“ถ้าคิดว่าการก้มหัวขอโทษมันง่ายขนาดนั้น งั้นพื้นตรงนี้คงสึกไปนานแล้วล่ะค่ะ คุณรินรดา”
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบของลินดา ดังก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุง ท่ามกลางความเงียบกริบชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกก็คงดังยิ่งกว่าฟ้าร้อง บรรยากาศรอบตัวของอดีตคุณหนูตกอับที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นตัวน่ารังเกียจ บัดนี้กลับทรงพลังและกดดันจนผู้ดีตีนเปล่าทั้งหลายไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
รินรดาตัวสั่นเทา ชุดราตรีแบรนด์เนมราคาแพงที่เคยช่วยเสริมให้เธอดูลอยเด่นเป็นสง่าในสังคมไฮโซ บัดนี้กลับดูเหมือนชุดตลกคาเฟ่เมื่อเธอต้องทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่แทบเท้าของหญิงสาวที่เธอเคยเหยียบย่ำ น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร—หรือที่คนอย่างรินรดาถนัดนักคือการแสดงบทเหยื่อผู้บริสุทธิ์เพื่อเรียกคะแนนความเห็นอกเห็นใจจากรอบข้าง
ทว่า... ในคืนนี้ ไม่มีใครกล้าสบตารินรดาเลยสักคน
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่ลินดา ผู้หญิงที่ยืนไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สั่งทำพิเศษ ร่างระหงอยู่ในชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองที่สะท้อนกับแสงไฟแชนเดอเลียร์ระยิบระยับ ทุกย่างก้าว ทุกการกระดิกนิ้ว และทุกลมหายใจของเธอในตอนนี้ คืออำนาจเบ็ดเสร็จ อำนาจที่ได้มาด้วยตัวเลขในบัญชีธนาคารที่มีศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนน่าเวียนหัว... อำนาจแห่งเงินสดที่พร้อมจะซื้อตึกทั้งหลังนี้แล้วไล่พวกเขาทิ้งได้ภายในสามวินาที
“ลินดา... ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ” รินรดาเค้นเสียงสั่นเครือออกมา พยายามจะเอื้อมมือมาจับชายกระโปรงของอีกฝ่ายเพื่อขอความเห็นใจ ตามแผนเดิมที่เธอคิดไว้ว่าน้ำตาจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ทุกอย่างเหมือนในอดีต
“อย่าใช้มือสกปรกของคุณมาโดนผ้าไหมอิตาลีตัวนี้เลยค่ะ มันแพงกว่าค่ารักษาพยาบาลเวลาคุณหน้าแตกเสียอีกนะ” ลินดาปัดมือออกอย่างไม่ไยดี รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาที่เย็นชาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย “จำได้ไหมคะ เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่คุณสาดไวน์ใส่หน้าฉันแล้วบอกว่า *‘คนจนๆ อย่างเธอ ไม่มีวันได้เหยียบเข้ามาในงานนี้หรอก’*... วันนี้ฉันมาแล้วนะคะ และไม่ได้มาแค่เหยียบ แต่ฉันเป็นคนจ่ายค่าเช่าสถานที่จัดงานนี้ทั้งหมดด้วยซ้ำ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในกลุ่มแขกเหรื่อ ไฮโซหลายคนหน้าซีดเผือดเมื่อนึกถึงวีรกรรมที่ตนเองเคยร่วมผสมโรงกลั่นแกล้งลินดาในอดีต บางคนถึงกับถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าวินาทีต่อไปรายชื่อของพวกเขาจะถูกขึ้นบัญชีดำจากกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่
ลินดากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างสูงโปรดของธันวา ชายหนุ่มผู้ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอด้วยแววตาพึงพอใจและเอ็นดูระคนกัน เขาคือผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่ไม่มีแม้แต่บาทเดียว และในวันนี้... เขาก็คือคนที่ยืนหยัดดูความพินาศของพวกอวดดีไปพร้อมกับเธอ โดยมีอาณาจักรเทคโนโลยีมูลค่าแสนล้านหนุนหลังอยู่เบื้องดึงดูดทุกสายตา
ธันวาสบตาเธอนิ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สื่อความนัยว่า *‘ที่เหลือ... จัดการตามใจคุณได้เลยครับที่รัก’*
“ลุกขึ้นเถอะค่ะ” ลินดาเอ่ยเสียงเรียบ ก้มลงมองรินรดาที่กำลังตัวสั่น “การคุกเข่าร้องไห้ ไม่ได้ช่วยให้สมองของคุณมีรอยหยักเพิ่มขึ้นหรอกนะคะ รินรดา... สิ่งที่คุณควรทำในตอนนี้ ไม่ใช่การขอโทษฉัน แต่เป็นการเก็บกระเป๋าออกไปจากเมืองนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้ตระกูลของคุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายภายในคืนนี้”
คำพูดเฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดแทงรินรดาจนหน้าชาวาบ ความอัปยศอดสูพุ่งทะยานขึ้นจนหญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ แต่เธอกล้าทำอะไรล่ะ? ในเมื่ออำนาจเงินในมือของลินดานั้นยิ่งใหญ่เสียจนสามารถบดขยี้พวกเธอให้แหลکคามือได้จริงๆ
ทว่า... ก่อนที่ความเงียบงันแห่งความพ่ายแพ้จะปกคลุมไปทั่วห้อง เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องโถง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทุกลมหายใจสะดุดกึก ทุกสายตาหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาที่อ่านไม่ออก ทำให้บรรยากาศในงานที่กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว กลับดิ่งลึกลงไปในความกดดันระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
“เล่นสนุกอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางน่าสนุกเสียจนผมอดใจไม่ได้ที่จะต้องขอร่วมวงด้วยคน”
ชายปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าแปลกที่ทำให้แผ่นหลังของธันวาเหงือกซึมขึ้นมาเล็กน้อย ลินดาหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ทันที ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในหัว สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่แขกในรายชื่อที่เธอตรวจสอบไว้ก่อนเริ่มงาน!
รินรดาที่กำลังคุกเข่าอยู่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก่อนที่ดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยน้ำตาจะเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวงสุดขีด พร้อมกับริมฝีปากที่สั่นเทาจนแทบไม่เป็นภาษาเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดเจน
“คุณ... คุณ...”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ รินรดา” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลินดาและยื่นนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้แผ่นหนึ่งออกมาให้เธอด้วยท่าทางสุภาพ ทว่าแฝงความคุกคามอย่างชัดเจน
“ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ ผม... ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของสามีคุณเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ และถ้าผมเดาไม่ผิด...” เขาก้มตัวลงกระซิบเบาๆ แต่ดังก้องพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน “คุณคงเป็นผู้หญิงคนที่กำลังจะทำให้ผมหมดตัว... ถ้าผมปล่อยให้คุณสนุกกับเงินของผมต่อไป”
ลินดารับนามบัตรแผ่นนั้นมาด้วยความนิ่งสงบ แม้ในใจจะเกิดคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ เธอก้มลงอ่านชื่อบนนามบัตร ปรากฏตัวอักษรนูนต่ำสีทองที่สลักไว้ว่า... *‘ค ริ ส ต์ เ ป ล์ ’*
ธันวาขยับตัวก้าวเข้ามาประชิดข้างกายลินดาอย่างรวดเร็ว แววตาของประธานหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความระแวดระวัง มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นเชิงปกป้อง ขณะที่สายตาคมกริบจ้องมองผู้มาใหม่ราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังเจอคู่แข่งในอาณาเขต
วิกฤตที่คิดว่าจบลงแล้ว กลับกลายเป็นการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ที่ใหญ่และอันตรายยิ่งกว่าเดิม!
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 13
จังหวะนรกของตัวประกอบ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!