"วางดาบลงเสีย ราชันย์... ก่อนที่ความจริงจะทำให้มือของท่านเน่าเปื่อยไปมากกว่านี้"
สุ้มเสียงของศิลาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่กรีดผ่านอากาศในห้องโถงกว้าง ราชันย์สะดุ้งสุดตัว ดาบในมือสั่นไหวจนเสียงเหล็กกระทบฝักดังแกรกกราก ดวงตาที่เคยฉายแววทะเยอทะยานบัดนี้เบิกกว้างสั่นระริก เขากวาดสายตามองไปเบื้องหลังศิลา—เงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งสงบดั่งมัจจุราชที่ฟื้นคืนชีพจากนรกขุมที่ลึกที่สุด
ชายชราผู้ที่ราชันย์เคยสั่งปลิดชีพด้วยน้ำมือตัวเองเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้กลับมายืนจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
"เป็นไปไม่ได้... ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน!" ราชันย์แผดเสียงก้อง ผิวหน้าขาวซีดเผือดราวกับศพ
ศิลาเดินย่างสามขุมเข้าไปใกล้ กลิ่นอายความตายที่เขาพกติดตัวมาด้วยแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศจนองครักษ์รอบข้างแทบหายใจไม่ออก เขาหยุดยืนห่างจากราชันย์เพียงหนึ่งช่วงแขน ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย
"ในโลกที่ความดีถูกมองว่าคือจุดอ่อน การโกหกก็คือลมหายใจ แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่งนะเพื่อนรัก... ว่าข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และคนที่เคยตายมาแล้ว ย่อมไม่กลัวที่จะลากใครบางคนลงไปตายด้วยกัน"
ศิลาขยับกายรวดเร็วปานสายฟ้า มือที่แข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของราชันย์แล้วบิดอย่างแรงจนเสียงกระดูกลั่นเบาๆ ดาบที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจหล่นกระแทกพื้นดังเคร้ง
"เจ้าคิดว่าที่ผ่านมาข้าทำตามแผนของเจ้าโดยไม่รู้ตัวหรือ?" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเชือดเฉือน "รินรดาไม่ได้ส่งข่าวให้เจ้าเพียงฝ่ายเดียว ทุกตัวอักษรที่นางเขียน ทุกกระแสข่าวที่นางปล่อยออกไป คือเหยื่อที่ข้าคัดสรรมาให้เจ้ากลืนกิน... และดูเหมือนตอนนี้ พิษในเหยื่อเหล่านั้นก็เริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว"
ราชันย์กัดฟันกรอด พยายามสะบัดตัวหนีแต่ศิลาเหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย "แก... แกวางแผนซ้อนแผนงั้นรึ!"
"เรียกให้ถูกสิ... ข้าเรียกมันว่าการเก็บกวาดขยะ" ศิลาผลักร่างราชันย์จนเซถอยหลังไปพิงบัลลังก์ที่เคยใฝ่ฝัน ราชันย์หอบหายใจรุนแรง สายตาเหลือบมองไปที่ประตูห้องโถงที่ปิดสนิท ทหารองครักษ์ที่เคยภัคดีบัดนี้ยืนนิ่งเป็นหุ่นไร้ความรู้สึก ราวกับว่าห้องนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
"เจ้ายังมีความหวังอยู่อีกหรือ? กองกำลังภายนอกที่เจ้ามั่นใจนักหนาว่ากำลังรุกคืบเข้ามา?" ศิลาแค่นหัวเราะพลางหันไปมองรินรดาที่เพิ่งก้าวออกมาจากมุมมืด รินรดาไม่ได้มามือเปล่า ในมือนางถือเอกสารลับฉบับหนึ่งที่ราชันย์จำได้ดีว่ามันคืออะไร
"ท่านราชันย์คะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ขณะที่ท่านกำลังฝันหวานถึงชัยชนะ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในกรมคลังและคลังแสงที่ชายแดน... แผนการของท่านที่วางไว้ว่าจะเข้าตลบหลังศิลา ถูกเปลี่ยนเส้นทางตั้งแต่วันที่ท่านตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่มีกลิ่นดอกลิลลี่จางๆ แล้วค่ะ"
ใบหน้าของราชันย์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว "ดอกลิลลี่... พวกแก... พวกแกวางยาพิษข้า!"
"พิษนั้นไม่ได้อยู่ในน้ำชา แต่มันอยู่ในความไว้วางใจที่ท่านมอบให้พวกเราต่างหาก" ศิลาหยิบมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ แสงไฟในห้องสะท้อนคมมีดวาบขึ้นบนใบหน้าของศิลาที่ดูเยือกเย็นยิ่งกว่าปีศาจ "การย้อนกลับมาครั้งนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมแห่งโชคชะตา แต่ข้ามาเพื่อตัดเส้นด้ายชีวิตของเจ้าทีละเส้น... จนกว่าเจ้าจะรู้ซึ้งว่าความทุกข์ทรมานที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร"
ศิลาไม่รอช้า เขาจ่อปลายมีดเข้าที่ลำคอของราชันย์ที่กำลังสั่นระริก ทว่าก่อนที่คมมีดจะกรีดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อ ร่างของชายชราที่ยืนนิ่งเป็นเงาอยู่ด้านหลังศิลาก็ขยับตัวก้าวขึ้นมาขวางไว้ มือเหี่ยวย่นแต่แข็งแรงจับข้อมือของศิลาเบาๆ
"อย่าเพิ่งรีบร้อนนักเลยศิลา..." เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น ก่อนที่เขาจะหันไปสบตาราชันย์ด้วยแววตาที่เหมือนหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง "ความแค้นมันล้ำค่าเกินกว่าจะจบลงด้วยการตายแบบง่ายๆ... เขาต้องได้เห็นสิ่งที่เขารักที่สุด พังทลายลงต่อหน้าต่อตาเสียก่อน"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องโถงใหญ่ที่ปิดตายกลับเปิดออกกว้าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทัพที่ไม่คุ้นเคยดังสะท้อนเข้ามา พร้อมกับร่างของสตรีคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยชุดเกราะเปื้อนเลือด ใบหน้าที่ราชันย์จำได้แม่นยำว่าเป็นของคนรักที่เขาเคยสั่งขังลืมไว้ในคุกใต้ดิน... นางกลับมาแล้ว พร้อมกับกองทัพที่ควรจะพ่ายแพ้ไปตั้งแต่นานมาแล้ว
ราชันย์เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ทว่าสิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือสิ่งที่สตรีผู้นั้นถืออยู่ในมือ—หัวของแม่ทัพคู่ใจที่ราชันย์ไว้ใจที่สุดในชีวิต
ศิลาคลี่ยิ้มกว้างกว่าครั้งไหนๆ ก่อนจะกระซิบคำสุดท้ายทิ้งไว้ให้ราชันย์จมดิ่งสู่ห้วงนรก "ดูเหมือนเกมจะเปลี่ยนกฎกติกาอีกรอบแล้วนะ... เพราะคนที่เจ้าควรกลัวที่สุด ไม่ใช่ข้า แต่คือ 'อดีต' ที่เจ้าพยายามจะฆ่าทิ้งแต่ทำไม่สำเร็จยังไงล่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงจนได้ยินเสียงหัวใจของราชันย์ที่เต้นช้าลงเรื่อยๆ รินรดาก้าวถอยหลังไปชิดกำแพงพร้อมกับดึงสลักระเบิดบางอย่างออกมาจากใต้ฐานบัลลังก์ ทันใดนั้นพื้นห้องโถงทั้งห้องก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ศิลาหันมองรินรดาด้วยสายตาที่สื่อสารกันเพียงลำพัง—นี่ไม่ใช่แค่การล้างแค้น แต่นี่คือการทำลายทุกอย่างให้สิ้นซากไปพร้อมกับกงล้อแห่งกาลเวลา
แล้วทุกอย่างก็ดำดิ่งสู่ความมืดมิดเมื่อแสงจากเพดานห้องดับพรึบลง พร้อมกับเสียงกระซิบจากความมืดที่ดังข้างหูราชันย์ว่า "ลาก่อน... ทรราชผู้โง่เขลา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางเลือดนี้มาจนถึงตอนก่อนอวสานนะคะ เงียบแต่ฟาดเรียบสัญญาว่าตอนจบจะเผ็ดร้อนจนลืมไม่ลงแน่นอนค่ะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 30
ดาบพิฆาตมิตรทรยศ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!