"เงินสามหมื่นตำลึงเงินในตั๋วแลกเงินนี้ ย่อมไม่ใช่ตัวเลขที่จะหามาได้ด้วยการนั่งพับเพียบร้อยมาลัยในห้องหอนะเพคะ... เถ้าแก่เนี้ยลู่"
เสียงหัวedเราะแหลมเล็กแต่แฝงไว้ด้วยความริษยาของฮูหยินรองตระกูลลู่ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองชั้นสอง เหลาอาหารจันทราดารา ประตูไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรถูกปิดสนิท ทว่าบรรยากาศภายในกลับระอุราวกับมีเตาถ่านสุมอยู่ใต้พื้น
ลู่ชิงฮวา ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางปักปิ่นหยกขาวลายบุปผาลงบนมวยผมอย่างใจเย็น ปลายเรียวเล็บที่ทาสีแดงเรื่อจากดอกเทียนแตะลงบนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะนาสิก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ถ้วยชา หากเป็นอาภรณ์ผ้าไหมซาตินปักดิ้นทองลายเมฆมงคลที่แนบเนื้อวาดส่วนโค้งเว้าอย่างสง่างาม
นี่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ผู้เคยถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ศักดิ์ศรีเมื่อปีก่อน นางคือ 'เถ้าแก่เนี้ยลู่' เจ้าของกิจการค้าใบชาและเครื่องประดับหยกสวรรค์ ผู้ถือครองสิทธิ์การค้าแต่เพียงผู้เดียวในเขตชายแดนตะวันตก
"ฮูหยินรองกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" ชิงฮวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานใส รอยยิ้มประดับมุมปากอย่างงดงามแต่ไม่ไปถึงดวงตา "เงินสามหมื่นตำลึงนี้ สำหรับตระกูลลู่ผู้สูงส่งอาจเป็นเพียงเบี้ยหัวแตก แต่สำหรับหม่อมฉัน... มันคือหยาดเหงื่อทุกหยดที่แลกมาด้วยความสุจริต ผิดกับเงินในคลังของท่าน ที่ไม่รู้ว่าไปรีดไถมาจากพ่อค้าคนใดในเมืองหลวงบ้าง"
เปรี้ยง!
มืออวบอูมของฮูหยินรองตบลงบนโต๊ะไม้จนถ้วยชาสั่นสะเทือน นัยน์ตาแข็งกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังเด็กอกตัญญู! กล้าดียังไงมาสามหาวต่อหน้าข้า ลืมไปแล้วหรือว่าตระกูลลู่เคยชุบเลี้ยงเจ้ามาอย่างไร!"
"ชุบเลี้ยง?" ชิงฮวาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงสูงโปร่งกดดันให้อีกฝ่ายต้องผงถอยโดยไม่รู้ตัว "ท่านพ่อเลี้ยงดูข้าเช่นเดียวกับสินค้าชิ้นหนึ่ง รอวันส่งตัวเข้าจวนองค์ชายรองเพื่อแลกกับอำนาจ... น่าเสียดายนะเพคะ ที่สินค้าชิ้นนั้นฉลาดเกินกว่าจะยอมให้พวกท่านจูงจมูกอีกต่อไป"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลของ หลี่เฉิงหยวน สามีหนุ่มนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและไร้ความปรานี เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา กลิ่นอายสนามรบและอำนาจกดดันจนฮูหยินรองหน้าซีดเผือดลงทันที เฉิงหยวนไม่เอ่ยคำใด เขายกมือขึ้นโอบรอบเอวบางของภรรยาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของชัดเจน สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนราวกับมองมดปลวก
"ภรรยาข้าเหนื่อยแล้ว" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์เอ่ยขึ้น "หากไม่มีธุระอันใดเป็นกิจลักษณะ เกรงว่าคงต้องเชิญฮูหยินรองกลับไปทบทวนมารยาทที่เรือนของตนเองเสียก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน"
ฮูหยินรองกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางรู้ดีว่าต่อให้ตระกูลลู่มีเส้นสายในราชสำนักมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องหลี่เฉิงหยวน แม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งหนึ่งของชายแดนตะวันตกในเวลานี้ นางจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อแล้วถอยกรูดออกไปอย่างแค้นเคือง
เมื่อลับร่างของผู้ไม่ได้รับเชิญ ชิงฮวาก็ถอนหายใจยาว พิงศีรษะซบลงกับไหล่กว้างของสามีอย่างออดอ้อน
"เหนื่อยหรือ?" เฉิงหยวนก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนน่าใจหาย ฝ่ามือหนาหยาบกร้านลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างทะนุถนอม "หากพวกมันกล้าทำให้เจ้าขัดเคืองใจอีก ข้าจะสั่งรื้อประตูจวนตระกูลลู่เสียให้ราบคาบ"
"ท่านพี่ใจร้อนเสมอเลยนะเจ้าคะ" ชิงฮวาหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปบีบปลายจมูกโด่งเป็นสันของสามีอย่างหมั่นเขี้ยว "เราเพิ่งกลับมาเหยียบเมืองหลวงในรอบหลายปี อย่าเพิ่งสร้างศัตรูให้มากความเลยค่ะ อีกอย่าง... เป้าหมายของเราในวันนี้ไม่ใช่การมาทะเลาะกับคนพวกนั้นเสียหน่อย"
"อืม เจ้าวางแผนจะไปตรวจร้านสาขาใหม่ที่ถนนการค้าตะวันออกใช่หรือไม่?" เฉิงหยวนเอ่ยถามพลางจูงมือภรรยาเดินออกจากเหลาอาหาร
"ไม่ใช่แค่ร้านค้าเจ้าค่ะ..." ชิงฮวาหยุดเดิน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นัยน์ตาสีรัตติกาลเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว "แต่เราจะไปเปิดตัว 'เหล้าผลไม้หมัก' สูตรลับจากมิติพิเศษ ที่ข้าเพิ่งกลั่นเสร็จเมื่อคืนนี้ต่างหากล่ะเพคะ"
รถม้าหรูหราประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลลู่เคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองหลวงอย่างสง่างาม ผู้คนต่างพากันเหลียวมองด้วยความอิจฉาและอยากรู้อยากเห็น ไม่มีใครจำภาพคุณหนูตกอับผู้เคยถูกเนรเทศได้อีกต่อไปแล้ว เหลือเพียง 'เถ้าแก่เนี้ยลู่' หญิงสาวผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลที่สุดในยุทธภพและสนามการค้า
ทว่า... ในขณะที่รถม้ากำลังเลี้ยวเข้าสู่ย่านการค้าที่คึกที่สุด เสียงฝีือกม้าควบทะยานเข้ามาขวางทางกะทันหัน พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์ในชุดคลุมสีทองที่คุ้นตา
ทหารม้าหยุดลงตรงหน้า ร่างระหงบนหลังม้าอีกตัวก้าวลงมาอย่างสง่างาม องค์ชายรองเฉินโม่ ในอาภรณ์หรูหราปักลายมังกรห้าเล็บแย้มสรวลกว้าง ดวงตาพินิจพิเคราะห์มองสตรีบนรถม้าด้วยความเสน่หาและเสียดายอย่างปิดไม่มิด
"ไม่พบกันนานนะ... ชิงฮวา เจ้าดูงดงามขึ้นCมากจนข้าเกือบจำไม่ได้" เฉินโม่เอ่ยพร้อมก้าวเข้ามาใกล้รถม้า มือหมายจะเอื้อมไปเปิดม่านหน้าต่าง
ทว่า ยังไม่ทันที่นิ้วเรียวจะสัมผัสผืนผ้า ใบมีดคมกริบของกระบี่เล่มยาวก็พาดผ่านลำคอขององค์ชายรองอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ!
"หากไม่อยากนิ้วด้วน ข้าแนะนำให้ถอยมือกลับไปซะ, องค์ชายรอง"
เสียงเย็นเยียบของหลี่เฉิงหยวนดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนม้าขององครักษ์รอบตัวถึงกับผงถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ชิงฮวาเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสุกสกาวมองอดีตคู่หมั้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่เย็นชาถึงขั้วหัวใจ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย•ตอนที่ 18
เดินทางสู่เมืองหลวงอีกครั้งในฐานะเศรษฐีนี
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่หันมาจับตะหลิวสร้างอาณาจักรค้าขาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!