“ตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
เสียงของศิลาดังลอดไรฟัน มันแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ แต่ในความเงียบงันของห้องลับใต้ดินนั้น ทุกคำพูดกลับดังก้องเหมือนเสียงระฆังมรณะ รินรดาสะดุ้งเฮือก มือที่เกาะแขนเขาอยู่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองบุรุษในชุดคลุมสีดำที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่มีแผลเป็นจางๆ ตรงโหนกแก้มซ้าย ซึ่งเป็นหลักฐานความผิดพลาดในอดีตชาติที่ศิลาไม่มีวันลืม
“คนตายมักจะฟื้นกลับมาเสมอ หากพวกเขาไม่ได้ตายด้วยมือของคุณจริงๆ” ร่างในชุดคลุมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเยือกเย็น มันก้าวออกมาจากเงามืด ปล่อยให้แสงเทียนสลัวเผยให้เห็นดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความแค้น “จำผมไม่ได้แล้วหรือครับ... ศิลา?”
ศิลาไม่ถอยหนี เขากลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัว แต่มันคือความกระหายที่จะได้หักคอใครสักคนอีกครั้ง “อ้อ... จำได้สิ จำได้ดีจนอยากจะส่งกลับไปลงนรกซ้ำอีกรอบให้มันสาสมกับความพยายามเสียเวลาของแก”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีด รินรดาขยับกายไปขวางหน้าศิลาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่มือแกร่งของชายหนุ่มกลับดึงเธอมาไว้ด้านหลังอย่างใจเย็น
ขณะที่เหตุการณ์กำลังจะระเบิดออก ประตูห้องลับก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง!
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวเข้ามา ดวงตาคมกริบของ ‘ราชันย์’ กวาดมองไปทั่วห้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ เขาไม่ได้ตกใจกับเงาร่างในชุดคลุมที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขารู้เห็นเหตุการณ์นี้มาตั้งแต่ต้น
“พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่?” ราชันย์เอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง เขาหยุดสายตาไว้ที่ศิลา “สีหน้าคุณดูตื่นเต้นนะ ศิลา... หรือว่าการพบเจอเพื่อนเก่ามันทำให้หัวใจคุณเต้นแรงกว่าปกติ?”
ศิลานิ่งงัน เขารู้ดีว่าราชันย์กำลังจับผิด แววตาของเพื่อนสนิทที่สวมหน้ากากคนดีคู่นี้ไม่ได้มองผ่านๆ แต่เขากำลัง ‘อ่าน’ ศิลาเหมือนอ่านหนังสือที่เขาสงสัยว่าจะมีหน้ากระดาษที่ถูกเขียนขึ้นใหม่
“ก็แค่คนเพ้อเจ้อที่คิดว่าตัวเองเป็นวิญญาณกลับชาติมาเกิด” ศิลาตอบกลับทันควัน แววตาเยือกเย็นไร้ความรู้สึก “นายมาที่นี่ทำไม ราชันย์? หรือว่าภารกิจที่นายควรไปจัดการมันล้มเหลว ถึงได้ว่างมาเดินเล่นในที่ส่วนตัวของฉัน?”
ราชันย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคย กลิ่นที่ศิลาเคยคิดว่าเป็นกลิ่นของมิตรภาพ แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นของความตาย “ผมแค่สงสัยน่ะ... ทำไมช่วงนี้คุณถึงดู ‘เฉลียวฉลาด’ ขึ้นผิดปกติ แผนงานที่ล้มเหลวในอดีต กลับถูกคุณแก้ไขในพริบตาเดียวเหมือนเห็นอนาคต... น่าสนใจดีนะ ว่าไหม?”
ประโยคนั้นทำให้รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ราชันย์ไม่ได้แค่มาตามหา แต่เขากำลัง ‘สงสัย’ ศิลาอย่างจริงจัง
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย “ความล้มเหลวมันเป็นครูที่ดีที่สุดราชันย์ ถ้าฉันยังทำตัวโง่เข่าเหมือนเมื่อก่อน เราคงไม่มีโอกาสได้คุยกันแบบนี้หรอก”
“นั่นสินะครับ” ราชันย์ก้าวเข้าไปหาชายชุดคลุมที่ยืนนิ่ง “คนผู้นี้... ขโมยข้อมูลลับจากฐานทัพชั้นในของผมมา คุณคิดว่าเราควรจัดการกับ ‘ขยะ’ ชิ้นนี้ยังไงดี?”
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ราชันย์กำลังทดสอบศิลา หากศิลาปกป้องชายชุดคลุม นั่นหมายความว่าพวกเขารู้จักกัน แต่หากศิลาลงมือสังหาร... นั่นหมายความว่าศิลาตัดขาดจากอดีตโดยสิ้นเชิง
ศิลาเหลือบมองรินรดาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมามองชายชุดคลุมด้วยสายตาที่ไร้ปรานี มือขวาของเขาเลื่อนไปแตะด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท “ขยะก็ควรถูกกำจัดทิ้งครับ... ไม่ใช่เพราะว่าเขารู้มากเกินไป แต่เพราะเขาบังอาจมาท้าทายอำนาจของพวกเรา”
ชายชุดคลุมกระตุกยิ้ม “น่าประทับใจจริงๆ ศิลา แต่คุณจะฆ่าคนที่ถือ ‘กุญแจ’ ดอกเดียวที่จะไขความลับเรื่องการทรยศของราชันย์ลงได้จริงๆ หรือ?”
เงียบ... ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ราชันย์ชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเฉยเมยเป็นความระแวดระวังเต็มขั้น เขาจ้องมองศิลาเพื่อดูปฏิกิริยา
ศิลารู้ทันทีว่านี่คือ ‘กับดัก’
หากเขายอมรับเรื่องกุญแจ ราชันย์จะรู้ว่าศิลาล่วงรู้เรื่องการทรยศแล้ว แต่หากเขาปฏิเสธ และชายชุดคลุมตายลง ความลับนั้นจะหายไปตลอดกาล
“กุญแจอะไรกัน?” ศิลาแสร้งถามด้วยน้ำเสียงสงสัยเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไรเลย “นายอย่าไปฟังคนบ้าพูดเลยราชันย์ เรามีงานต้องทำอีกเยอะ จัดการมันให้จบๆ ไปเถอะ”
ราชันย์หรี่ตาลง มองดูศิลาอย่างวิเคราะห์ เขากำลังพยายามตัดสินใจว่าความเฉยเมยของศิลาคือความใจเย็นหรือคือ ‘การแสดง’ กันแน่ นิ้วเรียวยาวของราชันย์เคาะลงบนต้นแขนตัวเองเป็นจังหวะ นี่คือท่าทางเวลาที่เขาใช้ความคิดหนักที่สุด
“ถ้าอย่างนั้น... คุณจัดการเลยสิครับ ศิลา” ราชันย์ผายมือออก “แสดงให้ผมเห็นหน่อย ว่าคุณคือ ‘พันธมิตร’ ที่ผมไว้ใจได้ที่สุด”
ศิลาก้าวเดินไปหาชายชุดคลุม ระยะห่างค่อยๆ ลดลง... 5 ก้าว... 3 ก้าว... 1 ก้าว
ชายชุดคลุมกระซิบเบาๆ ในจังหวะที่ศิลาโน้มตัวเข้าไปใกล้ “ถ้าผมตาย... สิ่งที่อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณในบ้านพักจะถูกเปิดเผย และราชันย์จะรู้ทันทีว่าคุณไม่ใช่ ‘ศิลา’ คนเดิมที่เขาเคยรู้จัก”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังคงรักษาความนิ่งเงียบไว้ได้อย่างแนบเนียน เขาคว้าคอเสื้อของชายชุดคลุมไว้แน่น มืออีกข้างหยิบมีดสั้นออกมาจ่อที่ลำคอของอีกฝ่าย
“อย่าคิดว่าลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้จะทำให้ฉันกลัวได้” ศิลาพูดเสียงดังพอให้ราชันย์ได้ยิน “คนทรยศทุกคนต้องชดใช้”
เขากดใบมีดลงไปจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา ชายชุดคลุมไม่ได้ขัดขืน เขากลับจ้องมองศิลาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและอาฆาต
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ศิลาตั้งใจจะกรีดลึกลงไป เสียงไซเรนเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว! ไฟในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราชันย์รีบหันไปมองหน้าจอสื่อสารที่เพิ่งมีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา
“ศิลา... กองกำลังนอกกฎหมายบุกเข้ามาที่ฐานลับของเราแล้ว!” ราชันย์ตะโกน “ใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องตำแหน่งฐานทัพนี้กัน?!”
ศิลาลดมีดลง แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาหันไปสบตารินรดา ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามตั้งสติกับสถานการณ์ที่บีบคั้น
“ดูเหมือนกระดานหมากนี้จะมีผู้เล่นมากกว่าที่เราคิดนะราชันย์” ศิลาแค่นหัวเราะ “และดูเหมือนว่า... ฝ่ายที่โดนรุกฆาต จะไม่ใช่แค่พวกเราสองคน”
ในขณะที่ราชันย์กำลังวุ่นวายกับการสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร ศิลาได้ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขากระซิบอะไรบางอย่างกับชายชุดคลุมที่เขายังจับคอเสื้อไว้แน่น ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายอาศัยจังหวะชุลมุนถอยหนีไปทางช่องลับที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ศิลาหันกลับมาหาราชันย์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจเขากลับเต้นระรัว เมื่อเขารู้แล้วว่า... ชายชุดคลุมคนนั้นไม่ได้มาเพื่อข่มขู่ แต่เขาส่ง ‘บางอย่าง’ มาให้ศิลาผ่านรอยแผลที่เขาสร้างขึ้นบนคอของอีกฝ่าย
รอยแผลที่ถูกกรีดเป็นสัญลักษณ์เดียวกับตราประทับของ ‘กษัตริย์องค์ก่อน’... กษัตริย์ที่ศิลาเคยรับใช้และถูกราชันย์ทรยศสังหาร!
ราชันย์หันกลับมามองศิลาด้วยสายตาที่เริ่มสงสัยหนักขึ้น “ศิลา... เมื่อกี้คุณปล่อยมันไปทำไม?”
ศิลายิ้มเย็น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก “เพราะบางครั้ง... การปล่อยให้หนูวิ่งไปตามท่อ ก็ช่วยให้เราหาทางเข้าสู่รังของศัตรูตัวจริงได้ง่ายขึ้นอย่างไรล่ะ เพื่อนรัก”
ราชันย์มองหน้าศิลาเนิ่นนาน ความสงสัยในแววตาของเขาไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดใบหน้า “หวังว่าสิ่งที่อยู่ในหัวคุณตอนนี้ จะเป็นแผนการ... ไม่ใช่ความลับที่คุณพยายามปิดบังผมไว้นะครับ”
ศิลาไม่ตอบ เขากลับหันหลังเดินนำออกไปสู่ความโกลาหลข้างหน้า โดยไม่รู้เลยว่า... รินรดาที่เดินตามหลังมานั้น กำลังกุมมือถือที่ได้รับข้อความลึกลับจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก... ข้อความที่เขียนเพียงสั้นๆ ว่า:
*‘ศิลาไม่ใช่ศิลา... และความตายในอดีตคือความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่ราชันย์ยังไม่รู้’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการล้างแค้นอันเข้มข้นในครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 8
การเปลี่ยนแปลงของกระดานหมาก
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!