เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 3

เดินทางสู่เมืองชายแดน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
ปลายคมของกระบี่อาบยาพิษสะท้อนแสงจันทร์สีนวลจนกลายเป็นประกายสีเขียวมรกตที่ดูราวกับอสรพิษร้ายยามล่าเหยื่อ กลิ่นไอความตายลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินหลังฝนยามวิกาล บรรยากาศรอบบ้านพักหลังน้อยกดดันจนแทบหยุดหายใจ ทว่าลู่ชิงฮวากลับมิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดเบื้องหน้า "ลมอะไรหอบองค์ชายรองผู้สูงศักดิ์มาเยือนเรือนซزโทรมๆ ยามวิกาลเช่นนี้เพคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน มือเรียวบางยังคงจัดถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุสมุนไพรวิเศษจากมิติส่วนตัวลงในหีบไม้โดยไม่มีทีท่าลนลาน เฉินโม่หรี่ตามองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ในอแวตาของเขามีทั้งความกังขาและความโลភเจือปน ชาติก่อนลู่ชิงฮวานั้นโง่งอมารยาและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เคียงข้างเขา แต่วันนี้... สตรีผู้นี้กลับดูราวกับพยัคฆ์สาวจำศีล ทั้งเยือกเย็น ลึกล้ำ และยากจะคาดเดา "ชิงฮวา เจ้าช่างใจกล้านักนะ" เฉินโม่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประกายตากราดเกรี้ยวแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ "ตระกูลลู่ถูกกวาดล้าง ทรัพย์สินถูกยึดเกลี้ยง เจ้าคิดจะหนีไปหาไอ้ทหารบ้านนอกที่ชายแดนงั้นหรือ? คิดรึว่าข้าจะปล่อยให้คนที่มีประโยชน์เช่นเจ้าหลุดมือไป!" ลู่ชิงฮวาแค่นหัวเราะในลำคอ "ประโยชน์? ฮึ! สำหรับพระองค์แล้ว ข้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ใช้แล้วทิ้ง มิใช่หรือเพคะ? เสียดายที่ชาตินี้... ข้าไม่มีวันยอมเป็นเบี้ยให้ใครเหยียบย่ำอีกแล้ว!" สิ้นคำพูด ร่างเพรียวบางก็ดีดตัวหลบคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว พร้อมกันนั้น มือเล็กก็ซัดผงยาสลบสูตรพิเศษจากมิติลับเข้าใส่กลุ่มองครักษ์ทันที ควันสีม่วงจางๆ ฟุ้งกระจาย ทหารร่างยักษ์ล้มตึงลงทีละนายราวกับใบไม้ร่วง เฉินโม่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ไม่คาดคิดว่าสตรีที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอจะซ่อนพิษสงรอบตัวไว้มากมายขนาดนี้ "ฝากไว้ก่อนเถอะ ลู่ชิงฮวา!" เฉินโม่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจเมื่อพบว่าสถานการณ์เริ่มพลิกผัน ก่อนจะจำต้องถอยร่นหายไปกับความมืดพร้อมกับองครักษ์ที่เหลือรอด เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา ลู่ชิงฮวาจึงถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การเดินทางไปเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายและสงครามแย่งชิงอำนาจรออยู่เบื้องหน้า แต่นางหาได้หวาดกลัวไม่ เพราะในมิติลับของนางยังมีเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ ตำรับยาโบราณ และทองคำแท่งอีกหลายหีบที่พร้อมจะใช้สร้างอาณาจักรธุรกิจของตนเอง! รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว รถม้าคันเก่าโยกเยกพาตัวลู่ชิงฮวาและอาเป่าเด็กชายผู้ซื่อสัตย์มุ่งหน้าสู่ "เมืองเป่ย FENG" ดินแดนรกร้างติดชายแดนทัพเหนือ ที่ซึ่งสามีในนามอย่าง "หลี่เฉิงหยวน" ประจำการอยู่ การเดินทางกินเวลาแรมเดือน ผ่านหุบเขาและลำธาร ทิวทัศน์รอบตัวเปลี่ยนจากความเขียวชะอุ่มเป็นความแห้งแล้งและลมหนาวพัดโชย ตลอดการเดินทาง ลู่ชิงฮวาไม่ได้เพียงแต่นั่งรออย่างไร้จุดหมาย นางใช้เวลาในมิติลับแปรรูปสมุนไพรหายากให้เป็นยาบำรุงกำลังและเครื่องสำอางชั้นเลิศ พร้อมทั้งวางแผนการค้าในอนาคต นางตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนเมืองชายแดนกันดารนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดให้จงได้! กระทั่งในที่สุด รถม้าก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามและควันไฟ ทหารยามหน้าประตูตรวจตราอย่างเข้มงวด ลู่ชิงฮวาเปิดม่านหน้าต่างออกมองสำรวจบ้านเรือนผู้คนที่ดูมอมแมมและขาดแคลน อาหารการกินฝืดเคือง ผู้คนต่างใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ทว่านั่นกลับทำให้ประกายตาของนักธุรกิจมือทองอย่างนางสว่างวาบขึ้นด้วยความตื่นเต้น ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นแล้ว! นางเดินทางมาถึงค่ายทหารทิศเหนือตามป้ายคำสั่ง จนกระทั่งพบกับบ้านพักนายทหารชั้นผู้น้อยหลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมเชิงเขา รั้วไม้ไผ่เก่าๆ ถูกซ่อมแซมอย่างประณีต ด้านหน้ามีแปลงผักสวนครัวขนาดเล็กที่เขียวขจีผิดกับพื้นที่รอบข้าง ทว่าสิ่งที่ทำให้ลู่ชิงฮวาชะงักงัน คือภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำในชุดทหารสีเข้มเขรอะฝุ่นกำลังก้มหน้าก้มตาผ่าฟืนอยู่ กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปกระดูกตุ๋นยาจีน" ลอยเตะจมูกโชยมาจากในครัวเล็กๆ แข่งกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่า ชายหนุ่มคนนั้นหยุดมือจากการผ่าฟืน เขารีบวางขวานในมือลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงล้อรถม้า ดวงตาคมกริบดุดันราวกับพยัคฆ์หันขวับมามองผู้มาเยือน ก่อนที่ความดุดันนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นใบหน้าของภรรยาที่ไม่ได้พบหน้ากันนาน หลี่เฉิงหยวนก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่บังแสงแดดยามบ่ายจนมิด เขามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความห่วงใยระคนคิดถึง ก่อนจะเอמהด้วยเสียงทุบต่ำกังวานที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อยว่า "เจ้า... เดินทางมาเหนื่อยมากสินะ ภรรยาของข้า" ลู่ชิงฮวานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามานานกลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล นางกำลังจะเอמהปากตอบรับคำทักทายนั้น ทันใดนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนหลายสายพุ่งทะยานข้ามรั้วไม้ไผ่เข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจจากอาเป่าที่ดังลั่นมาจากหลังบ้าน! "คุณหนูระวัง! มีมือสังหารล้อมค่ายเราไว้หมดแล้วเพคะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ดัชเชสโพดำเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%