“บาดแผลนี้... มันลึกเกินกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก”
เสียงแหบพร่าของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรขมปร่า เขาใช้นิ้วเรียวยาวลูบผ่านรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณหัวไหล่ซ้าย รอยแผลที่ย้ำเตือนถึงวินาทีที่คมดาบของราชันย์เกือบจะพรากวิญญาณเขาไปเมื่อชาติภพก่อน และในครั้งนี้ แม้เขาจะรอดชีวิตมาได้ แต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกในกระดูกดูเหมือนจะยังคงอยู่ไม่จางหาย
รินรดาที่นั่งอยู่ข้างเตียงไม่ตอบโต้ทันที เธอเพียงแค่วางจอกยาลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าซีกหนึ่งของศิลาที่ซีดเซียวแต่ทว่าแววตากลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว เธอหยิบม้วนรายงานจากใต้ผ้าคลุมเตียงขึ้นมาส่งให้เขาเงียบๆ
“ผลงานของท่าน... สำเร็จงดงามกว่าที่คาดไว้ค่ะ” เธอกล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนัย “กองทัพของราชันย์ที่เคยเกรียงไกร บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังทางยุทธศาสตร์ สายลับของเราที่แฝงตัวเข้าไปในกรมคลังรายงานว่า บัญชีรายชื่อผู้สนับสนุนลับๆ ของมันถูกเผาทำลายไปเกือบหมดสิ้นหลังจากความพ่ายแพ้ที่หุบเขาเงาจันทร์”
ศิลาคลี่ม้วนกระดาษออก สายตากวาดมองตัวอักษรเหล่านั้นอย่างพินิจพิถีพิถัน ในอดีต เขาเคยเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกวางไว้บนกระดานที่ราชันย์เป็นคนถือหมาก แต่ในเวลานี้ กรงเล็บที่เคยถูกถอนออกได้งอกงามขึ้นใหม่และคมกริบยิ่งกว่าเดิม ทุกจุดที่เขาขีดฆ่าในแผนที่ คือชีวิตของผู้คนที่เคยสมคบคิดทรยศเขา ทุกหยดเลือดที่หลั่งริน คือดอกเบี้ยที่เขาเรียกคืนอย่างสาสม
“ราชันย์เป็นคนประเภทที่ฉลาดพอจะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุม” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก “มันไม่ได้โง่พอที่จะอยู่นิ่งๆ รอมัจจุราชมารับตัวหรอกนะ มันต้องมีแผนสำรอง... บางอย่างที่ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มจอมปลอมนั่น”
“ท่านหมายถึง?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ความลับที่มันเก็บไว้ในห้องใต้ดินของวังหลวงน่ะสิ” ศิลาเงยหน้าขึ้น สายตามองทะลุออกไปนอกหน้าต่างสู่ท้องฟ้าสีครามที่ดูเหมือนจะเงียบสงบผิดปกติ “ข้าเคยเห็นมันในนิมิตร้ายก่อนตาย... ราชันย์ไม่ได้แค่ต้องการอำนาจ แต่มันต้องการ ‘สิ่งนั้น’ เพื่อเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ถ้าหากเราไม่รีบทำลายโอกาสสุดท้ายของมัน ข้าเกรงว่ารอยแผลที่ข้าได้รับมา จะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่ใหญ่กว่าเดิม”
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าความกระวนกระวายใจของศิลาไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความระแวดระวังของผู้ที่เคยผ่านความตายมาแล้ว เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอกลบกลิ่นยาขมๆ ในห้องจนมลายหายไป
“ดิฉันเตรียมการไว้แล้วค่ะ” เธอขยับริมฝีปากกระซิบ “หน่วยสอดแนมของเราที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าอาวุธได้รับเชิญให้เข้าไปยังห้องโถงต้องห้ามในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง หากท่านแข็งแรงพอ... เราจะปิดฉากเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านบาดแผลแต่เขากลับขบกรามแน่นและฝืนยืนขึ้นอย่างมั่นคง เขาเดินตรงไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ภาพเงาสะท้อนในกระจกไม่ใช่ศิลาผู้ใสซื่อและอ่อนต่อโลกเหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป แต่เป็นบุรุษผู้เย็นชาที่ผ่านการชำระล้างด้วยความแค้น
เขาหยิบมีดสั้นที่วางอยู่บนแท่นบูชาข้างกระจกขึ้นมา กรีดลงบนปลายนิ้วเบาๆ เพื่อทดสอบความรู้สึก บาดแผลที่มือเทียบไม่ได้เลยกับรอยแผลในใจที่เขาสั่งสมมานานนับปี
“เตรียมม้าและชุดเกราะให้พร้อม” ศิลาออกคำสั่ง เสียงของเขาทรงพลังดุจราชสีห์ที่ตื่นจากการจำศีล “คืนนี้... ข้าจะไปเยือนมันด้วยตัวเอง ราชันย์จะได้รู้ว่าการเล่นกับความตายของคนที่ไม่ควรตายนั้น มีราคาที่ต้องจ่ายแพงเพียงใด”
รินรดาโค้งตัวลงเล็กน้อย ดวงตาของเธอฉายแววความภักดีที่หาได้ยากยิ่ง เธอหันหลังเดินไปที่ประตู แต่ก่อนที่จะก้าวออกไป เธอหยุดชะงักและหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
“ท่านศิลา... หากคืนนี้เราพลาดไป ท่านจะเสียใจที่ไม่ได้เลือกทางเดินสายอื่นหรือไม่คะ?”
ศิลาไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่มองเงาตัวเองในกระจกพลางลูบหน้ากากเหล็กที่วางอยู่ข้างๆ
“บนเส้นทางนี้ไม่มีคำว่าเสียใจหรอกรินรดา มีเพียงคำว่า ‘ผู้ชนะ’ และ ‘ผู้ถูกลืม’ เท่านั้น”
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักฟื้น ประตูไม้บานหนาถูกผลักออกอย่างรุนแรงโดยไม่มีการขออนุญาต ทหารองครักษ์ผู้หนึ่งที่มีสีหน้าตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของศิลา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“ท่านศิลา... แย่แล้วขอรับ! มีคนส่งจดหมายฉบับหนึ่งมาวางไว้ที่หน้าประตูค่าย... มันคือตราประทับของราชันย์... แต่ในจดหมายมีเพียงข้อความเดียวว่า... ‘ข้าพบบันทึกการย้อนเวลาของเจ้าแล้ว ศิลา... และคืนนี้ เราจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่จะได้เป็นพระเจ้าของโลกใบนี้’”
ศิลาชะงักไปทันที มือที่ถือมีดสั้นสั่นเล็กน้อยก่อนจะกระชับมันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ ราชันย์รู้เรื่องการย้อนเวลาของเขาได้อย่างไร หรือว่าแท้จริงแล้ว... อดีตที่เขากลับมาแก้ไขนั้น เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ราชันย์วางไว้ตั้งแต่แรก!
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบของความมั่นใจ แต่มันคือความเงียบที่มาพร้อมกับอันตรายที่มองไม่เห็น รอยแผลที่ไหล่เริ่มแสบร้อนขึ้นมาอีกครั้งราวกับว่าอดีตกำลังเรียกร้องให้เขากลับไปชดใช้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางเลือดนี้มาด้วยกันจนถึงวินาทีที่เข้มข้นที่สุดนะคะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 33
รอยแผลที่ยังอยู่
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!