เสียงเคาะไม้กระดานเสียงดัง ‘ตึง! ตึง!’ ที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วตรอกการค้าทิศตะวันตก ไม่ได้ทำให้ลู่ชิงฮวาสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ปรายตามองคหบดีเฒ่าแซ่โจว ผู้ครอบครองสัญญาเช่าโรงเตี๊ยบเก่าทรุดโทรมหลังนี้ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคู่คมกวาดมองโครงสร้างไม้ที่ผุพังและคราบเขม่าควันดำปี๋บนผนังอย่างพึงพอใจ ราวกับสิ่งที่นางเห็นไม่ใช่ซากปรักหักพัง แต่เป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์ที่เรียงรายรอวันขุดคุ้ย
“แม่นางลู่... ข้าต้องเตือนท่านด้วยความหวังดี โรงเตี๊ยบ ‘วสันต์คืนรัง’ แห่งนี้ร้างราผู้คนมาสามปีเต็ม โครงสร้างไม้ถูกปลวกกินไปกว่าครึ่ง แถมยังมีข่าวลือเรื่องอาถรรพ์ผีสิงอีกต่างหาก ท่านเอาเงินเก็บก้อนใหญ่ขนาดนี้มาแลกกับกองขยะ... เกรงว่ารังแต่จะหมดตัวเอานะคะ” คหบดีโจวเอ่ยพร้อมลูบเคราแพะของตนด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างสมเพชและยินดีที่สลัดภาระชิ้นโตออกไปได้
“กองขยะในสายตาของท่าน คหบดีโจว... กลับมีค่าดั่งเพชรนิลจินดาในสายตาของข้าค่ะ” ชิงฮวาเอ่ยเสียงใส นางก้าวเท้าฉับๆ ไปเคาะเสาไม้หลักของอาคาร เสียงทึบตันที่สะท้อนกลับมาทำให้รอยยิ้มของนางลึกขึ้นอีกนิด “ไม้พยุงแดงเนื้อดี แม้จะผ่านกาลเวลาจนผิวด้านนอกผุพัง แต่แก่นด้านในยังคงแน่นหนา แค่รื้อถอน ปรับปรุงโครงสร้าง และเสริมความแข็งแกร่ง ก็ใช้ได้อีกนับร้อยปี ส่วนเรื่องอาถรรพ์... ข้าว่าผีสิงยังน่ากลัวน้อยกว่า ‘คนใจคด’ ที่จ้องจะเอาเปรียบชาวบ้านเสียอีกจริงไหมคะ?”
วาจาเชือดเฉือนนิ่มๆ ทำเอาคหบดีโจวหน้าเจื่อนลงถนัดตา เขาแค่น ‘ hmph ’ หนึ่งเสียง ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเซ็นชื่อลงในสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ แล้วรีบสาวเท้าเดินหนีออกไปจากตรอกนั้นทันทีราวกับกลัวว่าโรงเตี๊ยบหลังนี้จะถล่มลงมาทับจริงๆ
“พี่ชิงฮวา... เราซื้อที่นี่จริงๆ หรือขอรับ?” อาเป่า เด็กชายผู้ช่วยตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ มองซากตึกสองชั้นตรงหน้าด้วยความหวังที่เจือความกังวล “มัน... มันดูแย่มากเลยนะขอรับ ลำพังแค่กวาดหยากไย่ก็คงใช้เวลาเป็นเดือนแล้ว”
“แย่ตรงไหนกัน อาเป่า? นี่คือ ‘ผืนผ้าใบสีขาว’ แผ่นแรกที่เราจะใช้สร้างอาณาจักรการค้าต่างหากล่ะคะ” ชิงฮวาหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี นางยื่นถุงผ้าบรรจุสมุนไพรบำรุงกำลังให้เด็กน้อย “เอานี่ไปต้มให้พี่เฉิงหยวนเสียหน่อยเถอะ ป่านนี้คงแบกไม้ซุงชุดใหม่มาจากป่าหลังเขาจนเหงื่อท่วมตัวแล้วมั้งคะ”
สิ้นเสียงของนาง ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเข้มที่ฝุ่นจับเขรอะก็ก้าวเข้ามาทางประตูหน้า หลี่เฉิงหยวนวางท่อนไม้สักทองท่อนมหึมาลงกับพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนอาเป่าต้องยกมือขึ้นปัด แต่สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มกลับทอดมองมาที่ภรรยาด้วยความอ่อนโยนเป็น eka สายตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและพร้อมจะสยบให้ทุกคำสั่ง
“เหนื่อยไหมคะ สามีของข้า?” ชิงฮวาไม่รอช้า นางหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นสะอาดที่เตรียมไว้ออกมาจากมิติลับ บรรจงเช็ดคราบเหงื่อไคลตามกรอบหน้าคมคายและลำคอแกร่งอย่างเอาใจใส่ การกระทำที่เป็นธรรมชาติแต่เปี่ยมด้วยความรักนี้ ทำให้ใบหูของนายทหารผู้เกรียงไกรขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด
“ไม่เหนื่อยเลย... เพื่อเจ้าแล้ว ต่อให้ต้องยกภูเขาถมทะเล พี่ก็ทำได้ทั้งนั้น” หลี่เฉิงหยวนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า มือหนาฉวยข้อมือนุ่มมาลูบเบาๆ “แต่เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะลงมือรีโนเวทที่นี่ด้วยตัวเองทั้งหมด? ปล่อยให้พวกช่างไม้จัดการไม่ดีกว่าหรือ?”
“ช่างไม้ทั่วไปจะเข้าใจความต้องการของ ‘ภัตตาคารระดับไฮ엔ด์’ ที่ข้าฝันถึงได้อย่างไรกันคะ?” ชิงฮวาหรี่ตามองแผนผังในมือ แววตาฉายประกายแห่งความทะเยอทะยาน “ที่นี่จะไม่เป็นแค่โรงเตี๊ยบขายสุราและอาหารพื้นๆ ทั่วไป แต่จะเป็น ‘ตำหนักโอชา’ ที่เหล่าขุนนาง พ่อค้าวานิช และแม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์จากเมืองหลวงก็ต้องดั้นด้นมากินให้ได้!”
ภายใต้การนำของลู่ชิงฮวา โรงเตี๊ยบเก่าถูกพลิกโฉมอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์ ชั้นล่างถูกออกแบบให้เป็นโถงโล่งโปร่งสบาย ประดับด้วยฉากกั้นลายปักไหมจีนฝีมือประณีต โต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อดีขัดมันวาววับ ส่วนชั้นสองถูกซอยย่อยเป็นห้องรับรองส่วนตัวที่เก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งที่เปิดรับลมเย็นและวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำสายหลัก
แต่วิสัยทัศน์ของนางไม่ได้หยุดแค่เรื่องสถาปัตยกรรม หัวใจสำคัญของภัตตาคารคือ ‘รสชาติ’ และ ‘วัตถุดิบ’
ตกดึก เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ความเงียบสงบ ชิงฮวาแอบหลบเข้าไปในมิติลับของตน พื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่เวลาเดินเร็วกว่าโลกภายนอกสิบเท่า บัดนี้ผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์วิเศษเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว พริกหอมเสฉวนสีแดงสดส่งกลิ่นฉุนรัญจวนใจ ข้าวสาลีพันธุ์โบราณรวงอวบอ้วนลู่ลม และสมุนไพรหายากที่ช่วยปรับธาตุในร่างกาย
“ได้เวลาเปิดตัวเมนูซิกเนเจอร์ที่จะทำให้ทั้งเมืองต้องสั่นสะเทือนแล้วค่ะ” ชิงฮวาพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก นางหยิบเนื้อวัวชั้นดีที่หมักด้วยเครื่องเทศลับในมิติลับออกมาเตรียมไว้สำหรับทำ ‘หม้อไฟหม่าล่าสูตรจักรพรรดิ’ ที่จะใช้เปิดร้านในวันพรุ่งนี้
กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของเครื่องเทศที่ถูกผัดเคี่ยวจนน้ำมันสีแดงฉานส่งกลิ่นตลบอบอวลทะลุกำแพงมิติออกไป แม้แต่หลี่เฉิงหยวนที่นอนหลับอยู่บนเตียงยังต้องลืมตาตื่นขึ้นมาสูดกลิ่นหอมนั้นด้วยความฉงน
ทว่า ในขณะที่ชิงฮวากำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวซุปสูตรเด็ด เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดที่หน้าเรือนพักก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราตรีกาลนี้ไม่ได้สงบอย่างที่คิด
“คุณหนูลู่... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนขอรับ!” เสียงของอาเป่าตะโกนลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “เขาอ้างว่าเป็น... องค์ชายรองผู้มาจากเมืองหลวง ขอเข้าพบท่านเป็นการส่วนตัวตอนนี้เลยขอรับ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของชิงฮวาเลือนหายไปในพริบตา แววตาคู่คมฉายประกายเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก องค์ชายรองเฉินโม่... คนที่เคยเหยียบย่ำนางอย่างไร้ความปรานีในชาติก่อน บัดนี้กลับกล้าถ่อสังขารมาถึงเมืองชายแดนกลางดึก เพื่อจุดประสงค์ใด มีหรือที่นางจะไม่รู้ทัน!
ดัชเชสโพดำขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บสะใจนี้นะคะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 9
ปรับปรุงโรงเตี๊ยบเก่าให้เป็นภัตตาคาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!