกวินาทีถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำยิ่งกว่านาฬิกาอะตอม ความสูญเสียของพิมพ์ชนกไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือ 'เหยื่อ' ชิ้นโตที่เขาโยนลงไปในบ่อปลา เพื่อให้ฉลามตัวใหญ่อย่างราชันย์คลั่งและเผยไต๋ที่ซ่อนไว้ออกมา
"อยากรู้จริงๆ งั้นเหรอ?" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของราชันย์ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "หันไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของนายสิ... ตอนนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดกำลังถูกถ่ายโอนไปยังบุคคลที่สาม และฉันพนันได้เลยว่า... นายรู้จักเขาดีกว่าใครทั้งหมด"
ราชันย์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครสัมผัส ตัวอักษรวิ่งรัวเร็วบนหน้าจอแสดงการเข้าถึงระดับรูט (Root Access) พร้อมกับไฟล์ลับสุดยอดที่ถูกดูดออกไปทีละไฟล์... ทีละไฟล์...
เสียงหัวعเยาะเบาๆ ดังขึ้นจากลำโพงบลูทูธบนโต๊ะทำงาน มันเป็นเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยเสียจนราชันย์แทบหยุดหายใจ
"เก่งมากศิลา สมกับที่เป็นนาย..." เสียงนั้นเอ่ยขึ้นผ่านระบบสื่อสาร น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนเร้นมานานนับปี "นายใช้ศพของพิมพ์ชนกเป็นสะพาน เพื่อดึงความสนใจของราชันย์มาที่ฉัน... น่าประทับใจจริงๆ"
ราชันย์หันขวับกลับมามองหน้าศิลาด้วยความตกตะลึงสุดขีด เส้นเลือดในตาแตกจนกลายเป็นสีแดงก่ำ
"เสียงนั้นมัน..." ราชันย์พึมพำ ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "เป็นไปไม่ได้... แกตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ!"
ศิลายิ้มรับอย่างใจเย็น มือหนายกขึ้นตบเบาๆ สองครั้งเพื่อเป็นสัญญาณต้อนรับแขกไม่เชิญที่กำลังก้าวเข้ามาทางประตูลับหลังห้องทำงาน ประตูบานนั้นค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างของบุคคลที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในสุสานมานานกว่าสามปี...
รินรดาก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดหยาดเยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือของเธอไม่ได้ถือปืน แต่เธอกำคีย์การ์ดหลักของระบบการเงินทั้งหมดไว้แน่น รอยยิ้มนั้นสะท้อนเงาความพินาศที่จะกวาดล้างทุกสิ่งให้ราบคาบในพริบตาเดียว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมล้างแค้นอันเชือดเฉือดนี้ด้วยกันนะคะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 13
ความสูญเสียที่คำนวณไว้
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!