ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 16

เงินตราคืออำนาจ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“คุณแน่ใจแล้วเหรอคะว่าเอกสารพวกนี้ถูกต้องทั้งหมด? เพราะถ้ามีความผิดพลาดแม้แต่ตัวเลขเดียว... ชีวิตของพวกคุณที่เหลืออยู่บนกระดาษแผ่นนี้ จะไม่มีความหมายอะไรเลย” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของเขากำลังจ้องมองชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าบัญชีของเครือข่ายธุรกิจศิลาทอง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของราชันย์ ชายคนนั้นเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือที่ถือปากกาสั่นเทาจนแทบทำหล่นลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพง “คะ...คุณศิลาครับ ผม...ผมทำตามคำสั่งคุณรินรดาหมดแล้วทุกอย่างครับ!” ศิลาไม่รอให้เขาพูดจบ เขาขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานหรูหราที่เพิ่งถูกยึดมาเป็นของเขาได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เขาเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นภาพความโกลาหลเบื้องล่าง รถขนส่งสินค้าถูกกักตัวไว้ที่โกดังทิศใต้ และพนักงานระดับสูงของราชันย์ต่างถูกคุมตัวด้วยชายชุดดำที่เขาเตรียมไว้ “รินรดา ทำได้ดีมากค่ะ” ศิลาพูดโดยไม่หันกลับไป แต่รินรดาที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “การตัดท่อน้ำเลี้ยงครั้งนี้ ราชันย์จะใช้เวลาอย่างน้อยสามวันถึงจะรู้ตัวค่ะ เพราะรินจัดการแก้รหัสผ่านเข้าถึงบัญชีลับเรียบร้อยแล้ว ในสายตาของเขา เงินทุกบาททุกสตางค์ยังคงไหลเข้าบัญชีปกติ แต่มันกำลังไหลลงหลุมพรางที่เราขุดไว้ ซึ่งไม่มีทางงอกเงยเป็นกำไรได้เลยแม้แต่เหรียญเดียว” รินรดาเดินออกมา เผยให้เห็นแฟ้มเอกสารในมือที่บรรจุ 'จุดตาย' ของจักรวรรดิราชันย์เอาไว้ทั้งหมด ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับราชันย์เคยเป็นสิ่งที่ศิลาต้องระวัง แต่ในวินาทีนี้ ทุกอย่างพลิกผันไปหมดแล้ว เมื่อดารินเลือกที่จะหักหลังศิลาอย่างเปิดเผย มันก็เป็นสัญญาณว่าสงครามนี้จะไม่มีการปรานีอีกต่อไป “เขาจะคลั่งแน่ๆ ค่ะ เมื่อรู้ว่าอาณาจักรที่สร้างมาด้วยมือเปล่าของเขา กำลังถูกสูบเลือดออกไปจนแห้งขอด” รินรดาวางเอกสารลงบนโต๊ะ พร้อมกับเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ศิลา “แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อคะ? ราชันย์ไม่ใช่คนโง่ เขาต้องเริ่มสืบสาวราวเรื่องจากคนใกล้ตัว... และหนึ่งในนั้นคือฉัน” ศิลาหันกลับมา แสงไฟจากเพดานตกกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา ทำให้ดูราวกับรูปปั้นเทพเจ้าแห่งความตาย “ให้เขารู้สิคะ ยิ่งเขารู้ตัวเร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทำพลาดมากเท่านั้น การที่เขาโมโหจนขาดสติ นั่นแหละคือโอกาสที่ฉันจะปักดาบลงบนหัวใจของเขาให้จมมิดด้าม” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ศิลาหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งขึ้นมา มันเป็นโทรศัพท์ที่เขาใช้สื่อสารกับเครือข่ายใต้ดิน หน้าจอแสดงผลการโอนเงินก้อนสุดท้ายที่ทำให้สถานะทางการเงินของราชันย์กลายเป็นศูนย์โดยสมบูรณ์ ในขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงและจังหวะที่ดุดัน สัญญาณเตือนภัยในใจของศิลาดังขึ้นทันที เขาหันไปพยักหน้าให้รินรดาที่รีบซ่อนเอกสารสำคัญลงในช่องลับใต้โต๊ะ “เข้ามาค่ะ” ศิลาเอ่ยอนุญาต บานประตูเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอมของราชันย์บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งถูกต้อนจนมุม ข้างกายของเขามีดารินเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาของเธอมีประกายประหลาดที่ทำให้ศิลาต้องขมวดคิ้ว “ศิลา... นายคิดว่าเล่นตลกกับเงินของฉันแบบนี้แล้วจะรอดไปได้งั้นเหรอ?” ราชันย์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความอำมหิตพุ่งเข้าใส่ศิลาเต็มแรง เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากศิลาเพียงสามก้าว “แกยึดธุรกิจของฉัน ยึดเส้นสายของฉัน แต่แกพลาดไปอย่างหนึ่งนะเพื่อนยาก...” ราชันย์หยิบปืนพกสั้นออกมาจากข้างเอวแล้วจ่อไปที่ขมับของรินรดาอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครคาดคิด รินรดาชะงักไปเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเธอยังคงนิ่งสงบ “แกไม่ได้ยึดบริษัทฉันคนเดียวหรอกศิลา... เพราะสิ่งที่ฉันกำลังถืออยู่ในมือนี่ต่างหาก ที่เป็นชีวิตของแกจริงๆ” ราชันย์แค่นยิ้มก่อนจะกดปุ่มบนอุปกรณ์ขนาดเล็กในมือเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นภาพของคลังแสงและฐานทัพลับทั้งหมดที่ศิลาใช้เป็นหลักประกันในการทวงคืนบัลลังก์ ซึ่งบัดนี้มันกำลังถูกระเบิดทำลายไปทีละจุดด้วยฝีมือของดารินที่ยืนอยู่ข้างราชันย์ ศิลาถึงกับกำมือแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก ราชันย์หัวเราะลั่น “ดารินไม่ได้ทรยศแกแค่ปากเปล่าหรอกนะ... เธอนำทางให้ฉันเข้าไปทำลายแหล่งกบดานแกจนราบคาบตั้งแต่วันก่อนแล้ว และตอนนี้... ฉันจะให้แกเลือก ระหว่างเงินที่แกเพิ่งยึดไป... กับผู้หญิงที่แกคิดว่าคือไพ่ใบสุดท้ายของแก” ดารินก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาที่เคยสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิดกลับกลายเป็นความเย็นชาที่ไร้ที่ติ “จบลงแล้วค่ะศิลา... บนบัลลังก์นี้ไม่มีที่ว่างให้ผู้แพ้ และฉันก็ไม่มีวันเลือกฝั่งที่กำลังจะพินาศ” ศิลาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของดาริน พยายามหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำลวงนั้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังสนั่นขึ้นจากชั้นใต้ดินของตึกที่พวกเขายืนอยู่ แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารทั้งหลังเอนเอียง และไฟฟ้าในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงจากสัญญาณเตือนภัยที่กะพริบถี่ๆ ในความมืดมิดนั้น ศิลาได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ข้างหูที่ไม่ได้มาจากราชันย์ แต่มาจากรินรดาที่อาศัยจังหวะชุลมุนถอยห่างออกมา "อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นค่ะศิลา... เพราะนั่นไม่ใช่ดารินตัวจริง" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นของศิลามาจนถึงจุดวิกฤตนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%