“ถ้าพวกเจ้ายังกล้าเอาตีนสกปรกๆ เข้ามาเหยียบธรณีประตูร้านข้าอีกแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะตัดขาพวกมันไปทำเป็นปุ๋ยหมักใส่แปลงผักหลังบ้านเสีย!”
เสียงประกาศกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่ควรจะสงบสุขของภัตตาคาร ‘หอมหมื่นลี้’ ลู่ชิงฮวายืนกอดอก ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาหงส์คู่งามหรี่ลงมองกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างหนาห้าคนที่แต่งกายด้วยชุดกอมอซอ ทว่ากิริยาท่าทางกลับกร่างระรานราวกับเป็นเจ้าของเมืองหลวงแห่งนี้
ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ ดวงตาคู่เดิมที่เคยโศกเศร้าในชาติก่อน บัดนี้ฉายแววความเย็นเยียบและเฉียบคม ชัยชนะจากประมูลสิทธิ์การค้าสมุนไพรในตอนที่แล้ว คงไปขัดหูขัดตากลุ่มอำนาจมืดเบื้องหลังเข้า ศัตรูที่ซ่อนตัวจึงเริ่มส่งสุนัขรับใช้มาลองเชิงนางถึงที่ร้านเสียแล้ว
“โอ๊ะๆๆแม่นางหลี่ พูดจาให้มันระวังปากไว้หน่อย!” ชายร่างยักษ์หัวหน้าแก๊งที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านแก้มซ้าย หัวเราะเยาะในลำคอ มันกวาดสายตามองไปทั่วร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยไม้เนื้อดี ก่อนจะพ่นน้ำลายลงบนพื้นกระเบื้องสะอาดเอี่ยม “ร้านรวงใหญ่โตขึ้นนี่ห๋า คงหาเงินมาได้ไม่น้อย... แต่ก็นั่นแหละ การค้าขายในย่านนี้ ถ้าไม่มี ‘ค่าคุ้มครอง’ คอยดูแลความปลอดภัย เกรงว่าวันดีคืนดี อาจจะมีไฟไหม้ปริมาณมากโชนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวนะจ๊ะ!”
อาเป่า เด็กหนุ่มผู้ช่วยคู่ใจที่ยืนอยู่ข้างกาย กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ใบหน้าเด็กน้อยแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น แต่อาศัยความระงับอารมณ์ตามที่ลู่ชิงฮวาเคยอบรมสั่งสอนไว้ จึงทำได้เพียงขบฟันกรอด
ลู่ชิงฮวาแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหัวหน้าแก๊งอันธพาลทีละน้อย กลิ่นอายความกดดันระดับผู้บริหารตระกูลใหญ่ในอดีตแผ่ซ่านออกมาจนอีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย
“ค่าคุ้มครองงั้นหรือ?” ชิงฮวาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม “ข้าจ่ายภาษีให้ทางการอย่างถูกต้องทุกอีแปะ ทหารตระเวนตรวจตราความเรียบร้อยทุกวัน แต่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ ‘สุนัขรับใช้’ อย่างพวกเจ้าในบัญชีรายชื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เลยสักคน... หรือว่าพวกเจ้าเป็นโจรภูเขาที่หลบหนีคดีอาญามาซ่อนตัวอยู่ในเมืองกันแน่?”
“นังสารเลว! ปากดีนักนะ!” หัวหน้าแก๊งอันธพาลหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเมื่อถูกจี้ใจดำ มันยกมือขึ้นหมายจะคว้าจับข้อมือเรียวของนางเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ
ทว่า—
ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะสัมผัสโดนชายเสื้อของลู่ชิงฮวา อากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงฉับพลันราวกับฤดูหนาวมาเยือนกลางคิมhanta
ร่างสูงใหญ่ดั่งภูผาของหลี่เฉิงหยวนที่เพิ่งเดินกลับมาจากคลังสินค้าด้านหลัง ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาและกลุ่มอันธพาลด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองมือที่ยื่นออกมาของอีกฝ่ายด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนคนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก
“มือข้างไหนที่แกคิดจะใช้แตะต้องภรรยาข้า”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย แต่กลับมีอำนาจล้นเหลือจนหัวหน้าแก๊งอันธพาลสะท้านเฮือกโดยไม่รู้ตัว
“แกเป็นใครวะ! อย่ามาเสือกเรื่องของ— อั๊ก!”
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบประโยค หลี่เฉิงหยวนไม่ปล่อยให้เสียเวลาสนทนา หมัดหนาหนักดั่งค้อนเหล็กซัดเข้าที่กลางใบหน้าของหัวหน้าแก๊งอันธพาลเต็มแรง เสียงกระดูกจมูกหักดังกร๊อบสนั่นหวั่นไหว ร่างหนาร่วมร้อยชั่งของมันลอยละลิ่วเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นร้านดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉานทะลักออกจากจมูกและปากทันที สลบเหมือดคาที่ในหมัดเดียว!
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมภัตตาคารในทันด่วน ลูกน้องอีกสี่คนที่เหลืออ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก พวกมันมองหัวหน้าที่นอนแน่นิ่งไม่ไสติงสลับกับชายหนุ่มร่างกำยำตรงหน้า ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“พ... พรรคพวก! ถอย! ถอยเร็ว!”
ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนลั่นด้วยความตกใจกลัว พวกมันรีบหิ้วร่างไร้สติของหัวหน้าแก๊งแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากร้านราวกับฝูงสุนัขจนตรอก ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดหยดเป็นทางและบรรยากาศที่กลับคืนสู่ความสงบ
ลู่ชิงฮวายืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของสามีสลับกับร่างของอันธพาลที่นอนสลบอยู่บนพื้น นางรู้ว่าหลี่เฉิงหยวนมีฝีมือบู๊เลิศล้ำเพราะเป็นถึงอดีตนายทหารชายแดนผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แต่การเห็นเขากำจัดปัญหาเรื้อรังด้วย “หมัดเดียวจอด” อย่างเด็ดขาดและรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความรู้สึก “มีสามีคอยปกป้อง” ช่างเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่นางไม่เคยได้รับในชาติก่อนเลยสักครั้ง
อาเป่าอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนจะร้องอุทานออกมาด้วยความทึ่ง “วะ... ว้าว! นายท่าน! ท่านสุดยอดมากขอรับ! หมัดเดียวร่วงเลย!”
หลี่เฉิงหยวนรีบหันกลับมาหาภรรยาทันที ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมและดุดันเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นความกังวลระคนอ่อนโยนในพริบตา เขารีบสำรวจเนื้อตัวของลู่ชิงฮวาอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่านางได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตกใจที่เห็นคนมารังรังแกภรรยา
“ชิงฮวา... เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม? พวกมันทำอะไรเจ้าหรือเปล่า?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
ลู่ชิงฮวากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ นัยน์ตาหงส์ระยิบระยับด้วยประกายความขบขันและชื่นชม นางเอื้อมมือเรียวไปจับแขนเสื้อของสามีเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น
“ข้าไม่เป็นไรเลยสักนิดค่ะท่านพี่...” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย “แค่ตกใจนิดหน่อยที่ท่านจัดการเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มาก... ดูท่าทางแล้ว ต่อไปถ้ามีแมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญบินมาอีก ข้าคงไม่ต้องเสียแรงออกโรงเองเลยกระมังคะ?”
หลี่เฉิงหยวนหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอายเมื่อถูกภรรยาสาวชมเชยตรงๆ เขาเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มนวล “เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ หน้าที่ของเจ้าคือทำอาหารอร่อยๆ และนับเงินก็พอแล้ว”
บรรยากาศหวานชื่นในร้านถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่ดังมาจากด้านหน้าร้าน พร้อมกับร่างของหญิงชราเพื่อนบ้านละแวกนั้นที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“คุณหนูหลี่! นายทหารหลี่!แย่แล้วจ่ะ!” หญิงชราละล่ำละลักเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก “ข้าเห็นขบวนรถม้าของตระกูลหลี่ฝั่งคหบดีใหญ่ พร้อมกับราชองครักษ์ในชุดทางการกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว! พวกเขาบอกว่า... องค์ชายรองเสด็จมาเยือนภัตตาคารของพวกเจ้าด้วยพระองค์เอง!”
รอยยิ้มบนใบของลู่ชิงฮวาค้างเติ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงทันที ความเย็นเยียบแล่นพล่านเข้าสู่กระดูกดำ เมฆหมอกแห่งการแย่งชิงอำนาจกลับมาปกคลุมอีกครั้งเร็วกว่าที่คาดคิด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดัชเชสโพดำ" ด้วยดีเสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 15
ปัญหากวนใจจากอันธพาลท้องถิ่น
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!