"แกคิดว่าความมืดจะช่วยปกปิดความโสโครกในใจแกได้งั้นหรือ ราชันย์?"
เสียงของศิลาไม่ได้ดัง แต่มันกรีดแทงผ่านความเงียบงันราวกับใบมีดอาบยาพิษ ทันทีที่ไฟในห้องโถงใหญ่ดับวูบลง กลิ่นอายของความตายก็อบอวลขึ้นมาแทนที่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง ราชันย์ที่เคยยืนตระหง่านดุจขุนเขาในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่าม บัดนี้กลับทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ราวกับคนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง
เขาไม่ได้กลัวความมืด แต่เขากลัว 'ความจริง' ที่ศิลากำลังจะกระชากออกมา
"เจ้า... เจ้ามันปีศาจ..." เสียงของราชันย์สั่นเครือ แหบพร่า รอยเลือดซึมออกมาจากมุมปากจากการกัดฟันอย่างสุดแรง "ข้าทำทุกอย่างเพื่ออาณาจักรนี้ ข้าเป็นผู้ที่นำความสงบมาให้..."
"สงบ?" ศิลาแค่นหัวเราะ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกชัน "สงบด้วยการสังหารตระกูลข้า? สงบด้วยการปูทางด้วยศพของคนที่เคยรักแกอย่างหมดใจน่ะหรือ? อย่าได้ใช้คำว่า 'เพื่ออาณาจักร' มาเป็นผ้าคลุมหน้าอันโสมมของแกอีกเลย"
ในมุมมืด รินรดาก้าวออกมา แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างสูงเพดานตกกระทบลงบนใบหน้าเรียบเฉยของเธอ มือเรียวของเธอถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่สั่นคลอนรากฐานของราชันย์ได้ทั้งราชวงศ์ เธอวางมันลงข้างๆ กายของราชันย์ที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหายใจ
"นี่คือหลักฐานการโอนถ่ายทรัพย์สินของแผ่นดินเข้าบัญชีลับในต่างแดนทั้งหมด" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี "และนี่... คือรายชื่อสายลับที่แกส่งไปกำจัดศิลาเมื่อห้าปีก่อน ทั้งหมดอยู่ในมือเราแล้ว"
ราชันย์มองเอกสารเหล่านั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายชราที่พ่ายแพ้ต่อกาลเวลาและกรรมที่ตนก่อ เขาหัวเราะร่าออกมา เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าเวทนาและบ้าคลั่งในคราเดียวกัน
"ศิลา... เจ้าจำได้ไหมวันที่เราสาบานกันใต้ต้นไม้ใหญ่ว่าจะเป็นพี่น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตลอดไป?" ราชันย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมกล้าบัดนี้หม่นแสงลง "ข้าไม่ได้อยากฆ่าเจ้า แต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้ข้าไม่ถูกเจ้ากลืนกินในวันข้างหน้า ข้ากลัว... ข้ากลัวความเก่งกาจของเจ้าจนตัวสั่น ทุกคืนข้าฝันเห็นเจ้านำกองทัพมาพิพากษาข้า"
ศิลาก้มลงมองเพื่อนทรยศด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองซากศพที่เดินได้ "ความกลัวของแกไม่ได้ทำให้ความผิดของแกหายไป ราชันย์ ความสำนึกผิดในตอนนี้ของแก... มันก็แค่เสียงครวญครางของคนขี้แพ้ที่ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองไร้น้ำยา"
"ข้าขอโทษ..." คำนั้นหลุดออกมาแผ่วเบา "ถ้าข้าเลือกที่จะไว้ใจเจ้าในวันนั้น บางทีวันนี้เราคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้... ข้าเสียใจ..."
ศิลาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของราชันย์ ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะใบหน้าช่างต่างจากน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "ความเสียใจของแกไม่มีค่าพอที่จะเปลี่ยนอดีตได้หรอกนะ เพราะในโลกที่ข้ากลับมา... ข้าไม่ได้มาเพื่อให้อภัย แต่ข้ามาเพื่อทำลายสิ่งที่แกสร้างขึ้นมาด้วยเลือดของคนอื่นให้กลายเป็นผุยผง"
ในขณะที่ราชันย์กำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ทันใดนั้นประตูไม้แกะสลักบานยักษ์ของห้องโถงก็ถูกกระแทกจนเปิดออก เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับร้อยดังกึกก้องไปทั่วทางเดิน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ศิลาต้องชะงัก
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่ก้าวเข้ามาในห้อง คนผู้นั้นไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ แต่เป็นร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่ศิลาจำได้แม่นยำว่าเป็น 'ตัวเขาเอง' ในอีกเส้นเวลาหนึ่ง ซึ่งควรจะตายไปตั้งแต่ก่อนการย้อนเวลา!
บุรุษในชุดคลุมก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าทั้งสอง พร้อมกับโยนหัวของแม่ทัพผู้ภักดีที่สุดของศิลาลงบนพื้นกลางห้อง ท่ามกลางความตกตะลึงที่ทำให้แม้แต่ศิลายังต้องขมวดคิ้วแน่น
"ดูเหมือนว่า... เกมของพวกเจ้าจะจบลงเร็วกว่าที่ข้าคิดนะ" บุรุษปริศนาแสยะยิ้มที่เหมือนกับศิลาไม่มีผิดเพี้ยน "แต่เสียใจด้วย... บัลลังก์นี้ ไม่เคยเป็นของเจ้า และไม่เคยเป็นของไอ้ทรราชนั่น แต่มันเป็นของ 'คนตาย' อย่างข้ามาโดยตลอด"
ศิลาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในกระแสเวลา ความมืดในห้องเริ่มบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดที่ถูกราดด้วยทินเนอร์ รินรดาชักปืนออกมา แต่กระบอกปืนในมือเธอกลับค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา นี่ไม่ใช่แผนการของราชันย์ แต่มันคือหายนะที่เหนือกว่านั้น
หรือแท้จริงแล้ว... การย้อนเวลานี้คือกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกกันแน่?
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดเลือดและกลลวงในครั้งนี้กับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 31
คำสารภาพก่อนจบสิ้น
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!