เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 12

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์กับสามี

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"คำพูดขององค์ชาย... ช่างฟังดูน่าขันเสียยิ่งกว่างิ้วโรงเล็กท้ายตลาดเสียอีกเพคะ" รอยยิ้มบนริมฝีปากของลู่ชิงฮวายังคงประดับไว้อย่างงดงาม ทว่านัยน์ตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปี นางไม่แม้แต่จะชายตามองบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่เคยเหยียบย่ำเกียรติของนางจนจมดินในอดีต ร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายดอกเหมยหมุนตัวกลับอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้องค์ชายรองเฉินโม่ยืนค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของตรอกแคบๆ เบื้องหลัง สำหรับนางในยามนี้... บุรุษมักใหญ่ใฝ่สูงผู้นี้ไม่มีค่าแม้แต่จะเปลืองน้ำลายสนทนาด้วยซ้ำ เป้าหมายเดียวของนางคือการสร้างอาณาจักรการค้า และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในแบบที่ตนเองต้องการ เมื่อกลับมาถึงร้านอาหาร 'ชิงฮวาจู' ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง อาเป่าเด็กชายผู้ช่วยตัวน้อยก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา พร้อมกับส่งผ้าชุบน้ำอุ่นให้ทันที "คุณหนู... เอ๊ย พี่สาว ท่านเหนื่อยมามากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะขอรับ ที่เหลือข้าจัดการเองได้" อาเป่าเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "เจ้าเด็กคนนี้นี่ ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังไม่ยอมนอนอีกนะ" ชิงฮวาเอ่ยดุด้วยความเอ็นดู พลางยื่นมือไปยีผมนุ่มของเด็กชายเบาๆ "ไปนอนเสียเถอะ พรุ่งนี้เรายังมีงานใหญ่อีกมาก" ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล เสียงตอกไม้ เสียงขัดไม้ และเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาจากทางด้านหลัง ทำให้ชิงฮวาต้องหันกลับไปมอง ภายใต้แสงจันทร์นวลกระจ่างที่สาดส่องลงมา ร่างสูงใหญ่ของหลี่เฉิงหยวนปรากฏเด่นชัด เสื้อคลุมตัวนอกถูกถอดออกเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ขยับไหวทุกครั้งที่เขาใช้ค้อนตอกตะปูซ่อมแซมโครงสร้างประตูร้านที่เสียหายจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อวันก่อนอย่างตั้งอกตั้งใจ ชิงฮวายืนกอดอกมองภาพนั้นเงียบๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ในชาติก่อน นางไม่เคยรู้เลยว่าการมี 'สามี' ที่คอยหนุนหลังและลงมือทำเพื่อนางอย่างเงียบๆ โดยไม่เอ่ยปากบ่นสักคำ จะทำให้หัวใจที่ด้านชาและเต็มไปด้วยความแค้นดวงนี้เกิดความรู้สึกอ่อนยวบลงได้ถึงเพียงนี้ หลี่เฉิงหยวนไม่เคยเอ่ยคำหวานเลี่ยนหู เขาไม่ใช่บุรุษเจ้าสำราญปากหวานก้นเปรี้ยวเช่นองค์ชายรอง ทว่าทุกการกระทำของเขากลับหนักแน่นและมั่นคงยิ่งกว่าขุนเขา "ดึกมากแล้ว เหตุใดยังไม่ไปนอนอีกเล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่ดวงตาคมกริบยังคงจดจ่ออยู่กับการไสไม้ในมือ "แล้วท่านเล่า เหตุใดจึงยังไม่พักผ่อน?" ชิงฮวาย้อนถาม เดินเข้าไปใกล้ ร่างบางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสามี พร้อมกับยื่นผ้าสะอาดในมือไปซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมคายนั้นอย่างเบามือ หลี่เฉิงหยวนชะงักมือที่กำลังถือค้อน ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นสบตากับภรรยา ความอบอุ่นฉายชัดในแววตาคู่นั้น เขาจับมือเรียวบางที่กำลังเช็ดเหงื่อให้ตนเองไว้แน่น ฝ่ามือหนาหยาบกร้านตามประสาคนจับดาบและทำไร่ไถนาคู่นั้นกุมมือของนางเอาไว้ราวกับกลัวว่าสตรีตรงหน้าจะสลายหายไปกับสายลม "ข้าแค่อยากให้ร้านของเจ้าเสร็จเร็วๆ เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงกังวลหลายอย่าง" หลี่เฉิงหยวนเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบพักตร์งดงามของภรรยาด้วยความรักและห่วงใย "วันนี้... เจ้าเจอเรื่องวุ่นวายมามาก เหนื่อยมากหรือไม่?" ชิงฮวาหลุบตาลงมองมือหนาที่กุมมือตนไว้ หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางส่ายหัวเบาๆ "ไม่เหนื่อยเลยเจ้าค่ะ... มีท่านอยู่ทั้งคน ข้าจะเหนื่อยได้อย่างไรกัน" คำพูดที่เอ่ยออกมาจากใจจริงทำให้หลี่เฉิงหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างนุ่มนวล สวมกอดนางไว้แนบอก กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นไม้หอมโชว์ความอบอุ่นในยามค่ำคืน ทำให้ชิงฮวาเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างนั้นอย่างยอมจำนน "ชิงฮวา..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อนางแผ่วเบา "อื้ม?" "ไม่ว่าหลังจากนี้จะมีใครหน้าไหนเข้ามาวุ่นวายกับเจ้าอีก... ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายรองหรือใครหน้าไหนก็ตาม จงจำไว้ว่าเจ้ามีสามีคนนี้คอยหนุนหลังอยู่เสมอ ข้าไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าเป็นครั้งที่สองแน่" คำประกาศิตที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นราวกับคำสาบาน ทำให้ขอบตาของชิงฮวาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในอนางเคยโง่เขลา วิ่งไล่ตามภาพลวงตาและความทะเยอทะยานจนทำลายชีวิตตัวเอง แต่ในชาตินี้... นางกลับได้พบกับบุรุษผู้พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมในยามดึก ทว่าในความเงียบงันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับก้าวลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้นอย่างไร้เสียงบรรยาย เช้าวันต่อมา... แสงแดดอุ่นยามสายส่องกระทบป้ายไม้แกะสลักคำว่า 'ชิงฮวาจู' ที่ถูกติดตั้งใหม่อย่างงดงาม กลิ่นหอมกรุ่นของ 'บะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน' ที่ชิงฮวาแอบใช้ 'น้ำวิเศษ' จากมิติพิเศษมาเคี่ยวเคี่ยวข้ามคืน ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งตรอกและลอยไกลไปถึงถนนใหญ่ จนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหยุดฝีเท้าและสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปลึกๆ เพียงไม่นาน ลูกค้ากลุ่มแรกก็เริ่มทยอยกรูเข้ามาในร้านจนแน่นขนัด อาเป่าและหลี่เฉิงหยวนต่างช่วยกันต้อนรับและเสิร์ฟอาหารอย่างขยันขันแข็ง ยอดขายพุ่งทะยานจนน่าตกใจ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างคึกคักและราบรื่นนั้นเอง... จู่ๆ เสียงฝีเท้าของม้าศึกหลายสิบตัวก็ควบตะบึงเข้ามาหยุดหน้าร้าน เสียงโวยวายและเสียงตบโต๊ะดังขึ้น พร้อมกับร่างของ 'คุณหนูใหญ่สกุลลู่' พี่สาวต่างมารดาผู้มักริษยาและคอยหาเรื่องนางอยู่เสมอ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้า "ลู่ชิงฮวา! เจ้ากล้าดียังไงถึงเปิดร้านแข่งกับตระกูลเรา แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้ รังเกียจนักไม่ใช่หรือไงกับเงินทองพวกนี้!" เสียงแหลมสูงตะโกนลั่นร้าน ทำเอาลูกค้าทุกคนชะงักและหันมามองเป็นตาเดียวกัน ชิงฮวาค่อยๆ วางถ้วยกระเบื้องในมือลง ช้าๆ และสง่างาม นางเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่สาวต่างมารดาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "พี่หญิงใหญ่... ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่กันล่ะเจ้าคะ? หรือว่า... กลิ่นเงินในกระเป๋าของข้า มันหอมจนท่านทนอยู่เฉยๆ ไม่ไหวเสียแล้ว?" ทว่า ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะได้ทันอ้าปากเถียง เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังกลุ่มคนมุง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในร้าน "ถ้าหากคุณหนูลู่ใหญ่ยังมีแก่ใจจะมาก่อกวนร้านของภรรยาข้าอีกล่ะก็... เกรงว่ามือคู่นี้ของข้า อาจจะเผลอทำลาย 'บางสิ่ง' ของสกุลลู่จนไม่เหลือซากเลยก็ได้... ว่าอย่างไรล่ะ?" *** รี้ดเดอร์ที่รักขา... อ่านแล้วอินตามความสตรองของนางเอกกับความคลั่งรักเงียบๆ ของพระเอกกันบ้างไหมเอคะ? มาร่วมลุ้นและคอมเมนต์ให้กำลังใจ "ดัชเชสโพดำ" กันเยอะๆ นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%