เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 6

กำไรก้อนแรกและการยอมรับ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"หากคุณชายรองเฉินยังทรงมีเวลาว่างมาเดินเล่นในร้านบะหมี่ซอมซ่อเช่นนี้ หม่อมฉันเกรงว่าราชأลกิจที่องค์ชายทรงแบกรับไว้อาจจะหนักหนาเกินกว่าที่พระวรกายบอบบางจะรับไหวเสียแล้วกระมั้งเพคะ" สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของลู่ชิงฮวา ดังแทรกขึ้นกลางความอึมครึมภายในร้าน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านละแวกนั้นที่แอบชะเง้อมองเข้ามา เฉินโม่ องค์ชายรองผู้ทะเยอทะยาน ชะงักกึก รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ในชาติภพก่อน ลู่ชิงฮวาผู้นี้โง่งอมารยาและยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างตระกูลลู่ให้เขาโดยง่าย แต่วันนี้... แววตาคู่นั้นกลับเยียบเย็น ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ซ้ำยังซ่อนประกายคมปลาบที่พร้อมจะเชือดเฉือนคอหอยเขาได้ทุกเมื่อหากเข้ามาใกล้เกินระยะอันตราย "ชิงฮวา... เจ้าเปลี่ยนไปมาก" เฉินโม่เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษามาดผู้สูงศักดิ์ "คนเราย่อมต้องเติบโตเพคะ โดยเฉพาะเมื่อได้ตาสว่างเห็นว่าใครคือมิตร ใครคืออสรพิษที่จ้องจะฉกฉวยผลประโยชน์" ลู่ชิงฮวาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางไม่ได้รอให้อีกฝ่ายได้เอื้อnวาจาใดต่อ มือเรียวระหงภายใต้แขนเสื้อสะบัดเบาๆ ส่งสัญญาณให้อาเป่าเด็กน้อยผู้ขยันขันแข็งปิดป้าย 'หมดเวลาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ' ทันที ก่อนจะหันหลังให้องค์ชายรองอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนหน้าชาอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน บรรยากาศในร้านกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าหัวใจของใครบางคนกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หลี่เฉิงหยวนที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้เนื้อแข็งอยู่มุมห้องครัว สายตาคมดปlaบจับจ้องภรรยาตัวน้อยไม่วางตา ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อครู่จนถึงวินาทีนี้ ความรู้สึกที่เขามีต่อลู่ชิงฮกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สตรีที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงคุณหนูเอาแต่ใจที่ถูกครอบครัวบังคับให้มาแต่งงานกับนายทหารบ้านนอกอย่างไร้อนาคต บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเขารู้สึกว่าตนเองช่างต่ำต้อยนัก นางไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรดและเด็ดเดี่ยวในการรับมือกับราชนิกุลเจ้าเล่ห์ ทว่าฝีมือการทำอาหารและสัญชาตญาณทางการค้าของนาง... กำลังสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่เมืองชายแดนแห่งนี้อย่างแท้จริง กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวไฟอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศลับจากมิติวิเศษ ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นต่อมรับรสของทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนต้องกลืนน้ำลาย "มองอะไรเล่าคะ? หน้าฉันมีคราบเขม่าควันติดอยู่หรือไง" ลู่ชิงฮวาหันมาพบเข้ากับสายตาคู่คมที่มองมาอย่างลึกซึ้ง นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดพวงแก้มเนียนใสของตนเอง หลี่เฉิงหยวนส่ายหน้าช้าๆ เดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบาง ร่างกายกำยำสูงใหญ่แผ่ซ่านไออุ่นบุรุษเพศจนลู่ชิงฮวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว มือหยาบกร้านจากการจับดาบเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้นางอย่างเบามือ ช่างเป็นความอ่อนโยนที่ขัดกับภาพลักษณ์นักรบเดนตายยิ่งนัก "เจ้าเก่งเกินไปแล้ว... ชิงฮวา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบา เจือความรู้สึกหลากหลายทั้งทึ่ง ทั้งห่วงใย และ... หวงแหน "ข้าแค่กลัวว่าวันหนึ่ง เจ้าจะบินหนีข้าไปไกลเกินกว่าที่คนบ้านนอกเช่นข้าจะเอื้อมถึง" ลู่ชิงฮวาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว นางเงยหน้าสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความจริงใจนั้น ก่อนจะคลายยิ้มบางๆ ออกมา มือเรียวเอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งเบาๆ "ถ้าฉันจะบินหนี... ฉันคงไม่ยอมเสียเวลามานั่งเคี่ยวพริกแกงและนวดแป้งบะหมี่ให้คุณกินจนดึกดื่นหรอกค่ะท่านสามี" คำพูดทีเล่นทีจริง ทว่าแฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง ไม่ปล่อยให้บรรยากาศหวานชื่นดำเนินไปนานเกินควร ลู่ชิงฮวาก็สะบัดตัวหันกลับมาจัดการกับภารกิจสำคัญตรงหน้าทันที วันนี้คือวันพิสูจน์ผลกำไรก้อนแรกจากการค้าขาย! นางเดินตรงไปยังกล่องไม้สนโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ก่อนจะเปิดฝาออก เสียงกระทบกันของเหรียญทองแดงและตำลึงเงินดังกรุ๊งกริ๊งกังวานชวนฟัง อาเป่าที่ยืนช่วยเก็บกวาดโต๊ะอยู่ใกล้ๆ ถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง "พี่ชิงฮวา! นี่... นี่มัน..." เด็กน้อยละล่ำละลัก ชี้ไปยังกองเงินจำนวนมากในกล่อง ลู่ชิงฮวาหยิบตำลึงเงินก้อนโตขึ้นมาหมุนเล่นในมือ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม ภายในเวลาเพียงสามวัน ยอดขายบะหมี่สูตรพิเศษและเครื่องเคียงหมักดองจากมิติวิเศษ ทำรายได้ถล่มทลายเกินกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียอีก เงินตำลึงนับสิบก้อนนี้ไม่เพียงแต่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครอบครัว แต่มันคือ "ทุนก้อนแรก" ที่จะใช้ต่อยอดอาณาจักรการค้าที่นางวาดฝันไว้ "ใช่ค่ะ อาเป่า นี่คือผลลัพธ์จากหยาดเหงื่อและความขยันของเรา จำไว้นะ... ในโลกนี้ อำนาจและเงินตราคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด สตรีที่มีเงินในมือ ย่อมไม่ต้องก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น" หลี่เฉิงหยวนยืนมองภาพภรรยาตัวน้อยที่กำลังนับเงินด้วยดวงתาเป็นประกายระยิบระยับ เขายอมรับอย่างหมดหัวใจว่า สตรีผู้นี้มิใช่เพียงแค่ภรรยาในนาม แต่คือนางพญาผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง ทว่า... ความสุขมักอยู่กับพวกเขาได้ไม่นานนัก *ปัง!* เสียงถีบประตูไม้หน้าร้านดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้บานประตูเกົ่าวอนสั่นสะเทือน เศษฝุ่นร่วงหล่นลงมาจากขื่อคา ลู่ชิงฮวาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา นางส่งสัญญาณมือให้อาเป่าหลบไปอยู่ด้านหลัง ขณะที่หลี่เฉิงหยวนก้าวขึ้นมาบังร่างนางไว้โดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมแตะด้ามจับกระบี่ข้างกายอย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปรดของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดสลัวยามโพล้เพล้ ใบหน้านั้นงดงามราวกับหยกสลัก ทว่ารอยยิ้มกลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ลู่ชิงฮวา พร้อมกับเอ่ยวาจาที่ทำให้บรรยากาศภายในร้านดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง "ไม่นึกเลยว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ ผู้ซึ่งควรจะตกอับอยู่กลางทะเลทราย จะมาซ่อนตัวสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ที่นี่... สนุกมากไหมกับการเล่นขายของ ทายาทคนรองแห่งตระกูลหลี่?" ดวงตาของลู่ชิงฮวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน... พี่ชายแท้ๆ ของนางเอง! ลู่จ้านเฉิง แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพยัคฆ์ทักษิณ ผู้ซึ่งในชาติก่อนเป็นคนแรกๆ ที่หันหลังให้นางและร่วมมือกับองค์ชายรองในการส่งนางไปสู่จุดจบอันน่าอนาถ เขาก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับชูราชโองการลับสีทองอร่ามในมือขึ้นสูง "ชิงฮวา... เจ้าทำความผิดมหันต์ต่อตระกูล และฝ่าฝืนราชประเพณี ฮ่องเต้มีรับสั่ง... ให้จับกุมตัวเจ้ากลับเมืองหลวงเพื่อรับโทษประหารทันที!" *ดัชเชสโพดำ* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของลู่ชิงฮวามา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%