จานกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามกระทบกันเสียงดังเพล้ง! เศษเซรามิกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับเสียงหวีดร้องแหลมสูงของแม่ค้าปากตลาดที่ตั้งใจมาหาเรื่องถึงหน้าร้าน
"ลู่ชิงฮวา! นังสารเลว แกคิดว่าทำอาหารรสชาติพอใช้ได้แล้วจะผยองใหญ่โตมาจากไหน ลูกสมุนขององค์ชายรองเขาส่งสัญญาณเตือนมาแล้วนะว่าอย่าริอาจเล่นตุกติกกับตระกูลเฉิน ถ้ารักตัวกลัวตาย คายสูตรน้ำซุปตุ๋นยาจีนนั่นออกมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้นร้านพังครืนไม่เหลือซากแน่!"
*หึ... คิดจะใช้ไม้ตื้นๆ นี้มาสกัดดาวรุ่งของฉันอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!*
ลู่ชิงฮวาแย้มยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคู่คมกวาดมองหญิงวัยกลางคนผู้ส่งเสียงโวยวายด้วยความรังเกียจ นางไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน ร่างระหงก้าวเท้าเดินผ่านเศษกระเบื้องแตกอย่างมั่นคง เส้นผมปักปิ่นหยกสั่นไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว มือเรียวยกน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับรอบตัวไม่มีเสียงหนวกหูใดๆ รบกวนจิตใจได้
"ป้าซุน... ท่านนี่ช่างขยันขันแข็งเสียจริง ขยันรับเศษเงินสกปรกจากคนตระกูลเฉินมาเป็นกระโถนท้องพระโรงให้เขา วิ่งเต้นเห่าหอนแทนเจ้านายจนคอแห้งผาก ไม่ทราบว่าเขาโยนกระดูกชิ้นโตให้แทะ หรือให้แค่เศษเบี้ยยาจกมาซื้อแป้งหยาบต้มกินกันแน่คะ?" คำพูดเยียบเย็น ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้หน้าของป้าซุนเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
"แก! นังตัวดี ปากดีนักนะ!" ป้าซุนเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลู่ชิงฮวาให้หายแค้น
ทว่า—
ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะทันได้เฉียด1นิ้ว ร่างสูงใหญ่ดั่งภูผาของหลี่เฉิงหยวนก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ รัศมีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากตัวสามีหนุ่มจนป้าซุนชักมือกลับแทบไม่ทัน ดวงตาคมกริบทรงอำนาจจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่ายเพียงชำเลืองมอง ป้าซุนก็ถึงกับขาอ่อนยวบ เข่าทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อจิตสังหารของนายทหารชายแดนผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชน
"ภรรยาข้า ข้ายังไม่เคยกล้าแตะต้องสักนิด เจ้าเป็นตัวอะไรถึงกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ ไสหัวไปให้พ้น! มิฉะนั้นดาบในฝักของข้าคงต้องหาที่ลับคมใหม่เสียแล้ว" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว แต่ทำเอาป้าซุนและพรรคพวกวิ่งหนีหางจุกตูด แทบไม่คิดชีวิต
ลู่ชิงฮวาอมยิ้มมองแผ่นหลังหนาของสามี นางวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบกอดเอวสอบของเขาจากด้านหลัง หลี่เฉิงหยวนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง มือใหญ่ยกขึ้นกอบกุมมือเรียวของภรรยาไว้ด้วยความทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่เขามีให้นางนั้นแตกต่างจากยามเผชิญหน้ากับคนนอกราวฟ้ากับเหว
"ท่านพี่มาได้จังหวะพอดีเลยนะคะ กำลังสนุกอยู่เชียว" นางเอ่ยแซ with รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว" หลี่เฉิงหยวนตอบสั้นๆ แต่สายตาที่มองนางนั้นเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยล้นปรี่ ก่อนที่สายตาคมจะกวาดไปเห็นเงาร่างผอมแห้งแรงน้อยที่หลบอยู่หลังเสาไม้ "แล้ว... เจ้าเด็กคนนั้นล่ะ?"
อ๋อ... อาเป่า
ลู่ชิงฮวานึกขึ้นได้ นางหันไปมองเด็กชายวัยสิบขวบเนื้อตัวมอมแมม ผอมแห้งจนซี่โครงโผล่ ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวงและตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากถูกคนในตลาดรังแกและใช้เป็นเครื่องมือหาเศษหาเลยมาตั้งแต่จำความได้ เมื่อครู่ตอนที่ป้าซุนอาละวาด เจ้าเด็กนี่คือคนที่วิ่งไปคว้าไม้กวาดเตรียมจะเข้าไปตีหัวป้าซุนเพื่อปกป้องนาง แม้ตัวจะเล็กกระจิรرิดและสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำก็ตาม
"อาเป่า ออกมาเถอะ ลูกผู้ชายตัวจริงไม่ต้องหลบหลังเสาหรอกนะ" ลู่ชิงฮวาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เด็กน้อยค่อยๆ ก้าวออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เสื้อผ้าปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เนื้อตัวมอมแมม แต่ดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับฉายแววเฉลียวฉลาดและดื้อรั้นอย่างบอกไม่ถูก เขากำหมัดแน่น ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาคนตัวโตอย่างหลี่เฉิงหยวน
"ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความเดือดร้อนให้ฮูหยินขอรับ ข้าแค่อยาก... อยากปกป้องท่านเหมือนที่ท่านเคยปกป้องข้าจากพวกอันธพาล" เสียงเล็กๆ แหบแห้งเอ่ยสั่นๆ
ลู่ชิงฮวาย่อตัวลง นั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กน้อย นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกมาบรรจงเช็ดคราบเขม่าที่แก้มตอบๆ นั้นอย่างเบามือ "ใครว่าเจ้าสร้างความเดือดร้อนกันคะ? เมื่อครู่เจ้ากล้าหาญมาก สมเป็นลูกมือคนสำคัญของร้านอาหารตระกูลลู่"
อาเป่าเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู "ข้า... ข้าเป็นมือขวาของท่านได้จริงๆ หรือขอรับ? ข้ากินจุนะขอรับ... และข้าก็ยังทำอะไรไม่เป็นเลยด้วย"
"คนเราเกิดมาไม่ได้เก่งมาตั้งแต่ท้องแม่หรอกค่ะ" ลู่ชิงฮวายิ้มพราย ดวงตาประกายแสงระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่น "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะได้กินอิ่มนอนหลับทุกวัน แต่อย่าลืมว่า 'ของฟรีไม่มีในโลก' ข้าจะสอนวิชาการค้า การบริหารจัดการบัญชี และที่สำคัญที่สุด... ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดลับการทำอาหารรสเลิศให้เจ้า จนกระทั่งเจ้าสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้ เจ้าทำได้ไหมล่ะ?"
ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากสตรีตรงหน้า ทำให้หัวใจที่ด้านชาและโดดเดี่ยวของเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งพิงอย่างอาเป่าสั่นไหวอย่างรุนแรง น้ำตาใสๆ เอ่อคลอเบ้าก่อนจะหยดลงบนหลังมือของลู่ชิงฮวา เด็กน้อยคุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับสามครั้งติดๆ กันบนพื้นไม้ด้วยความซาบซึ้งใจ
"นายหญิง! อาเป่าสาบานว่าชีวิตนี้ ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร อาเป่าจะขอจงรักภักดีและปกป้องร้านอาหารแห่งนี้ด้วยชีวิต จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายนายหญิงเด็ดขาดขอรับ!"
หลี่เฉิงหยวนยืนกอดอกมองภาพนั้นเงียบๆ มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขามีสายตาเฉียบคมในการมองคน นางไม่ได้แคตสงสารเด็กคนนี้ แต่กำลังสร้าง 'มือขวา' ที่ซื่อสัตย์ที่สุดขึ้นมาเพื่อรองรับอาณาจักรการค้าที่กำลังจะขยายใหญ่โตในอนาคต
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ ภายใต้การเคี่ยวเข็ญอย่างเข้มงวดแต่เปี่ยมด้วยความเมตตาของลู่ชิงฮวา อาเป่าก็เปลี่ยนไปราวคนละคน จากเด็กน้อยผอมแห้งแรงน้อย กลายเป็นเด็กหนุ่มตัวน้อยท่าทางคล่องแคล่วว่องไว ดวงตาสุกใสเป็นประกาย สมองไวในการคำนวณตัวเลขและการเจรจาต่อรอง จนลูกค้าประจำในตลาดต่างพากันเอ่ยปากชมไม่ขาดสายว่าเด็กคนนี้มีแววเป็นพ่อค้ารายใหญ่ในอนาคตอย่างแน่นอน
และในวันนี้... วันที่กลิ่นหอมของเครื่องเทศสูตรลับลอยฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอย ลู่ชิงฮวากำลังเตรียมเปิดตัวเมนูใหม่สะท้านโลกันต์
"อาเป่า! จัดเตรียมโต๊ะให้พร้อม วันนี้เราจะเปิดตัว 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้' สูตรพิเศษจากมิติลับของฉัน เนื้อหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสานกับพะโล้สมุนไพรจีนกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วสามบ้านแปดบ้าน รับรองว่าลูกค้าต้องแห่กันมาจนร้านแตกแน่นอน!" ลู่ชิงฮวาสั่งการด้วยความกระฉับกระเฉง
"รับทราบขอรับนายหญิง!" อาเป่าขานรับเสียงดังฟังชัด ท่าทางทะมัดทะแมงสมเป็นมือขวาคนสนิท
ทันทีที่ฝาหม้อดินขนาดใหญ่ถูกเปิดออก ไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำซุปเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ ผสมผสานเครื่องเทศนานาชนิด ที่ไม่เพียงแต่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน แต่ยังลอยไปแตะจมูกของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้
ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองชั้นดีของบุรุษผู้คุ้นเคยดีก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางร้าน สายตาคมปลาบกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของลู่ชิงฮวาที่กำลังตักอาหารใส่จานด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
"ไม่คิดเลยว่า... สตรีที่ข้าเคยทิ้งไปอย่างเจ้า จะสามารถเนรมิตกลิ่นหอมที่ทำให้เมืองหลวงทั้งเมืองต้องสั่นสะเทือนได้ถึงเพียงนี้ ลู่ชิงฮวา... ดูท่าว่าข้าจะมองเจ้าพลาดไปเสียแล้วกระมัง?" เสียงทุ้มทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของ 'องค์ชายรอง' ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาในยามนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 11
ลูกน้องตัวน้อยผู้ขยันขันแข็ง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!