เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 10

เมนูลับเรียกทรัพย์

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“ถอยไปเพคะ องค์ชายรอง... ดึกดื่นป่านนี้ การที่บุรุษสูงศักดิ์บุกรุกเข้ามาในเคหสถานของภรรยาผู้อื่นตามลำพัง เกรงว่าจะไม่เป็นที่น่ารื่นรมย์หากความนี้แพร่ออกไป” น้ำเสียงของลู่ชิงฮวาไม่ได้สั่นพร่าเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ นางยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง สายตาคู่คมกวาดมองร่างสูงโปร่งของเฉินโม่ที่ก้าวล่วงเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ในชาติก่อน นางคือหมากตัวหนึ่งที่ถูกเขาใช้แล้วทิ้งอย่างไร้ค่า สั่งประหารชีวิตตระกูลลู่เพื่อปูทางสู่บัลลังก์ วันนี้นางได้กลับมาเกิดใหม่พร้อมมิติลับในกำมือ มีหรือที่นางจะยอมให้บุรุษมักใหญ่สูงใฝ่ต่ำตมผู้นี้มาเหยียบย่ำซ้ำสอง? เฉินโม่ชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักใช้หว่านเสน่ห์ใส่สตรีทั่วเมืองหลวงฝืนค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาหรี่ลงพิจารณาอดีตคู่หมั้นที่บัดนี้เปลี่ยนไปราวคนละคน ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความโหยหา มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากมารยาทอันสมบูรณ์แบบ “ชิงฮวา... เจ้าเปลี่ยนไปมาก” องค์ชายรองกล่าวเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้าไปใกล้หมายจะเอื้อมมือแตะปลายผมของนาง ทว่าเสียงเหล็กกระทบกันดัง “กริ๊ง” จากมุมมืด ทำให้เขาต้องชักมือกลับทันที หลี่เฉิงหยวนก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดทหารสีเข้มแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบตัวลดฮวบลง มือหนากุมด้ามดาบข้างกายแน่น ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองผู้บุกรุกราวกับจะฉีกร่างให้เป็นชิ้นๆ สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและรักเมียขั้นสุดผู้นี้ ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำขู่ใดๆ แรงกดดันจากสนามรบจริงก็เพียงพอที่จะทำให้องค์ชายเจ้าสำราญถอยกรูดไปสามก้าว “สามีฉันต้อนรับแขกไม่ค่อยเป็นเพคะ องค์ชายรอง... หากไม่อยากเจ็บตัวอย่างไร้ศักดิ์ศรี เชิญเสด็จกลับทางเดิมเถอะค่ะ” ชิงฮวาเอ่ยราบเรียบ พลาางเดินไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบรสชาติละมุนลิ้นจากมิติลับ เฉินโม่กัดกรามกรอด ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมายังหลี่เฉิงหยวนแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “ดี... ดีมาก ลู่ชิงฮวา เจ้าเก่งกล้าขึ้นมากจริงๆ ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะปากดีไปได้สักกี่น้ำ!” สิ้นเสียง ร่างสูงก็พลิ้วกายหายไปกับความมืดราตรีทันที เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลี่เฉิงหยวนจึงรีบก้าวเข้ามาหาภรรยา ร่างหนาโอบประคองไหลรั้งนางเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นทันที ใบหน้าคมคายฉายแววกังวลระคนห่วงใยอย่างปิดไม่มิด “เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่? มันทำอะไรเจ้าหรือเปล่า?” ชิงฮวาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากอกแกร่ง ความตึงเครียดในใจมลายหายไปสิ้น นางยกมือขึ้นลูบสันกรามสากระคายของสามีเบาๆ อย่างปลอบประโยน “ฉันไม่เป็นอะไรค่ะพี่เฉิงหยวน คนสารเลวเช่นนั้น ไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก... แต่ว่านะ เรื่องการค้าของเราในวันพรุ่งนี้ ต่างหากที่สำคัญกว่า” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดการค้าเมืองชายแดนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนแข่งกันระงม ทว่าจุดสนใจทั้งหมดในวันนี้กลับพุ่งเป้าไปที่ร้านอาหารขนาดกลางที่เพิ่งรีโนเวทใหม่ ป้ายไม้สลักตัวอักษรลายมือตวัดพู่กันงดงามว่า "ครัวหอมหมื่นลี้" แขวนโดดเด่นเป็นสง่า กลิ่นหอมลึกล้ำชวนน้ำลายสอที่โชยออกมาจากเตาฟืนด้านหลังร้าน ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้าโดยอัตโนมัติ “กลิ่นอะไรวะเนี่ย? หอมฉุนเตะจมูกจนท้องร้องโครกครากเลย!” พ่อค้าเร่คนหนึ่งสูดดมกลิ่นอากาศเข้าปอดลึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง “นั่นสิ ข้าไม่เคยได้กลิ่นอาหารหอมเย้ายวนใจขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต!” ภายในร้าน อาเป่าและลูกมืออีกสองคนที่ชิงฮวาจ้างมา กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะด้วยความตื่นเต้น บนเตาไฟขนาดใหญ่ หม้อดินเผาใบเขื่องกำลังเคี่ยวบางสิ่งบางอย่างส่งเสียงปุดๆ น้ำซุปสีแดงฉานเข้มข้นผสมผสานกลิ่นอายเครื่องเทศนานาชนิดลอยอบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้ว ชิงฮวายืนอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน มือเรียวถือตะหลิวไม้ผัดวัตถุดิบในกระทะเหล็กด้วยความคล่องแคล่วว่องไว เมนูแรกของวันนี้คือ **“หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง”** ที่นางคัดสรรเนื้อหมูคุณภาพเยี่ยมจากมิติลับ ชั้นเนื้อและมันแทรกสลับกันสวยงามราวกับงานศิลปะ เคี่ยวกับน้ำตาลเคี่ยวเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมล ใส่รากผักชี กระเทียม ขิง และเครื่องพะโล้สูตรลับเฉพาะ ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก สีสันเงางามฉ่ำวาวราวกับอัญมณีสีทับทิม และเมนูที่สองที่ตั้งใจปล่อยหมัดเด็ดคือ **“ไก่ผัดพริกเสฉวน”** เนื้อไก่หั่นเต๋าหมักจนนุ่ม นำไปทอดกรอบนอกนุ่มใน แล้วนำมาผัดคลุกเคล้ากับพริกแห้ง เม็ดหมาล่าเสฉวนคั่วหอมกรุ่น ถั่วลิสงครามกรุบกรอบ และต้นหอมซอย รสชาติเผ็ดร้อน ชาลิ้น กลมกล่อม จนใครได้ลิ้มลองเป็นต้องยอมจำนน “คุณหนูเจ้าคะ ลูกค้า... ลูกค้าแน่นร้านจนล้นออกไปนอกประตูแล้วเจ้าค่ะ!” อาเป่าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาายรายงานด้วยความตื่นเต้น มือเล็กประสานกันแน่นจนเหงื่อซึม ชิงฮวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยประกายแห่งความสำเร็จ นางตักหมูสามชั้นตุ๋นสีสันน่ารับประทานใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ราดด้วยน้ำซอสข้นคลัักเงางาม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงจนแขกเหรื่อต่างกลืนน้ำลายเอื้อม “เปิดประตูร้านได้เลยค่ะ อาเป่า... วันนี้เราจะทำให้เมืองชายแดนนี้สั่นสะเทือนด้วยรสชาติอาหารของตระกูลลู่!” ทว่า ท่ามกลางเสียงฮือฮาและแถวยาวเหยียดของลูกค้าที่แย่งกันเข้ามาจับจองโต๊ะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นรอบทิศทางก็ดังขึ้น พร้อมกับกลุ่มทหารเกราะทองของทางการที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างถือดี หัวหน้ากองทหารผู้มีรอยแผลเป็นน่ากลัวที่ใบหน้า เดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่หน้าร้าน ชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่งพร้อมตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงกร้าวรัง “ร้านนี้เปิดทำการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าเมือง! และถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเข้าวัตถุดิบต้องสงสัย... สั่งปิดร้านและจับกุมตัวเจ้าของร้านเดี๋ยวนี้!” ฝูงชนในร้านแตกตื่นฮือฮาขึ้นในทันที ชิงฮวาหรี่ตามองทหารเหล่านั้น รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อนางเห็นเงาร่างคุ้นเคยของสะใภ้ตระกูลรองและคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เคยรังแกนาง โผล่พ่นยิ้มเยาะเย้ยอยู่หลังแนวทหาร *หึ... คิดจะใช้ไม้ตื้นๆ นี้มาสกัดดาวรุ่งของฉันอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับความแค้นและการค้าของชิงฮวานะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%