เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 4

พบหน้าสามีนายทหารผู้เงียบขรึม

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
ปลายดาบคมกริบสะท้อนแสงจันทร์วับวาบ บรรยากาศรอบเรือนพักชายแดนอันรกร้างพลันทวีความตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ "คุณหนูระวัง! มีมือสังหารล้อมค่ายเราไว้หมดแล้วเพคะ!" อาเป่ากรีดร้องเสียงหลง ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ทว่าลู่ชิงฮวากลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย กลิ่นอายความเยือกเย็นและเฉียบขาดแผ่ออกมาจากตัวนางราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน อดีตนางร้ายผู้เย่อหยิ่งในชาติก่อนผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความตายที่เกิดจากความโง่เขลงของตนเอง ดังนั้น ในชาตินี้... นางไม่มีทางยอมให้ใครมาปลิดชีพไปได้ง่ายๆ แน่ *ฉึก!* เสียงแหวกอากาศของลูกธนูพุ่งตรงมายังหน้าต่างห้องนอน อาเป่าหลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรม ทว่ามือเรียวบางของลู่ชิงฮวากลับคว้าแจกันหยกเนื้อหยาบข้างกายปาออกไปกระทบลูกธนูนั้นอย่างแม่นยำจนมันเบี่ยงทิศปักเข้ากับวงกบประตูอย่างเฉียดฉิว "มือสังหารงั้นหรือ..." ชิงฮวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "คงเป็นฝีมือขององค์ชายรองสินะ ที่ส่งคนมาปิดปากข้าเพราะกลัวความลับเรื่องเหมืองเหล็กจะรั่วไหล ช่างใจคอคับแคบและไร้ยางอายเสียจริง!" ประตูกระดาษสาถูกฟันจนขาดวิ่นด้วยกระบี่คมกริบ เงาร่างสีดำทะมึนหลายร่างพุ่งทะยานเข้ามาในห้อง แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยจิตสังหารเหี้ยมเกรียม ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะพุ่งเข้าหาเป้าหมาย ร่างสูงใหญ่ราวกับภูผาของใครบางคนก็พุ่งทะลวงฝาผนังไม้เข้ามาขวางกั้นไว้ราวกับเทพสงคราม! *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันของอาวุธสว่างวาบไปทั่วห้อง หลี่เฉิงหยวนในชุดเกราะหนังสีดำสนิท ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมราتىสลักจากหินผา ดวงตาดคมกริบดั่งเหยี่ยววาดมองกลุ่มมือสังหารด้วยความเหี้ยมเกรียม มือหนาตวัดดาบยาวในมือเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงร้องโหยหวนก็ดังระคนกันไป มือสังหารที่ล้อมเข้ามานับสิบคนถูกจัดการจนล้มระเนระนาดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งจิบชา เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังห้อง แต่นายทหารหนุ่มกลับไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย อาเป่าอ้าปากค้างจนแทบหวอ มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน นี่นะหรือสามีชาวบ้านไร่ที่คนในเมืองหลวงลือกันว่าต่ำต้อยและไร้ค่า? ชายผู้นี้มีความน่ากลัวระดับแม่ทัพสนามรบชัดๆ! หลี่เฉิงหยวนเก็บดาบเข้าฝักด้วยท่าทีนิ่งสงบ เขาดึงผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกมาเช็ดคราบเลือดบนสันมืออย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองสตรีที่ยืนอยู่วางท่าสง่างามท่ามกลางซากศพ ดวงตาคมกริบคู่นั้นสำรวจลู่ชิงฮวาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เคยมืดมนและเย็นชาฉายประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกก้นบึ้งอย่างปิดไม่มิด ทว่าริมฝีปากหนากลับเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใดออกมาในทันที ลู่ชิงฮวาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีในนามของตน หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาจากความรักปลอมๆ ในอดีตกลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างประหลาด นางพิจารณาใบหน้านั้น หล่อเหลา คมคาย เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลแห่งสนามรบ แต่มันกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด "ท่าน... ไม่คิดจะกล่าวอะไรกับภรรยาที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดคนนี้หน่อยหรือคะ ท่านพี่" ชิงฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ดวงตาระยิบระยับด้วยความท้าทาย หลี่เฉิงหยวนขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นควันไฟจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ร่างสูงใหญ่ของเขากดดันจนชิงฮวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้เบาๆ แต่แน่นหนา "เจ้ากล้าดียังไง ถึงออกมาเดินลอยชายอยู่ในเขตชายแดนอันตรายเช่นนี้ รู้ตัวไหมว่าเกือบเอาชีวิตมาทิ้ง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความดุดันและหงุดหงิดปะปนกัน แต่หากสังเกตให้ดี ลมหายใจที่สะดุดเล็กน้อยของเขานั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากลัวแค่ไหนหากมาช้าไปกว่านี้ "ถ้าข้าไม่มา แล้วข้าจะรู้หรือคะว่าสามีที่แต่งงานด้วย จะเก่งกาจสามารถจนสามารถปกป้องข้าจากมือสังหารระดับมืออาชีพได้" ชิงฮวาไม่สะทกสะทราน นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้สามีผู้เงียบขรึม "อีกอย่าง... ข้าไม่ใช่คุณหนูในหอห้องที่รอวันตายเสียหน่อย ข้ามีสมอง และมีวิธีเอาตัวรอดของข้าค่ะ" หลี่เฉิงหยวนจ้องมองภรรยาคนนี้ด้วยความรู้สึกซับซ้อน ผู้หญิงตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางไม่ใช่คุณหนูเอาแต่ใจที่เขาเคยได้ยินข่าวลือ ดวงตาสุกสกาวคู่นั้นเต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียวและความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากในสตรีทั่วไป "ดื้อด้าน" หลี่เฉิงหยวนพึมพำออกมาเบาๆ คำหนึ่ง ทว่ามือที่จับข้อแขนของนางกลับคลายออกอย่างนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปสั่งการทหารนอกห้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จัดการเคลียร์ศพพวกนี้ให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย และไปตรวจตราดูรอบค่ายให้เข้มงวดขึ้น" "รับทราบพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ!" ทหารนายหนึ่งรับคำแล้วรีบปฏิบัติหน้าที่ทันที เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลู่ชิงฮวาก็หันมามองสำรวจเรือนพักที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นควัน นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่เดินทางมาถึงชายแดน นางและอาเป่าก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลยท้องก็เริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ ในมิติลับของนางยังมีวัตถุดิบชั้นเลิศที่เก็บไว้เพียบ ทั้งเนื้อหมูป่าสามชั้นคุณภาพเยี่ยมจากมิติ และเครื่องเทศหายาก อาหารการกินในยุคนี้ช่างแร้นแค้นนัก หากนางอยากจะสร้างอาณาจักรค้าขายและกุมอำนาจเศรษฐกิจในเขตชายแดนนี้ ขั้นแรกนางต้องเริ่มจากการ 'มัดใจ' สามีและสร้างขวัญกำลังใจให้คนในค่ายผ่านกระเพาะอาหารเสียก่อน! คิดได้ดังนั้น ลู่ชิงฮวาก็หันขวับไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกมองนางอยู่เงียบๆ มุมปากบางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่... ท่านคงยังไม่ได้ทานข้าวเย็นสินะคะ?" ชิงฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม แววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับแม่ค้าเจ้าเล่ห์ที่กำลังเจอเหยื่อชั้นดี หลี่เฉิงหยวนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของภรรยา "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" "ข้าหมายความว่า... ดึกดื่นตื่นกลัวเช่นนี้ มาทาน 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรพิเศษ' ฝีมือข้าสักชามไหมคะ? รับรองว่ารสชาติจะทำให้ท่านลืมความเหนื่อยล้าจากการรบไปเลยล่ะค่ะ" ว่าแล้ว ลู่ชิงฮดกก็ไม่รอคำตอบ นางหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องครัวเล็กๆ ทันที ทิ้งให้หลี่เฉิงหยวนยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหลัง สายตาคมกrivมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในใจ ผ่านไปไม่นาน กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศ น้ำตาลเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมล และกลิ่นหอมมันของหมูสามชั้นที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเรือนพัก และลอยล่องไปตามสายลมยามค่ำคืนอบอวลไปทั่วทั้งค่ายทหารชายแดนอันเงียบสงบ จนเหล่าทหารที่กำลังเข้าเวหายใจรดต้นคอ กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ด้วยความหิวโหย ในขณะที่หลี่เฉิงหยวนกำลังก้าวเท้าตามกลิ่นหอมนั้นเข้าไปใกล้ห้องครัว ประตูห้องพักด้านหน้าก็ถูกถีบกระเด็นเสียงดังโครม! เงาร่างในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด องค์ชายรองเฉินโม่ก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์เงาจำนวนมาก ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ลู่ชิงฮวาที่กำลังถือชามกระเบื้องใส่หมูตุ๋นร้อนๆ ออกมาพอดี "ชิงฮวา... น้องหญิง ข้าตามหาเจ้าแทบแย่ ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะหนีมาซ่อนตัวอยู่กับไอ้คนเถื่อนไร้ค่าผู้นี้..." หลี่เฉิงหยวนหรี่ตาลงคมกริบ รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที มือหนากำด้ามดาบแน่น พร้อมจะสะบั้นคอผู้ที่บังคับอาจหาญบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเขา โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%