กลิ่นไวน์แดงวินเทจราคาแพงระยับคละคลุ้งปะปนกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่จงใจปล่อยออกมาให้ดังพอดีในรัศมีวงสนทนา รินรดายืนหยัดอยู่ใจกลางห้องจัดเลี้ยงหรูหรา รอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้ารูปไข่นั้นช่างดูอ่อนหวานและไร้เดียงสาในสายตาของเหล่าไฮโซผู้ดีจอมปลอม แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อกระดาษแผ่นเล็กในมือถูกส่งต่อไปยังแขกเหรื่อทีละคน
"อุ๊ย... ตายแล้ว นี่มันบิลค่าอาหารค่ำเมื่อคืนไม่ใช่หรือคะ?"
เสียงอุทานจีบปากจีบคอของหญิงสาวตระกูลดังดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ตามมาเป็นทอดๆ
รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ลินดาที่กำลังจิบแชมเปญเงียบๆ ท่ามกลางความสนใจของคนทั้งงาน หญิงสาวแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่คำพูดที่พ่นออกมากลับเจือด้วยยาพิษเคลือบน้ำตาล
"ลินดาคะ... ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธออาจจะมีปัญหาเรื่องการเงิน หลังจากตระกูลตัดหางปล่อยวัด แต่ไม่เห็นต้องลำบากขนาดไปกินอาหารราคาถูกแล้วค้างชำระไว้เลยนะคะนี่... แย่จัง ถ้าไม่มีจ่ายจริงๆ บอกฉันได้นะ ฉันพอจะมีเศษเงินเหลือจากการช้อปปิ้งกระเป๋าใบเมื่อวานอยู่บ้าง"
สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่ลินดา ราวกับฝูงแร้งที่กำลังรอขยثยซากสัตว์
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกคนต่างรอคอยด้วยความกระหายที่จะได้เห็นอดีตคุณหนูผู้เคยเย่อหยิ่งต้องก้มหน้าร้องไห้ด้วยความอับอายขายหน้า แต่พวกเขากลับคิดผิดถนัด
ลินดาวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรด้วยท่าทีแสน
ชิล ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นตระหนก รอยยิ้มมุมปากของเธอยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรดาถึงกับชะงักและรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"เรื่องแค่นี้เองหรือคะ รินรดา" ลินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดข่มบรรยากาศรอบข้างให้เงียบกริบในพริบตา
"คะ...?" รินรดาขยับยิ้มค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่ผิดคาด
"ฉันนึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องเศษเงินหลักหมื่นที่ฉันลืมจ่ายเพราะมัวแต่ยุ่งกับการเซ็นสัญญาซื้อหุ้นบริษัทนำเข้าเพชรรายใหญ่เมื่อวานนี้..." ลินดาปัดมือเบาๆ บนชุดเดรสผ้าไหมราวกับกำลังไล่ฝุ่นละออง ก่อนจะกวาดสายตามองหน้าบรรดาไฮโซที่กำลังอ้าปากค้าง "พอดีว่าสมองของฉันถูกใช้ไปกับตัวเลขมูลค่าหลายร้อยล้าน เลยเผลอลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ไปเสียสนิท... ผิดกับบางคนนะคะ ที่คงต้องใช้เวลาค่อนชีวิตมานั่งนับเศษเงินพวกนี้ถึงจะเข้าใจว่าความรวยที่แท้จริงเขาหายใจกันยังไง"
ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของรินรดาเผือดสีลงทันที เสียงหัวเราะรอบตัวเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มปิด
"เธอกล้าพูดว่ามันเป็นเศษเงินงั้นเหรอ?" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาภาพลักษณ์แต่เริ่มคุมโทนเสียงสั่นๆ ไม่ค่อยอยู่ "หลักฐานคาตาอยู่แท้ๆ ว่าเธอไม่มีปัญญาจ่าย บิลใบนั้นบอกชัดเจนว่าบัตรเครดิตของเธอถูกปฏิเสธ!"
"อ๋อ บัตรใบนั้นน่ะเหรอคะ..." ลินดาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาลึกล้ำและเย็นชาจนรินรดาไม่กล้าสบตา "ก็แค่บัตรสำรองวงเงินน้อยนิดที่ฉันให้คนขับรถถือไว้ใช้ยามฉุกเฉินต่างหากล่ะคะ ใครจะไปคิดว่าพนักงานร้านนั้นจะซื่อบื้อขนาดเอาบิลของบัตรสำรองวงเงินหมดมาฟ้องคนอื่นเป็นตุเป็นตะ... น่าสมเพชจริงๆ นะคะ ทั้งตัวพนักงานคนนั้น... แล้วก็คนที่เอามาขยันโชว์โง่โดยไม่เช็คให้ดีเสียก่อน"
คำว่า "โชว์โง่" กระแทกหน้ารินรด้าเข้าอย่างจังจนเธอหน้าชาวาบ เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธเกรี้ยวจนมือไม้สั่น
"ถ้าเธอมั่นใจนักว่ารวยนัก ทำไมไม่จ่ายโชว์ให้พวกเราดูสลอนตรงนี้ล่ะคะ!" รินรดาหลุดมาตร Z นำเสียงแหลมสูงขึ้นด้วยความเหลืออด
ลินดาไม่ตอบคำถาม หญิงสาวเพียงแค่หันไปยิ้มให้ธันวาที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มส่งสายตาพราวระยับพร้อมกับพยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงอนุญาตให้ภรรยาคนสวยเล่นสนุกได้ตามใจชอบ
เรียวคิ้วสวยเลิกขึ้นเล็กน้อย ลินดาคววกระเป๋าหนังจระเข้ใบเล็กออกมา หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงไฟระยิบระยับไร้ลวดลายใดๆ ออกมาถือไว้
บรรยากาศในงานพลันเงียบสงัดลงทันที ผู้รู้บางคนถึงกับสูดปากเข้าลึกๆ เมื่อจำได้ว่าบัตรสีดำสนิทไร้แถบแม่เหล็กธรรมดานี้คืออะไร—บัตร Centurion Card ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ที่มีเพียงมหาเศรษฐีระดับท็อปของโลกไม่ถึงสิบคนเท่านั้นที่จะถือครองได้!
ลินดากวาดสายตามองหน้าทุกคนด้วยแววตาดุจพญาเสือสาว ก่อนจะยื่นบัตรใบนั้นให้กับผู้จัดการโรงแรมที่รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยความเคารพยำเกรงขั้นสุด
"ช่วยรูดชำระบิลใบนั้นทั้งหมดให้ฉันทีนะคะ... อ้อ แล้วก็ช่วยเหมาไวน์ทุกขวดในห้องนี้ เลี้ยงแขกผู้มีเกียรติทุกคน ยกเว้นคนที่ชอบเอาเศษกระดาษขยะมาเดินเร่ขายให้เสียบรรยากาศ"
ผู้จัดการรับบัตรด้วยสองมือสั่นเทา รีบวิ่งไปที่เครื่องรูดบัตรทันทีด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ท่ามกลางความตื่นตะลึงและเสียงลมหายใจเฮือกใหญ่ของคนทั้งห้อง
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ใบซีดเผือดไร้สีเลือด ความอับอายพุ่งขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าเมื่อสายตานับร้อยหันกลับมามองเธอด้วยความสมเพชเวทนา
*ติ๊ด! เสียงอนุมัติวงเงินดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วห้องโถง พร้อมกับสลิปกระดาษความยาวเหยียดที่ไหลทะลักออกมาจากเครื่องรูดบัตรอย่างไร้ขีดจำกัด!*
ชาเขียวแก้วร้ายขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนและร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 6
กับดักที่ไม่ได้ผล
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!