“คุณคิดว่าบัลลังก์ที่เปื้อนเลือดของเพื่อนรักจะมีรสชาติหวานหอมงั้นหรือคะ... ราชันย์?”
น้ำเสียงของศิลาเรียบเรื่อย ทว่ากลับบาดลึกดุจมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงลับ ราชันย์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มผู้มีเมตตาสั่นกระตุกจนปิดไม่มิด มือที่ถือจอกไวน์สั่นไหวเล็กน้อยจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนนิ้วมือ
เขาหันกลับมา แววตาเปลี่ยนจากความประหลาดใจเป็นความเดือดดาลที่ถูกเก็บกด “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ศิลา นายมันก็แค่คนตายที่ฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อเรียกร้องสิ่งที่นายทำหายไปเอง... นายไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าอำนาจที่ฉันสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือด มันมีค่าแค่ไหน”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเดินก้าวสั้นๆ ผ่านเงามืดของเสาหินไปหยุดยืนอยู่ห่างจากราชันย์เพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายความตายที่เขาพกติดตัวมาด้วยดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา
“หยาดเหงื่อเหรอคะ? ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่าหยดเลือดที่เปื้อนมือคุณอยู่ตอนนี้... ไม่ได้มีแค่ของศัตรู แต่มันเป็นเลือดของ 'ครอบครัว' ที่คุณบอกว่ารักนักรักหนาด้วย”
ศิลาสะบัดมือเบาๆ รินรดาที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านก็ก้าวออกมา พร้อมกับวางแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งลงบนโต๊ะไม้โอ๊กใจกลางห้อง หน้าจอนั้นฉายภาพเหตุการณ์ในห้องนิรภัยใต้ดินที่ซึ่งภรรยาและลูกสาววัยเพียงห้าขวบของราชันย์ถูกควบคุมตัวโดยคนของศิลา
ราชันย์ผุดลุกขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง “แก! แกทำอะไรลงไป! พวกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย!”
“เกี่ยวสิคะ เพราะคนอย่างคุณมีชีวิตอยู่เพื่อสองสิ่ง... อำนาจที่โหยหา และครอบครัวที่เป็นหน้ากากแห่งความดีงาม” ศิลาเดินเข้าไปใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่รดกัน “ตอนนี้ผมให้คุณเลือกระหว่างสองสิ่งนี้ค่ะ ถ้าคุณยอมเซ็นเอกสารโอนอำนาจการบริหารบริษัทและทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้ฉันในคืนนี้... ครอบครัวคุณจะยังมีลมหายใจไปใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะคนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก”
“แต่ถ้าคุณเลือกที่จะขัดขืน...” ศิลาเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความปรานี “ผมจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคนที่สูญเสียทุกอย่างไปโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะร้องขอชีวิตให้คนสำคัญ เหมือนวันที่คุณยืนดูผมตายอย่างเลือดเย็นไงคะ”
ราชันย์กัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำเหตุผล เขาคือปีศาจที่เก่งกาจ แต่ปีศาจย่อมมีจุดอ่อนที่เรียกว่าความรักที่บิดเบี้ยว เขามองหน้าศิลาที่ยืนสงบนิ่ง ราวกับเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่านี่คือผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
“นายมันไม่ใช่คน... นายมันปีศาจที่น่ารังเกียจที่สุด!” ราชันย์ตะโกนก้อง
“ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ” ศิลายิ้มเย็น “แต่ในโลกของเกมนี้... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าคือผู้กำหนดนิยามของปีศาจค่ะ ตอนนี้เวลาของคุณเหลือไม่มากแล้วนะคะ เลือกสิคะว่าจะรักษาอำนาจปลอมๆ นั่นไว้ แล้วส่งครอบครัวไปลงนรก... หรือจะยอมทิ้งทุกอย่าง แล้วรักษาชีวิตของคนในครอบครัวไว้เป็นรางวัลปลอบใจ”
รินรดากดปุ่มบนแท็บเล็ต เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยที่ผ่านทางลำโพงดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มันคือเสียงที่ขยี้หัวใจของราชันย์จนแตกละเอียด ร่างของราชันย์ทรุดลงกับเก้าอี้ มือที่เคยกำอำนาจเบ็ดเสร็จสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าศิลาไม่ได้เพียงแค่กลับมาทวงบัลลังก์ แต่กลับมาเพื่อรื้อถอนรากเหง้าตัวตนของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
ขณะที่ราชันย์กำลังจะหยิบปากกาขึ้นมาด้วยความจำนน ทันใดนั้น ประตูห้องโถงก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าของชายชุดดำนับสิบกรูเข้ามาล้อมรอบศิลาและรินรดาไว้ ทว่าคนที่ก้าวเข้ามาปิดท้ายกลับไม่ใช่คนของราชันย์... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว
“แหม... ดูเหมือนเกมสนุกๆ ของพวกคุณจะขาดคนไปคนหนึ่งนะคะ” เสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับที่เธอก้าวออกมาจากกลุ่มมือสังหาร “ลืมฉันไปแล้วหรือไง ศิลา... คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของคุณในครั้งนั้นน่ะ”
ศิลาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปในทันที รินรดาชักปืนออกมาเตรียมพร้อม แต่มือของศิลากลับสั่นเบาๆ ขณะมองหญิงสาวเบื้องหน้า ผู้ที่กุมความลับดำมืดที่สุดที่แม้แต่เขาก็ยังคาดไม่ถึงว่ามันจะย้อนกลับมาในคืนนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความแค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังไม่วางมือจากหน้ากระดาษนี้ จนกว่าจะรู้ว่าใครคือหมากตัวจริงในเกมที่ไม่มีใครคาดคิดค่ะ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ
"เงียบแต่ฟาดเรียบ"
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 19
หยดน้ำตาของศัตรู
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!