เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง!* สะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัดของยามวิกาล ด้ามดาบเหล็กกล้าอยู่ในอุ้งมือหนาของหลี่เฉิงหยวนที่กำไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที พร้อมจะสะบั้นคอผู้ที่บังอาจหาญกล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเขา ทว่า เมื่อเงาร่างระหงที่คุ้นเคยขยับถอยหลังพร้อมกับถาดไม้ไผ่ในมือที่เต็มไปด้วยหัวผักกาดและต้นหอมวิเศษจากมิติลับ รัศมีคุกคามเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตกตะลึงระคนโล่งอกที่ฉายชัดในดวงตาคมกริบคู่นั้น
"ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ ท่านยังไม่นอนอีกหรือคะ ท่านพี่?"
เสียงหวานเอ่ยถามเรียบเรื่อย นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อคมดาบที่จ่ออยู่ห่างจากปลายจมูกเพียงคืบเดียว ลู่ชิงฮวายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบາ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ นางก้าวผ่านร่างหนาของสามีไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้หลี่เฉิงหยวนยืนแข็งค้างอยู่กับความเงียบ งุนงงกับภรรยาผู้พลิกผันจากคุณหนูเอาแต่ใจ กลายมาเป็นแม่ค้ามือทองผู้กุมความลับเหนือธรรมชาติไว้ในกำมือ ตั้งแต่คืนที่นางนำเนื้อหมูวานรหิมะและแป้งสาลีทิพย์ออกมาจากมิติลับเพื่อเตรียมเปิดแผงลอยในวันรุ่งขึ้น เขาก็รู้แล้วว่าสตรีในอาณัติของตนผู้นี้ มีความลับที่น่าค้นหาซ่อนอยู่มากกว่าที่ตาเห็น
เช้าตรู่ของวันถัดมา ณ ตลาดการค้าประจำตำบลชายแดนอันคึกคัก กลิ่นอายความยากจนและฝุ่นดินไม่ได้ทำให้อุดมการณ์ของลู่ชิงฮวาลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย บนพื้นที่โล่งหน้าแผงไม้เก่าๆ ที่นางวานให้อาเป่าช่วยซ่อมแซม บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นร้านบะหมี่ริมทางที่สะอาดสะอ้านและดูแปลกตา ป้ายผ้าดิบสีนวลเขียนด้วยลายมือตวัดพู่กันอย่างงดงามว่า *"หอหมื่นรส : บะหมี่วิเศษสูตรคุณหนูลู่"* โดดเด่นสะดุดตาจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดมองด้วยความฉงน
"ท่านพี่ อย่ามัวแต่ยืนทำหน้าดุใส่ลูกค้าสคะ ช่วยข้าก่อไฟต้มน้ำซุปให้เดือดพล่านเสียที ขืนท่านยืนแยกเขี้ยวแบบนั้น ลูกค้าคงวิ่งหนีกันหมดพอดี" ลู่ชิงฮวาเอ่ยหยอกล้อสามีที่กำลังยืนกอดอกถือกระบองไม้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ราวกับมาคุมนักโทษประหาร มากกว่ามาช่วยภรรยาขายบะหมี่
หลี่เฉิงหยวนพ่นลมหายใจเบาๆ ยอมก้าวเข้ามาจัดการฟืนในเตาตามบัญชาอย่างว่าง่าย แม้ปากจะบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการมาค้าขายเหน็ดเหนื่อยริมถนนเช่นนี้ แต่ยามที่เห็นรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของภรรยา มือหนากลับขยันขันแข็งยิ่งกว่าใคร
ไม่นานนัก หม้อดินเผาใบใหญ่ก็ส่งเสียงเดือดปุดๆ น้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวข้ามคืนจากวัตถุดิบในมิติลับ ซึ่งนางแอบใส่โสมพันปีและสมุนไพรบำรุงกำลังลงไปเล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งตรอกซอกซอย กลิ่นหอมหวานละมุนล้ำลึกของน้ำซุปที่ผสานเข้ากับเครื่องเทศชั้นดีและกลิ่นแป้งบะหมี่นวดมือเหนียวนุ่ม ลอยฟุ้งไปไกลจนกระทั่งผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดต้องหยุดชะงัก พวกเขาต่างสูดจมูกฟุดฟิด หันซ้ายหันขวาเพื่อหาต้นตอของกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลายสอ
"กลิ่นอะไรวะเนี่ย? หอมชิบหาย!" ชายฉกรรจ์ร่างหนาผู้หนึ่งอุทานขึ้นเสียงดัง เดินตามกลิ่นมาหยุดอยู่หน้าร้านของลู่ชิงฮวาเป็นคนแรก
"บะหมี่ค่ะ... บะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูสูตรพิเศษ ชามละสามอีแปะเท่านั้น" ลู่ชิงฮวาแย้มยิ้มต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ดวงตาคู่สวยประกายระยิบระยับด้วยจิตวิญญาณนักธุรกิจมืออาชีพ "รับสักชามไหมคะ รับรองว่าท่านไม่เคยลิ้มรสที่ไหนมาก่อนในแผ่นดินนี้แน่นอน"
"สามอีแปะ? แพงชะมัด บะหมี่ทั่วไปชามละอีแปะเดียวเองนะแม่นาง!" ลูกค้าคนแรกทำท่าจะถอยหนี
"ของถูกมักไม่มี ของดีมักไม่ถูกค่ะท่านพี่ ลองชิมดูก่อน หากไม่หอมหวานชื่นใจอย่างที่ข้าพูด ข้าไม่คิดเงินท่านสักอีแปะเดียว!" นางท้าทายด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
เพียงไม่นาน เสียงสูดเส้นบะหมี่ดัง *ซู้ด!* ตามด้วยเสียงครางฮือในลำคอด้วยความอร่อยล้ำของชายฉกรรจ์คนแรก ก็กลายเป็นชนวนเหตุให้ฝูงชนที่ยืนลังเลกรูเข้ามาต่อคิวยาวเหยียดจนแน่นขนัด แผงลอยเล็กๆ แทบแตก อาเป่าวิ่งวุ่นรับเงินและเสิร์ฟชามบะหมี่แทบไม่ทัน ขณะที่หลี่เฉิงหยวนทำหน้าที่ตักเส้นและลวกเนื้ออย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองฝูงชนที่แย่งกันซื้อด้วยความทึ่งในความสามารถของภรรยา
ทว่า ในขณะที่กิจการกำลังดำเนินไปอย่างรุ่งโรจน์และเงินอีแปะเริ่มกองสูงขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด ฝูงชนที่กำลังต่อคิวต่างพากันหลีกทางให้อย่างหวาดกลัว ม้าศึกฝีเท้าดีหยุดลงที่หน้าร้าน พร้อมกับร่างสูงโปรดปรานของบุรุษในอาภรณ์หรูหราปักลายมังกรจางๆ ที่ก้าวลงมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ไม่นึกเลยว่า... ชายแดนกันดารเช่นนี้ จะมีสตรีผู้มีความสามารถถึงขั้นเนรมิตกลิ่นหอมที่ทำให้เปิ่นหวางต้องดลใจมาเยือนถึงที่นี่"
องค์ชายเฉินโม่ป้องพัดจีบในมือ รอยยิ้มยวนใจระบายบนใบหน้าคมคาย ทว่าแววตากลับเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความกระหายใคร่ครอบครอง เขากวาดสายตามองลู่ชิงฮวาที่ยืนถือทัพพีตักน้ำซุปนิ่งสนิท ก่อนจะเหลือบไปมองหลี่เฉิงหยวนที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว
"ถวายบังคมเพคะ... องค์ชายรอง ไม่ทราบว่าลมเพลมพัดอะไร ถึงหอบพระองค์มายังแผงลอยซอมซ่อของหม่อมฉันได้ล่ะคะ?"
ลู่ชิงฮวาแย้มยิ้มเยือกเย็น สบตากับอดีตคู่หมั้นผู้เคยทรยศนางในชาติก่อนอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวที่ถือทัพพีไม้กำแน่นขึ้นทีละน้อย พร้อมรับมือกับเกมการเมืองที่กำลังจะสาดซัดเข้ามาในร้านบะหมี่เล็กๆ แห่งนี้แล้วค่ะ
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนค่ะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 5
เปิดแผงลอยอาหารมื้อแรก
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!