เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 17

ความหึงหวงแบบเงียบๆ ของนายทหาร

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ลมอะไรหอบท่านมาถึงแคว้นชายแดนกันเพคะ... หรือว่าที่เมืองหลวง ไม่มีสุนัขตัวไหนเชื่อฟังท่านอีกแล้ว ถึงต้องถ่อมาหาข้าถึงที่นี่?" สุ้มเสียงเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีชาด ลู่ชิงฮวาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีหนังควายในมือ ปลายนิ้วเรียวสวยยังคงดีดลูกคิดไม้แกะสลักอย่างคล่องแคล่ว เสียง *แป๊ะ ๆ ๆ* ดังแข่งกับเสียงเดือดปุด ๆ ของหม้อตุ๋นยาจีนและเครื่องเทศในครัวหลังร้าน 'เหลาอาหารหอมหมื่นลี้' ที่นางเพิ่งทุ่มทุนรีโนเวทใหม่จนกลายเป็นจุดเช็คอินอันดับหนึ่งของเมืองชายแดน เบื้องหน้าของนาง หาใช่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปไม่ แต่เป็นร่างสูงโปร่งของ 'เฉินโม่' หรือองค์ชายรองแห่งราชสำนักผู้เลื่องลือในความเจ้าเล่ห์เพทุบาย พระองค์ทรงแย้มสรวลบางเบา นัยน์ตาหงส์พินิจพิเคราะห์หญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหลงใหลและความกระหายใคร่รู้ ชาติก่อน... สตรีผู้นี้เคยวิ่งตามเขาอย่างโง่งาย ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งการทรยศตระกูลเพื่อปูทางให้เขาขึ้นสู่บัลลังก์ แต่ในชาตินี้ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับราบเรียบ เยชา และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผลกำไรและการเมืองระอุ "ชิงฮวา... เจ้ายังคงปากคอเราะร้ายเช่นเดิมไม่เปลี่ยน" เฉินโม่ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เนื้อแข็ง กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายสูงศักดิ์ลอยกรุ่นมาแตะจมูก "ข้าเพียงแต่ได้ยินข่าวลือว่า 'ราชินีแห่งการค้า' แห่งชายแดนเหนือสามารถเนรมิตดินแดนรกร้างให้กลายเป็นขุมทองได้ จึงอยากมาเห็นกับตาตัวเอง... อีกอย่าง เมืองหลวงน่าเบื่อสิ้นดี ไม่มีเจ้าคอยต่อปากต่อด้วย ข้าเหงาหงอยยิ่งนัก" "เกรงว่าหม่อมฉันคงไม่มีเวลาว่างพอจะไปเล่นขายของกับองค์ชายหรอกเพคะ" ลู่ชิงฮวาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเย้ยหยันชัดเจน "ถ้าจะมาซื้อ 'เต้าหู้หม่าล่า' หรือ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' สูตรลับเฉพาะของร้านข้า ก็เชิญต่อแถวต่อจากชาวบ้านด้านนอกโน่น... แต่อםถ้ารู้สึกเหงาจนสมองกลับ อยากหาเรื่องใส่ตัวแถวชายแดนนี้ เกรงว่าสุนัขเฝ้าบ้านของข้าคงไม่ต้อนรับท่านเท่าไรนัก" *ปัง!* เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนเฉินโม่ต้องชะงัก ร่างหนากำยำในชุดทหารสีดำสนิทของ 'หลี่เฉิงหยวน' ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาตัวน้อยกับองค์ชายรองอย่างเงียบเชเชียบราวกับพยัคฆ์ร้าย ไหล่กว้างใหญ่แผ่รังสีอำมหิตและกลิ่นอายฆ่าฟันที่สะสมมาจากการรบพุ่งในสนามจริงแผ่ซ่านออกมารอบทิศทาง จนอุณหภูมิในห้องรับรองพิเศษลดฮวบลงทันตาเห็น หลี่เฉิงหยวนไม่ได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่ยืนบังลู่ชิงฮวาไว้มิดชิด สายตาคมกริบราวใบมีดกวาดมององค์ชายรองหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยันและคุกคามอย่างไม่ปิดบัง มือหนาข้างหนึ่งวางทับอยู่บนด้ามดาบข้างเอวอย่างหลวม ๆ แต่นั่นก็น่ากลัวพอที่จะทำให้องครักษ์เงาขององค์ชายรองต้องขยับมือมาแตะกระบี่โดยสัญชาตญาณ "ที่นี่... ไม่ใช่ราชสำนักในเมืองหลวง" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของนายทหารเอกดังขึ้น ราวกับเสียงคำรามในลำคอของสัตว์ป่า "และนาง... คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของข้า หากองค์ชายคิดจะมาใช้คารมคมคายเพื่อซื้อขายความสัมพันธ์อันใดกับนาง ข้าเกรงว่าท่านคงต้องลองถาม 'ดาบ' ในมือของข้าดูก่อนว่ามันจะยอมต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์เช่นท่านหรือไม่" เฉินโม่หรี่ตาลง รอยยิ้มบนมุมปากยังคงอยู่ แต่มือที่ไขว้หลังไว้เริ่มกำเข้าหากันแน่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าไอ้บ้านนอกหน้าเลือดที่ได้แต่งงานกับลู่ชิงฮวาตามพระราชโองการสมรสพระราชทานแก้ขัด จะมีรัศมีและแรงกดดันที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ นี่ไม่ใช่แค่นายทหารชั้นผู้น้อย... นี่คือแม่ทัพผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน! "ท่านแม่ทัพหลี่... ช่างใจร้อนเสียจริง ข้าก็แค่มาเยือนในฐานะสหายเก่าของชิงฮวาเท่านั้น" เฉินโม่หัวเราะในลำคอ พยายามรักษารอยยิ้มหยันเพื่อรักษาหน้า "ไม่นึกเลยว่าคนระมัดระวังตัวเช่นเจ้า จะยอมสยบให้แก่สตรีผู้หนึ่งจนกลายเป็นสุนัขหวงก้างไปเสียได้" *หมับ!* ก่อนที่หลี่เฉิงหยวนจะได้ชักดาบออกมาสั่งสอน ลู่ชิงฮวาที่นั่งอยู่ด้านหลังกลับเอื้อมมือเรียวไปดึงชายเสื้อคลุมสีเข้มของสามีไว้เบา ๆ นางลุกขึ้นยืน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเหมันต์ที่ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศอุ่น ๆ ลอยอบอวลแตะจมูกสามี นางขยับตัวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา แนบชิดจนแผ่นหลังของนางแทบจะแนบติดกับแผงอกกำยำของหลี่เฉิงหยวน ท่าทีสนิทสนมและเป็นเจ้าเข้าเจ้าของนั้น ทำให้ดวงตาของนายทหารหนุ่มไหววับ ความตึงเครียดในกล้ามเนื้อของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลี่เฉิงหยวนเหลือบมองภรรยาตัวน้อยที่กลA้าหาญยืนเผชิญหน้ากับองค์ชายรอง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ท่าทางปกป้องและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยนั้น ทำเอาเฉินโม่ถึงกับใบหน้ากระตุกวูบ "สหายเก่าหรือเพคะ?" ลู่ชิงฮวาแค่นหัวเราะเสียงใส นางเงยหน้าขึ้นสบตาองค์ชายรองอย่างไม่เกรงกลัว "สหายที่ส่งมือสังหารมาลอบปลิดชีวีข้าเมื่อชาติก่อนนะหรือเพคะ? องค์ชายรอง... หม่อมฉันไม่ใช่เด็กสาวโง่งายคนเดิมที่จะหลงเชื่อคารมลวงโลกของท่านอีกแล้ว เงินทอง ข้าหาเองได้ อำนาจ ข้าสร้างเองได้ ส่วนสามี..." นางชำเลืองมองชายหนุ่มร่างสูงด้านหลังด้วยหางตาก่อนจะยิ้มหวาน "สามีของหม่อมฉัน ทั้งซื่อสัตย์ ทั้งเก่งกาจ และที่สำคัญ... เขาใช้หัวใจรักข้าเพียงคนเดียว ไม่เหมือนท่าน ที่ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการไต่เต้าสู่อำนาจ!" คำพูดทิ่มแทงใจดำนั้นทำเอาเฉินโม่หน้าชาวาบ เขาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ลู่ชิงฮวา! เจ้ากล้าดียังไง..." "ถ้าท่านยังไม่ไสหัวออกไปจากร้านของข้า ภายในสามลมหายใจนี้..." หลี่เฉิงหยวนเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่ากลัวถึงขีดสุด ดวงตาสสีดำสนิทฉายประกายอำมหิต "ข้าจะไม่รับรองความปลอดภัยของอวัยวะทุกส่วนบนร่างของท่าน... อาเป่า!" สิ้นเสียงคำรามของนายทหารหนุ่ม เด็กหนุ่มกำพร้าหน้าตาจิ้มลิ้มอย่าง 'อาเป่า' ที่ยืนถือถาดไม้รออยู่หน้าห้อง ก็ถีบประตูกระแทกเปิดผาง พร้อมกับลูกน้องในสังกัดกองร้อยทหารชายแดนอีกสี่นายที่ถือกระบองเหล็กและท่อนไม้เดินเข้ามาล้อมกรอบอย่างรู้หน้าที่ รังสีการต่อสู้คุกรุ่นจนองครักษ์ขององค์ชายรองต้องชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เฉินโม่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับโทสะ เขารู้ดีว่าการใช้กำลังในถิ่นของหลี่เฉิงหยวนและชายแดนที่เต็มไปด้วยกองกำลังทหารจงรักภักดีนั้น เท่ากับการฆ่าตัวตาย ชายหนุ่มปรายตามองลู่ชิงฮวาด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วแค่นเสียง "ดี... ดีมาก ลู่ชิงฮวา หวังว่าเจ้าจะรักษาความปากกล้าเช่นนี้ไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง เมื่อถึงเวลาที่เมืองหลวงลุกเป็นไฟ ข้าอยากจะรู้ว่าสามีชาวสวนของเจ้า จะปกป้องเจ้าจากกองทัพนับแสนได้อย่างไร!" พูดจบลับหลังเฉินโม่และบริวารก็รีบสาวเท้าเดินหนีออกไปจากเหลาอาหารด้วยความขุ่นเคือง ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศตึงเครียดที่ค่อย ๆ เจือจางลง เมื่อแผ่นลับสายตาขององค์ชายรองหายลับไปจากประตูเหลาอาหาร ลู่ชิงฮวาจึงถอนหายใจยาวเหยียด นางหันกลับมาจะเอ่ยปากบ่นสามีที่ทำตัวใจร้อนเกินเหตุ แต่ทว่า— *หมึบ!* ร่างบางถูกรวบเข้าไปกอดไว้แน่นในอ้อมแขนแกร่งทันที แรงกอดนั้นรุนแรงและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ถูกเก็บกดไว้ หลี่เฉิงหยวนซุกใบหน้าคมคายลงกับซอกคอหอมกรุ่นของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนสตรีในอ้อมแขนสะดุ้งเฮือก "ท่าน... ทำบ้าอะไรเนี่ย หลี่เฉิงหยวน! คนอื่นมองอยู่..." ลู่ชิงฮวาตีแขนล่ำสันของเขาเบา ๆ แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะระคายผิวหนังของนายทหารผู้ฝึกปรือวิทยายุทธมาโชกโชน "ปล่อยให้มองไป" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความน้อยใจและดื้อรั้นอย่างประหลาด "เมื่อครู่เจ้าเรียกมันว่า 'สหาย' ตั้งหลายครั้ง... แถมยังชมว่าข้าซื่อสัตย์และรักเจ้าเพียงคนเดียวอีก ข้าไม่ชอบให้ชายอื่นมองเจ้าด้วยสายตาแบบนั้น ชิงฮวา... เจ้าเป็นของข้า คนพวกนั้นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง!" ลู่ชิงฮวาชะงักไปเล็กน้อย นางกะพริบตาปริบ ๆ ยามเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและห่วงหาอย่างล้นปรี่ นายทหารผู้เงียบขรึม เย็นชา และไม่เคยแสดงอารมณ์ใด ๆ ต่อหน้าผู้คน กลับกลายร่างเป็นสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังออดอ้อนและกลัวจะสูญเสียเจ้าของไปเสียอย่างนั้น มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ นางแกล้งยกมือขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขา หลับตาลงแล้วกระซิบเบา ๆ "อ๋อ... ที่แท้สามีผู้ยิ่งใหญ่ของข้า กำลังหึงหวงจนตัวสั่นอยู่หรือนี่? ถ้าเช่นนั้น... คืนนี้ข้าคงต้องทำเมนูพิเศษเพื่อเป็นการ 'ปลอบใจ' นายทหารผู้ต่ำต้อยเสียหน่อยแล้วกระมัง?" หลี่เฉิงหยวนเลิกคิ้วสูง แววตาวาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม "เมนูอะไร? ถ้าไม่ใช่ตัวเจ้า... ข้าไม่กินหรอกนะ" "คนทะลึ่ง!" นางหัวเราะคิกคักพล Jติ๊ดจมูกโด่งของเขาเบา ๆ "ไม่ใช่ตัวข้าหรอก... แต่เป็น 'หม้อไฟเสฉวนซุปหมาล่าเผ็ดร้อน' ที่ข้าเพิ่งคิดค้นสูตรลับจากมิติวิเศษ เนื้อวัวแล่บางเฉียบสไลด์กับมันหมูละลายในปาก จิ้มด้วยน้ำจิ้มงาคั่วสูตรพิเศษ ทานคู่กับเหล้าหมักดอกท้อชั้นดี รับรองว่าเผ็ดร้อนสะใจจนท่านลืมความหึงหวงไปเลย!" กลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนและเครื่องเทศนานาชนิดลอยฟุ้งทะลุผนังห้องครัวออกไปเตะจมูกผู้คนทั่วทั้งตรอกถนนซอย กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเข้มข้นและรุนแรงจนทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดฝีเท้า กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความหิวโหย แต่ทว่า... ในขณะที่ควันหอมกรุ่นของหม้อไฟกำลังลอยฟุ้งและสร้างความสุขให้แก่สองสามีภรรยา เสียงเคาะประตูหน้าเหลาอาหารยามวิกาลดังขึ้นรัว ๆ สามครั้งติดกันอย่างกระวนกระวายใจ! อาเป่าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องรับรอง สีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไรเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า "นายหญิง! นายท่าน! แย่แล้วขอรับ... มีม้าด่วนจากเมืองหลวงส่งข่าวมาแจ้งว่า 'กองคาราวานสินค้าล็อตแรก' ของเราที่ส่งออกไปจำหน่ายยังเมืองหลวง... ถูกปล้นกลางทาง และสินค้าทั้งหมด... 'หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในเขตแดนของตระกูลลู่เดิม' ขอรับ!" -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%