กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศเกรดพรีเมียมในเพนต์เฮาส์ลอยฟ้า ยิ่งขับเน้นความกดดันให้เข้มข้นขึ้นไปอีก เมื่อร่างสูงสง่าของ "ธันวา" ก้าวพ้นขอบประตูลิฟต์แก้วส่วนตัวออกมา
เสียงรองเท้าหนังแท้กระทบพื้นหินอ่อนดัง *กัป... กัป...* เป็นจังหวะที่ทรงพลังและเยือกเย็น ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังของพวกที่เคยเหยียบย่ำลินดาในอดีต
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรเทคโนโลยี กวาดมองไปทั่วห้องโถงกว้าง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของลินดา—อดีตคุณหนูตกอับที่บัดนี้แววตาเต็มไปด้วยความพินาศสันตะโรที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนเป็นจุล รอยยิ้มมุมปากของธันวาปรากฏขึ้นอย่างนึกสนุก เขารู้ดีว่าภรรยาในนามและคู่ชีวิตที่ร่วมลำบากมาด้วยกันผู้นี้ กำลังจะเริ่มเกม "ล้างบาง" แบบถอนรากถอนโคน
"มาช้าไปนิดนะคะคุณสามี..." ลินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังดึงดูดสายตาของทุกคนในห้องให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธองดงามราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ในเทพนิยายมืด
รินรดา ซึ่งยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องในชุดแบรนด์เนมราคาแพง ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสภาพของลินดาในตอนนี้ด้วยความรู้สึกประดิดประดอยที่เริ่มพังทลายลงทีละน้อย ภาพของลินดาผู้เคยอ่อนแอ วิ่งตามผู้ชายจนเนื้อตัวมอมแมม บัดนี้ได้มลายหายสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้กุมอำนาจที่แม้แต่เงาของเธอก็ยังน่ากลัว
"พอดีรถติดความรวยของพวกเรานิดหน่อยค่ะที่รัก..." ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก ก่อนจะเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างลินดา พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราลับสุดยอดของธนาคารกลางมหานครให้เธอ
ลินดารับแฟ้มนั้นมาด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกวาดมองตัวเลขหลักพันล้านที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวผ่านระบบบล็อกเชนสดๆ ร้อนๆ เมื่อสามนาทีที่แล้ว รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้น ยิ่งทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"รินรดาคะ..." ลินดาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาศัตรูตัวฉกาจ เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังระรัว ราวกับเสียงกรรไกรที่กำลังตัดเส้นด้ายชีวิตของอีกฝ่าย "จำได้ไหมคะว่าตอนที่ฉันถูกพวกเธอเตะโด่งออกจากตระกูล... พวกเธอพูดว่าอะไรบ้าง?"
รินรดาหน้าซีดเผือด ก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใส ความเย่อหยิ่งที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อเห็นว่าลินดาในตอนนี้ไม่ใช่ "นางร้ายสมองกลวง" คนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือ "นายทุนใหญ่" ที่สามารถซื้อบริษัทของตระกูลรินรดาได้ด้วยเศษเงินในกระเป๋าเพียงเสี้ยวเดียว
"ลินดา... แก... แกมันก็แค่ผู้หญิงสำส่อนที่ใช้เต้าไต่ขึ้นมา..." รินรดาเค้นเสียงสั่นเครือออกมาพยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย แม้ขาจะแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
เพี๊ยะ!
ไม่ใช่เสียงตบหน้าจากลินดา แต่เป็นเสียงตบโต๊ะทำงานกระจกราคาแพงของธันวาที่ดังสะท้อนก้องห้องโถง ใบหน้าคมคายฉายแววดุดันขึ้นมาทันที ดวงตาคู่นั้นจ้องมองรินรดาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"ระวังปากหน่อยนะครับคุณรินรดา" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "ภรรยาผม... ไม่ใช่คนที่คุณจะมาใช้คำต่ำทรามเช่นนี้ด้วย ถ้าไม่อยากให้พรุ่งนี้ตระกูลของคุณต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนกลางถนน"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ลินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเอื้อมมือไปจับปกเสื้อสูทของธันวาเบาๆ เพื่อจัดให้เข้าที่ เป็นภาพความสนิทสนมที่บาดตาบาดใจศัตรูยิ่งนัก ก่อนจะหันกลับมาจ้องตารินรดาตรงๆ
"ปากดีแบบนี้ ค่อยสมกับเป็นนางเอกผู้แสนดีหน่อยนะคะ" ลินดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับรินรดาที่ทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น "แต่..." ลินดายื่นมือเรียวสวยไปหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงหูฉี่ขึ้นมา กดหน้าจอไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์ของทุกคนในตระกูลรินรดาที่รออยู่ข้างนอก
"ฉันเพิ่งซื้อหุ้นใหญ่ร้อยละ 51 ของบริษัทครอบครัวเธอมาเมื่อกี้นี่เองค่ะ และตอนนี้..." ลินดายิ้มหวานหยดย้อยจนน่าขนลุก "คุณพ่อกับคุณแม่เก่งๆ ของเธอ คงกำลังเซ็นใบปลดพนักงานและเตรียมย้ายออกจากคฤหาสน์หลังโตภายในสามสิบนาทีนี้แล้วล่ะค่ะ"
รินรดาเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า กรيدร้องออกมาด้วยความสติหลุด ล้มพับลงไปกับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ ความพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนเธอแทบไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงที่เธอเคยเหยียบย่ำ
ลินดายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อยอย่างไร้ที่ติ รัศมีของความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจแผ่กระจายไปทั่วทิศทาง เธอกวาดสายตามองความพินาศตรงหน้าด้วยความพึงพอใจขั้นสุด ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาผู้เป็นสามีที่ส่งยิ้มภูมิใจมาให้
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนสู่ห้องโถงลอยฟ้า เสียงโทรศัพท์มือถือสายด่วนพิเศษของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ประธานหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาลินดาด้วยแววตาที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันที่สุดออกมา...
"ลินดา... คนที่อยู่เบื้องหลังการล้มละลายของครอบครัวเธอเมื่อสามปีก่อน ไม่ใช่รินรดา... แต่เป็น 'เขา' คนนั้นที่เพิ่งบินกลับมาถึงสนามบินเมื่อหนาทีที่แล้วค่ะ"
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ชาเขียวแก้วร้ายขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนและร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 5
โฉมหน้าใหม่ของนางร้าย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!