“เจ้าไม่ได้กำลังสู้เพื่อบัลลังก์ศิลา... เจ้ากำลังสู้เพื่อล้างมลทินให้แก่คนตายที่ไม่มีอยู่จริง!”
เสียงตวาดของราชันย์ดังก้องท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลูกธนูนับร้อยที่แหวกอากาศพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ศิลาไม่ได้ขยับกายหลบหลีกแม้แต่นิ้วเดียว ดวงตาคมกริบดุจใบมีดจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของอดีตเพื่อนรักที่ตอนนี้กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและรอยยิ้มสมเพช
ศิลาคว้าคอเสื้อของราชันย์ กระชากร่างนั้นเข้ามาใกล้จนจมูกแทบชิดกัน “ความตายของคนเหล่านั้นคือฝีมือของเจ้า ราชันย์ อย่ามาเล่นบทนักบุญผู้แบกรับความบาปกับข้า”
ราชันย์หัวเราะร่า เลือดสีสดซึมออกมาจากมุมปากของเขาขณะที่ลูกธนูดอกหนึ่งเฉี่ยวไหล่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว “งั้นเจ้าก็ลองถามตัวเองดูสิ... ทำไมข้าถึงต้องวางยาพิษในแก้วไวน์ของเจ้าในคืนนั้น? ทำไมข้าถึงต้องสร้างสถานการณ์ให้เจ้ากลายเป็นกบฏที่คนทั้งเมืองสาปแช่ง? ถ้าข้าแค่อยากได้อำนาจ ข้าฆ่าเจ้าทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ยึดอำนาจได้แล้ว!”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเคียดแค้นกลับสะดุดลงชั่วขณะ สายตาของราชันย์ไม่มีแววของคำโกหก มันมีเพียงความเจ็บปวดที่หมักหมมมานานปี
ในจังหวะนั้นเอง รินรดากระโจนออกมาจากเงามืดของเสาหินข้างทาง ดาบในมือของเธอตวัดฉับตัดสายธนูที่กำลังพุ่งมาทางศิลา ก่อนจะทรุดตัวลงข้างๆ ทั้งคู่พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ศิลา! อย่าฟังมัน! มันกำลังเล่นจิตวิทยาเพื่อให้เจ้าไขว้เขว!”
แต่ศิลาไม่ฟัง เขาปล่อยมือจากคอเสื้อราชันย์ แล้วทรุดตัวลงนั่งยองๆ ต่อหน้าชายที่เขาเคยไว้ใจที่สุด “บอกมา... เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เจ้าต้องกลายเป็นปีศาจคืออะไร? ถ้าไม่ใช่อำนาจ... ถ้าไม่ใช่อิจฉา... แล้วมันคืออะไร?”
ราชันย์หลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดิน “เจ้าจำ ‘คำสาปแห่งสายเลือด’ ได้ไหม ศิลา? ตระกูลของเราสองคน... หากคนหนึ่งครองบัลลังก์ อีกคนจะต้องดับสูญด้วยน้ำมือของคนที่รักที่สุด เพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้แก่ความมั่งคั่งของอาณาจักรนี้”
ศิลาตัวแข็งทื่อ ความทรงจำที่เขาพยายามลบเลือนในวัยเด็กย้อนกลับมาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง
“ข้าทรยศเจ้า เพราะข้ารักเจ้าเกินกว่าจะยอมให้เจ้าตาย” ราชันย์ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นเผยความเจ็บปวดที่น่าสะพรึงกลัว “ข้าเลือกที่จะให้เจ้าถูกเนรเทศ ถูกเกลียดชัง ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ดีกว่าต้องเห็นเจ้าสิ้นลมหายใจต่อหน้าข้า... ข้าจงใจส่งเจ้าออกไปจากวัง เพื่อให้เจ้ามีชีวิตรอด! แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะตลกสิ้นดี ที่ส่งเจ้ากลับมาในร่างของคนที่จะทวงบัลลังก์คืนด้วยความแค้นที่ข้าเองเป็นคนเขียนบทให้!”
บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ เสียงการต่อสู้โดยรอบกลายเป็นเพียงเสียงที่ไกลแสนไกล ศิลาตกอยู่ในภวังค์แห่งความจริงที่บิดเบี้ยว ทุกสิ่งที่เขาทำมาตลอด—ทุกกลยุทธ์ ทุกการฆ่าฟัน—ล้วนเป็นแผนที่เพื่อนรักวางไว้เพื่อปกป้องชีวิตเขา แต่มันกลับทำลายจิตวิญญาณของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
“โกหก...” รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอมองราชันย์ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อถือ แต่ขณะเดียวกัน เธอก็เห็นมือของราชันย์ที่สั่นระริกขณะกำตราประทับลับประจำราชวงศ์เอาไว้แน่น
“ถ้าเจ้าไม่เชื่อ... ก็ดูนี่” ราชันย์ล้วงจดหมายที่พับอย่างประณีตออกมาจากอกเสื้อ มันเปื้อนเลือดและรอยยับยู่ยี่ “นี่คือบันทึกของบรรพบุรุษเรา... มันระบุไว้ชัดเจนว่า ‘ผู้ถูกหักหลังจะกลายเป็นราชาที่ไร้หัวใจ’ ศิลา... เจ้าไม่ได้กลับมาเพื่อทวงบัลลังก์ แต่เจ้ากำลังกลับมาเพื่อสวมหน้ากากปีศาจตัวเดิมที่ข้าเพิ่งถอดออกไป!”
ศิลาหยิบจดหมายนั้นขึ้นมา มือของเขาเย็นเยียบเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา บรรทัดสุดท้ายที่เขียนไว้ว่า *‘เพื่อความรุ่งเรืองของบัลลังก์ เลือดของเพื่อนคือปฐมบทแห่งความพินาศ’* ทำให้เขาถึงกับเข่าอ่อน
ในเสี้ยววินาทีนั้น ศิลาเงยหน้าขึ้นมองราชันย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความแค้น แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงทางรอดที่ไม่มีอยู่จริง ทว่ารินรดากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือด “ศิลา... อย่ามองมัน! ดูนั่น!”
ศิลากวาดสายตาไปตามทิศทางที่รินรดาชี้ ในความมืดมิดของระเบียงทางเดินยาวหลังราชันย์ ร่างเงาหลายสิบร่างก้าวออกมาพร้อมกับอาวุธที่ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้อง แต่มีไว้เพื่อกวาดล้างให้สิ้นซาก พวกมันคือ 'องครักษ์เงา' ที่แม้แต่ราชันย์ยังไม่เคยสั่งการ!
และคนที่ก้าวออกมาจากเงามืดคนสุดท้ายนั้น... คือหญิงสาวที่ศิลาจำได้ดีที่สุดในฐานะคนตายที่เขาเคยรักสุดหัวใจ
“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเลือกทางเดินเองงั้นหรือ ศิลา?” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึก ราวกับเสียงของคนตายที่กลับมาทวงหนี้ “ข้าต่างหากที่เป็นคนเขียนบทนี้ตั้งแต่วันที่เจ้าลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างใหม่”
ศิลาสะท้านไปทั้งร่าง เมื่อเห็นว่ามือของหญิงสาวคนนั้นกำลังถือสร้อยคอที่เขาเคยฝังไปพร้อมกับศพของนางเมื่อหลายปีก่อน... บัดนี้ ความลับของราชันย์ไม่ได้เป็นเพียงความลับสุดท้ายอีกต่อไป แต่เป็นกับดักมรณะที่กำลังปิดตายทางรอดของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 28
ความลับสุดท้ายในใจราชันย์
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!