เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาๆ บนโต๊ะอาหารหรูใจกลางเพนต์เฮาส์ระดับท็อปฟลอร์ ภายในห้องอาหารวีไอพีที่ปกติแล้วจะต้อนรับเฉพาะเซเลบระดับท็อปของสังคมไฮโซ กลับมีบรรยากาศที่อึมครึมจนน่าประหลาด เสียงหัวเราะต่อกระซิกที่เคยมีให้กันอย่างสนิทสนม บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยสายตาหวาดระแวงและการเหลือบมองหน้ากันไปมาอย่างกระอักกระอ่วน
"แก... ยัยรินบอกว่าโปรเจกต์กระเป๋าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์ *L’Aura* เลื่อนออกไปไม่มีกำหนดเหรอ?"
เสียงกระซิบของ "มีน" หญิงสาวไฮโซตระกูลดังผู้เคยประกาศตัวว่าเป็นเงาตามติดรินรดาดังขึ้น เธอขยับตัวเข้าใกล้ "พรีม" เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มด้วยสีหน้ากังวล ขณะที่สายตาเหลือบไปมองรินรดาที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ปลายโต๊ะ ร่างระหงของรินรดายังคงสวมชุดแบรนด์เนมราคาแพง แต่นัยน์ตาคู่สวยนั้นกลับเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเครียดที่แม้แต่เครื่องสำองราคาแพงก็กลบไม่มิด
พรีมถอนหายใจยาว พลางยกจิบแชมเปญราคาแพงด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "ไม่ใช่แค่เลื่อนหรอกมีน... ฉันได้ยินมาจากวงในว่า หุ้นใหญ่เบื้องหลังที่คอยซัพพอร์ตตระกูลรินรดาถูกเทขายอย่างไร้เยื่อใย แถมคณะกรรมการบริหารชุดเก่าโดนกวาดล้างเรียบวุธ ตอนนี้... ตระกูลของรินรดากำลังจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษในตลาดหลักทรัพย์แล้วล่ะมั้ง"
คำพูดนั้นไม่ได้เบาอย่างที่คิด รินรดาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะสะดุ้งสุดตัว มือเรียวที่กำลังถือส้อมสลัดกำแน่นจนข้อนิ้ว,ขาวซีด เธอกัดริมฝีปากจนแทบห่อเลือด ความรู้สึกอับอายและโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก
ทำไมกันล่ะ? ทำไมทุกอย่างถึงพังทลายลงในพริบตา?
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เธอยังเป็นเจ้าหญิงผู้เพียบพร้อม เป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่ทุกคนต้องสยบยอม แต่ตอนนี้... นับตั้งแต่ที่ "ลินดา" ผู้หญิงไร้ค่าที่เธอเคยเหยียบย่ำ กลับกลายร่างเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมตลาดหุ้นทั้งหมด ชีวิตของเธอก็ร่วงดิ่งลงเหวราวกับนั่งรถไฟเหาะตีลังกาที่ไม่มีวันเบรก
และสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด... ไม่ใช่การสูญเสียอำนาจ แต่เป็นการที่เพื่อนรักรอบตัวเริ่มหันหลังให้เธอนั่นเอง
รินรดารวบรวมสโลแกนความมั่นใจเฮือกสุดท้าย ปั้นหน้ายิ้มฝืนๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "พวกเธอพูดอะไรกันคะ? เรื่องธุรกิจมันก็แค่ความผันผวนชั่วคราวเท่านั้นเอง คุณพ่อฉันกำลังจัดการอยู่... อีกอย่าง ฉันก็ยังเป็นรินรดาคนเดิม ที่พวกเธอคบหามาตลอดไม่ใช่เหรอ?"
มีนเงยหน้าขึ้นสบตารินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะหลบสายตาไปทางอื่นอย่างไร้เยื่อใย ความเคารพและเกรงใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเห็นแก่ตัวที่ฉาบอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจน
"ริน... คือพวกเราไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ" มีนเอ่ยเสียงเรียบ ต่างจากสมัยก่อนที่มักจะคอยประจบประแจงทุกคำพูด "แต่... เรื่องงานปาร์ตี้การกุศลสัปดาห์หน้า ที่นั่งวีไอพีแถวหน้าสุดที่เธอเคยรับปากว่าจะหาให้พวกเราเนี่ย..." มีนเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคอ "ตอนนี้ทางผู้จัดเขาบอกว่า ถูกเหมาซื้อหมดโดยตัวแทนของ 'คุณลินดา' ไปแล้วล่ะ แถมเขายังบอกด้วยว่า... คนที่จะได้นั่งแถวหน้าสุด ต้องเป็นคนที่ได้รับบัตรเชิญพิเศษจากคุณลินดาเท่านั้น"
ชื่อของ "ลินดา" ทำเอารินรดาหน้าชาดั่งถูกตบด้วยฝ่ามือไร้ร่องรอย เลือดในกายสูบฉีดจนหูอื้ออึง
"ลินดาอีกแล้วเหรอ?!" รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนเกิดเสียงดังสนั่นลั่นห้องอาหาร สายตาของแขกโต๊ะอื่นหันมามองเป็นตาเดียว แต่เธอไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว "นั่นมันที่นั่งของฉัน! ฉันควรจะได้อยู่ตรงนั้น! ทำไมพวกเธอถึงเอาแต่พูดถึงอีผู้หญิงคนนั้น ห๊ะมีน? ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อก่อนมันเคยเป็นแค่ตัวตลกที่พวกเราเหยียบหัวขึ้นมา!"
ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหารทันที มีนและพรีมมองหน้ากันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเกรงกลัวรินรดาในอดีตหายไป ถูกแทนที่ด้วยความสมเพชและสายตาที่ประเมินค่าใหม่
พรีมวางแก้วแชมเปญลงกระแทกโต๊ะเบาๆ แต่เสียงนั้นกลับบาดลึกในความรู้สึกของรินรดาอย่างประหลาด เธอยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
"ตัวตลกเหรอริน?" พรีมแค่นหัวเราะในลำคอ "ตื่นได้แล้วค่ะคุณหญิง! คนที่เป็นตัวตลกในตอนนี้... คือเธต่างหากล่ะ! ลินดาคนเดิมที่เธอว่า เขาไม่ได้เดินดินกินข้าวแบบพวกเราแล้วนะ ตอนนี้เขาคือนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย มีหุ้นในมือเกินครึ่ง แถมยังมีท่านประธานธันวาแห่งอาณาจักรเทคโนโลยีคอยหนุนหลังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ! แล้วเธอล่ะริน? ตอนนี้เหลืออะไรบ้างนอกจากหนี้สินก้อนโตกับภาพลวงตาปลอมๆ?"
คำพูดของพรีมเปรียบเสมือนมีดอาบยาพิษที่กรีดลงกลางใจรินรดาอย่างจัง น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นคลอเบ้า มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเจ็บแปลบ
นี่สินะ... ธาตุแท้ของเพื่อนรักที่ร่วมสุขร่วมเสพมาด้วยกัน พอเธอตกอับ พวกมันก็พร้อมจะกระโดดหนีและถีบเธอลงเหวทันที!
"พวกเธอ... พวกเธอมันคนทรยศ!" รินรดาชี้หน้าเพื่อนสนิททั้งสองด้วยความสั่นเทา เสียงของเธอเริ่มหลุดการควบคุมจนเกือบจะเป็นเสียงกรีดร้อง "ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้พวกเธอใช้ ใครเป็นคนพาพวกเธอเข้าสังคมไฮโซ ถ้ารินรดาคนนี้ล่มจม พวกเธอก็ไม่มีทางได้ผุดได้เกิดเหมือนกันนั่นแหละ!"
มีนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป เธอลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าแบรนด์หรูของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่ พลางมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชา
"พวกเราไม่ได้ทรยศใครหรอกค่ะริน... แค่ฉลาดพอที่จะไม่จมน้ำตายไปกับเรือที่กำลังจะล่มเท่านั้นเอง" มีนยิ้มเยาะ "อ้อ แล้วก็... ขอบคุณสำหรับของขวัญราคาแพงที่เธอเคยเปย์ให้นะคะ แต่ขอตัวก่อนดีกว่า พอดีมีคนส่งข้อความมาบอกว่า... *คุณลินดา* กำลังเปิดโต๊ะวีไอพีดินเนอร์ส่วนตัวที่ชั้นดาดฟ้า และเธอกรุณา *เมตตา* ส่งบัตรเชิญผ่านมาทางเลขาฯ ส่วนตัว... เชิญพวกเราขึ้นไปร่วมงานค่ะ"
เพล้ง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางศีรษะ รินรดากรอกตาด้วยความตื่นตะลึง ร่างทั้งร่างเซถอยหลังไปชนกับพนักเก้าอี้จนเกือบล้ม
บัตรเชิญไปร่วมโต๊ะวีไอพีของลินดา? เพื่อนสนิทของเธอกำลังจะเดินขึ้นไปหาศัตรูตัวฉกาจ เพื่อทิ้งเธอให้นั่งโดดเดี่ยวจมกองความอับaายอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ?!
"พวกเธอ... หยุดนะ! ห้ามขึ้นไปนะ!" รินรดาพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนมีน แต่พรีมกลับสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบอยู่บนใบหน้าของเพื่อนรักทั้งสองคน ก่อนที่พวกเธอจะหันหลังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนทั้งห้องอาหาร
ความเงียบงันและความพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ลมหายใจของรินรดากระชั้นชิด เธอพ่ายแพ้ราบคาบ... ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เธอสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้ด้วยความสิ้นหวังนั้นเอง ประเอียดกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ที่มองเห็นวิวท้องฟ้ายามค่ำคืนก็เกิดเสียงกระหึ่มเบาๆ ของเครื่องยนต์เจ็ต
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สกรีนโลโก้ตระกูลดัง ลอยลำนิ่งสนิทอยู่เหนือลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าชั้นบนสุด ประตูห้องอาหารวีไอพีถูกเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสยาวสีดำสนิทประดับเพชรระยิบระยับ แววตาคมกริบดั่งพญาหงส์คู่นั้นกวาดมองลงมาที่รินรดาด้วยรอยยิ้มเยาะที่สวยงามจนแทบลืมหายใจ
นั่นคือ "ลินดา"... หญิงสาวผู้กุมอำนาจเงินตราและชะตากรรมทั้งหมดไว้ในกำมือ
ลินดาไม่ได้เอ่ยคำดูถูกสักคำ เธอกลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินออกAมาเคาะเล่นเบาๆ กับฝ่ามือ ก่อนจะหันไปสั่งเลขาฯ ส่วนตัวด้วยเสียงอันดังที่ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน
"ช่วยจัดการจองพื้นที่ทั้งหมดของตึกนี้ให้ฉันทีนะคะ... พอดีอากาศข้างล่างมันเริ่มเหม็นกลิ่นความพ่ายแพ้ ฉันอยากขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างบนกับ *แขกคนสำคัญ* มากกว่าค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 12
รอยร้าวในกลุ่มก๊วนเดิม
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!