"ถ้าพวกมันกล้าส่งหมาล่าเนื้อมาเหยียบเรือกสวนของเรา ข้าก็จะใช้พวกมันเป็นปุ๋ยหมักแปลงผักกาดขาวซะเลยค่ะ"
น้ำเสียงของลู่ชิงฮวานั้นราบเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความเย็นเยียบที่ชวนให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกชัน ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังบรรจงคีบเมล็ดพันธุ์โสมวิเศษจากมิติลับลงหลุมดินร่วนซุยอย่างใจเย็น รอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดินชื้นหลังฝนตกและกลิ่นไอน้ำจากน้ำพุวิเศษที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโต
อาเป่า เด็กหนุ่มผู้ช่วยตัวน้อยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่กำลังถือตะกร้าไม้ไผ่สั่นระริกเล็กน้อย "พี่หญิงชิงฮวาเจ้าคะ... ข้าได้ยินพวกพ่อค้าเร่ซุบซิบกันที่ตลาดอำเภอว่า คนขององค์ชายรองส่งคนสืบหาตัวท่านให้วุ่น พวกเขาบอกว่าท่านคือนางร้ายที่กุมความลับการค้าขายตระกูลลู่... แบบนี้จะไม่เป็นอันตรายหรือเจ้าคะ?"
ชิงฮวาหัวเราะในลำคอเบาๆ นางปัดเศษดินออกจากมือ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไรผม "อันตรายหรือ? อาเป่าเอ๋ย ในโลกนี้น่ะ คนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่มีอำนาจวาสนา แต่คือคนที่ไม่รู้จักรักษาสิทธิ์ของตัวเองต่างหาก องค์ชายรองผู้นั้นในชาติก่อนเห็นข้าเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์แล้วก็เขี่ยทิ้ง แต่ในชาตินี้... ข้าไม่ใช่สตรีโง่เขลาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว หากเขาอยากส่งคนมาลองดี ข้าก็จะต้อนรับด้วย 'อาหาร' มื้อใหญ่ที่พวกเขาไม่มีวันลืม"
ทันใดนั้นเอง ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างหนากำยำของหลี่เฉิงหยวนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในมือของสามีหนุ่มถือจดหมายฉบับหนึ่งยับยู่ยี่ ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาสำรวจความเรียบร้อยทั่วร่างราวกับเสือหวงถิ่น ก่อนจะเอמהยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง
"สายข่าวของข้าที่ชายแดนส่งม้าเร็วมาแจ้ง... มีกลุ่มคนแปลกปลอมแต่งกายคล้ายองครักษ์หลวงแฝงตัวเข้ามาในหมู่บ้านเราแล้ว ชิงฮวา เจ้าจะพักเรื่องการค้าในเมืองหลวงสักระยะดีหรือไม่ ข้าจะพาเจ้ากับอาเป่าหลบไปอยู่กระท่อมปลายนาบนภูเขาหลวงก่อน"
ชิงฮวาหรี่ตามองสามี นางเดินเข้าไปใกล้ ร่างอรชรหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายคาวเลือดและสนามรบติดตัวจางๆ นางเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้อย่างเบามือ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อตึงเครียดใต้ร่มผ้าที่พร้อมจะปกป้องนางด้วยชีวิต นางยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน
"ท่านพี่เฉิงหยวน... ท่านดูถูกฝีมือการทำมาค้าขายและการเอาคืนของภรรยาเกินไปแล้วกระมังคะ? หลบหรือ? ทำไมข้าต้องหลบ ในเมื่อพวกมันต่างหากที่ควรจะต้องวิ่งหนีหางจุกตูดเมื่อได้ลิ้มลองฝีมือของข้า"
เฉิงหยวนถอนหายใจยาว ดวงตาที่มักจะแข็งกร้าวเวลาเผชิญหน้ากับศัตรูบัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและตามใจภรรยาจนสุดกู่ "ข้าไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะสู้ไม่ได้... ข้าแค่กลัวว่ามือคู่นั้นของเจ้าจะเปื้อนเลือดพวกมันจนเสียเวลาทำอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินต่างหาก"
"ปากหวานเสียจริงนะคะ ระวังเถอะ... ข้าจะมอมท่านด้วยเหล้าผลไม้หมักสูตรพิเศษจนลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู" ชิงฮวาหัวเราะคิกคัก บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นในครอบครัวที่แม้แต่ลมหนาวจากภูเภาก็ไม่อาจแทรกซึม
ทว่า ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงโวยวายหยาบคายของผู้มาเยือนที่ดังทะลุรั้วเข้ามา
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! พวกเราได้รับราชโองการลับจากองค์ชายรอง ให้มาเชิญตัวคุณหนูลู่ชิงฮวาไปเข้าเฝ้า หากชักช้าแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าพวกเราไม่เตือนว่าหัวหลุดจากบ่าจะไม่รู้ตัว!"
อาเป่าสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ รีบวิ่งมาหลบหลังสะใภ้ตระกูลหลี่ทันที ทว่าชิงฮวากลับนิ่งสงบ ใบหน้างามระบายยิ้มบางเบา นางหันไปสบตากับหลี่เฉิงหยวนที่แววตาดำมืดลงวูบหนึ่งราวกับพายุกำลังก่อตัว
"ดูท่า... 'แขก' ที่เราไม่ได้เชิญ คงจะหิวโซจนทนกลิ่นหอมของกับข้าวบ้านเราไม่ไหวแล้วกระมังคะ" ชิงฮวาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ นางเดินช้าๆ ไปหยิบกระทะเหล็กด้ามยาวคู่ใจที่เพิ่งขัดจนเงางามขึ้นมาถือไว้ในมือแทนอาวุธ "อาเป่า ไปยกหม้อ 'ซุปหมาล่าเผ็ดร้อนนรกแตก' ที่เราเพิ่งเคี่ยวเคิร์นเมื่อครู่มาตั้งไว้ที่ลานบ้านที... วันนี้ข้าจะต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยเมนูที่จะทำให้ลิ้นของพวกมันชาไปจนถึงชาติหน้าเลยค่ะ"
เฉิงหยวนแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวไปปลดกลอนประตูไม้ด้วยมือข้างเดียว ดวงตาดำสนิทจ้องมองกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนที่ยืนันันอยู่หน้าบ้านด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนม้าศึกของอีกฝ่ายยังต้องผงถอย
ประตูเปิดออกเผชิญหน้ากัน ทว่าก่อนที่มือสังหารขององค์ชายรองจะทันได้ชักดาบขู่คำราม กลิ่นหอมฉุนรุนแรงของเครื่องเทศ พริกฮวาเจียว และน้ำมันพริกเผาที่เคี่ยวจนเดือดพล่านจากหม้อหลังบ้านก็ลอยทะลักตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ชิงฮวาก้าวออกมายืนเคียงข้างสามี ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏบนเรียวปาก ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน
"ยินดีต้อนรับสู่ร้านอาหารเฉพาะกิจของลู่ชิงฮวาค่ะ... ดูท่าพวกท่านคงเดินทางมาไกล ลิ้นคงด้านชาเต็มที งั้นชิม 'น้ำซุปต้อนรับอาคันตุกะ' ถ้วยนี้เสียก่อนดีไหมคะ รับรองว่า... เผ็ดจนลืมทางกลับเมืองหลวงแน่นอนค่ะ!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 8
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!