ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 18

กับดักในห้องโถงใหญ่

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"ถ้าคุณคิดว่าการทรยศคือทางออกเดียวของความทะเยอทะยาน... งั้นลองดูสิคะว่าวันนี้ คุณจะเหลืออะไรให้สูญเสียบ้าง" เสียงของศิลาก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง แสงเทียนนับร้อยที่จุดเรียงรายสั่นไหวราวกับจะดับวูบลงได้ทุกเมื่อ ความเย็นเยียบจากหินอ่อนที่ปูพื้นส่งผ่านรองเท้าหนังเนื้อดีขึ้นมาถึงข้อเท้าของราชันย์ เขายืนอยู่ใจกลางโถงกว้าง แผงอกหนากระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ พลางแสยะยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "พูดจาฉะฉานสมกับเป็นศิลาที่ผมเคยรู้จักนะคะ แต่ที่นี่ไม่ใช่สนามรบที่คุณคุ้นเคย และที่สำคัญ... คุณไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างที่คิด" ราชันย์ก้าวเท้าเข้ามาหา ท่าทางของเขาสงบนิ่งประหนึ่งราชสีห์ที่กำลังล้อมวงเหยื่อ ศิลาไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่กอดอก พิงไหล่กับเสาหินขนาดใหญ่ สายตาที่ราบเรียบดุจผิวน้ำในคืนเดือนมืดจดจ้องไปยังใบหน้าของเพื่อนรักที่กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง "ไพ่ที่ถืออยู่บนมืออาจจะไม่สำคัญเท่ากับว่า ใครเป็นคนแจกไพ่ใบสุดท้ายในเกมนี้กันแน่ค่ะ ราชันย์" รินรดา ซึ่งยืนหลบอยู่ในเงามืดหลังม่านกำมะหยี่สีเลือด ส่งสัญญาณมือเพียงเล็กน้อย ราชันย์อาจไม่เห็น แต่ศิลาเห็นมันชัดเจน—กับดักที่รินรดาเตรียมไว้เริ่มทำงานแล้ว กลไกของพื้นห้องโถงที่ถูกดัดแปลงกำลังเปลี่ยนรูปทีละน้อย "คุณกำลังพยายามจะทำอะไร?" ราชันย์เริ่มขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่หมุนอยู่ใต้ฝ่าเท้าเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่สัญชาตญาณของนักล่าในตัวเขากลับกรีดร้องเตือน "อย่าเล่นตลกกับผม ศิลา คุณก็รู้ว่าถ้าผมพังห้องนี้ลงมาได้ คุณก็ไม่รอดเหมือนกัน" "ตายเหรอคะ?" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าคนที่ตายไปแล้วตั้งแต่วันที่คุณแทงข้างหลังผมน่ะ ไม่ใช่แค่ผม... แต่คือ 'ศิลา' ที่คุณเคยรู้จักต่างหาก" ทันใดนั้น บานประตูเหล็กกล้าที่ปิดสนิททางด้านหลังของราชันย์ก็ถูกล็อคด้วยระบบกลไกอัตโนมัติ เสียงดัง *กริ๊ก* สั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับเสียงพิพากษา ราชันย์หันขวับ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ความมั่นใจในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวัง "รินรดา! ออกมา!" ราชันย์ตะโกนก้อง หญิงสาวก้าวออกมาจากเงามืด เธอยืนนิ่งอย่างสง่างาม ในมือถือเครื่องควบคุมกลไกขนาดเล็กที่สั่นไหวตามจังหวะชีพจรของคนทั้งห้อง "ขอโทษทีนะคะคุณราชันย์ พอดีวันนี้ฉันลืมพก 'ความเมตตา' มาด้วยน่ะค่ะ" "พวกคุณวางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?" ราชันย์ถอยหลังไปชิดกำแพงที่ไร้ทางออก แต่เขาก็ยังคงนิ่งพอที่จะไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขากดปุ่มสื่อสารที่ซ่อนอยู่ในปกเสื้อทันที "ไม่ต้องพยายามติดต่อใครข้างนอกหรอกค่ะ" ศิลาพูดแทรกขึ้นมา ราวกับอ่านความคิดเขาออก "สัญญาณถูกตัดขาดไปตั้งแต่คุณก้าวเท้าเข้ามาในเขตอำนาจของผมแล้ว และที่สำคัญกว่านั้น... กองกำลังที่คุณมั่นใจนักหนาว่ากำลังซุ่มรออยู่นอกวัง ตอนนี้พวกเขาน่าจะกำลังวุ่นวายกับการจัดการกับ 'ของขวัญ' ที่ผมส่งไปให้มากกว่า" ราชันย์กำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นในแววตาของเขาเริ่มสั่นคลอน "คุณไม่มีทางรู้ทันผมได้ทุกเรื่อง ศิลา... คุณมันก็แค่คนที่ตายแล้วอยากกลับมาเกิดใหม่เพื่อทวงของที่ไม่ใช่ของตัวเอง!" "งั้นเรามาพิสูจน์กันค่ะว่าใครกันแน่ที่เป็น 'ตัวปลอม'" ศิลาเดินเข้ามาใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "ในกระเป๋าเสื้อด้านในของคุณ... มีตราประทับปลอมที่คุณทำขึ้นเพื่อยึดอำนาจ ใช่ไหมคะ?" ราชันย์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาอีกครั้ง "แล้วถ้าใช่ล่ะ? คุณจะเอาอะไรมาพิสูจน์ในเมื่อคนตายไม่มีสิทธิ์พูด?" "คนตายพูดไม่ได้ค่ะ... แต่หลักฐานที่ซ่อนอยู่ใน 'ร่าง' ของคุณมันพูดได้" ศิลาหยิบอุปกรณ์ส่งสัญญาณเสียงขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "รินรดา เพิ่มระดับความดันก๊าซไนโตรเจนในห้องนี้ขึ้นไปอีกนิดนะคะ ให้คุณราชันย์เขาได้สัมผัสถึงความกดดันที่แท้จริงหน่อย" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที อากาศเริ่มเบาบางลง ราชันย์เริ่มหอบหายใจหนักขึ้น มือของเขาพยายามควานหาอาวุธที่ซ่อนอยู่ แต่จังหวะนั้นเอง รินรดาก็ขยับกายอย่างรวดเร็ว เธอพุ่งตัวเข้าประชิดตัวราชันย์ในพริบตาเดียว แย่งอาวุธจากเอวเขาไปได้อย่างง่ายดาย "ก้าวร้าวไปหน่อยนะคะ" รินรดากระซิบข้างหูเขา ก่อนจะถีบเขากระเด็นกลับไปที่กลางห้องโถง ซึ่งตอนนี้พื้นหินเริ่มเปิดออกเผยให้เห็นหลุมลึกที่มืดมิด ราชันย์คว้าขอบพื้นหินเอาไว้ได้ทัน ร่างกายของเขาห้อยต่องแต่งอยู่เหนือความว่างเปล่า เขาเงยหน้าขึ้นมองศิลาที่ยืนมองลงมาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ "ศิลา! ถ้าคุณฆ่าผม ตอนนี้คุณก็จะเป็นฆาตกรที่ไร้ซึ่งคำตอบไปตลอดกาล!" ราชันย์ตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ศิลาย่อตัวลงนั่งยองๆ มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเพื่อนรัก "คุณจำได้ไหมคะ... วันที่เราสาบานกันใต้ต้นไม้ใหญ่ในตอนเด็ก? ว่าเราจะไม่มีวันหักหลังกัน... คุณเป็นคนเริ่มก่อน และวันนี้... ผมก็แค่มาทำหน้าที่ 'เพื่อนที่ดี' เพื่อปิดฉากตำนานจอมปลอมนี้ให้สมบูรณ์" ขณะที่ศิลากำลังจะเอื้อมมือไปดึงมือของราชันย์ออก รินรดาก็รีบคว้าแขนของศิลาไว้พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นตื่นตระหนก "ศิลา! หยุดก่อนค่ะ! ดูที่หน้าจอตรวจจับนั่นสิ!" ศิลามองไปยังหน้าจอแสดงผลที่รินรดาชี้ให้ดู หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อจุดสีแดงนับร้อยกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ห้องโถงใหญ่ด้วยความเร็วสูง และที่สำคัญที่สุด... สัญญาณที่ระบุตัวตนของ 'ตัวจริง' ที่ควรจะอยู่ในคุก กลับกำลังพุ่งตรงมาที่นี่พร้อมกับกองกำลังชุดดำที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เงาคนผู้หนึ่งก้าวพ้นจากเงามืดตรงประตูทางออกที่ควรจะถูกปิดตาย ร่างนั้นมีเค้าโครงใบหน้าที่เหมือนกับศิลาทุกประการ... จนแม้แต่รินรดายังต้องก้าวถอยหลังด้วยความตกตะลึง "ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ" เสียงที่เหมือนกับศิลาทุกกระเบียดนิ้วเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่อำมหิตกว่าราชันย์หลายเท่า "เกมนี้ดูจะสนุกเกินไปจนผมอดใจไม่ไหวที่จะขอเข้าร่วมด้วยคน... ในฐานะเจ้าของบัลลังก์ที่แท้จริง" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในกับดักครั้งนี้กับดิฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%