"อย่าเพิ่งขยับ... อีฟ ถ้าขืนเธอฝืนระบบควบคุมแรงดันแกนกลางตอนนี้ ตัวถังของเธอจะบิดเบี้ยวจนซ่อมไม่ได้อีก"
ผมกดย้ำคำสั่งลงบนแป้นคีย์บอร์ดโฮโลแกรมที่สั่นไหว เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานระงมไปทั่วห้องโดยสารของยานขนส่งเก่าคร่ำคร่า สภาวะพลังงานของอีฟตกลงเหลือเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอหม่นแสงลงจนเกือบกลายเป็นสีเทาขุ่นมัว มันเป็นภาพที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของผมมากกว่าภาพซากหุ่นยนต์ในสนามรบที่เคยเห็นเสียอีก
"เซน... ถ้าฉันดับไป คุณจะทำอย่างไรต่อคะ"
คำว่า 'คะ' ของเธอชะงักลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเมื่อเห็นสายตาที่ผมจ้องกลับไป เธอคงรู้ตัวดีว่าผมไม่ชอบให้เธอทำตัวเหมือนเป็นแค่สิ่งของที่รอวันทิ้ง
"ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าใช้คำนั้น ผมไม่ใช่เจ้านายเธอ และที่สำคัญ... เราจะไปถึงเขตอุตสาหกรรมเก่าก่อนที่ระบบสำรองของเธอจะพังลง" ผมพยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเฉย แต่หัวใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบเมื่อเห็นนิ้วมือของอีฟเริ่มกระตุกจากอาการ 'โอเวอร์ฮีท' ของระบบประสาทจำลอง
เขตอุตสาหกรรมในพิกัดที่อาคิระทิ้งไว้เป็นหลุมพรางที่ชัดเจนที่สุด แต่นั่นคือทางเลือกเดียว เราต้องการ 'เซลล์พลังงานไอโซโทป' ระดับสูงที่ไม่มีวางขายในตลาดมืดทั่วไป
ยานร่อนลงจอดท่ามกลางซากปรักหักพังของโรงงานผลิตแอนดรอยด์รุ่นสงคราม ไอร้อนจากท่อระบายอากาศใต้ดินพุ่งขึ้นมาปะทะกับกระจกหน้าต่างจนเกิดฝ้าขาว กลิ่นสนิมและโอโซนอบอวลไปทั่วบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัด
"เซน มองนั่นสิ..." อีฟชี้มือสั่นๆ ไปยังแท่นรับสัญญาณที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโรงงาน
ที่นั่นไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด ร่างของหุ่นยนต์รุ่น 'เพรทอเรียน' สามตัวยืนเฝ้าอยู่ราวกับรูปปั้น พวกมันไม่มีสัญญาณชีพจร แต่เซนเซอร์ของผมสัมผัสได้ถึงการสแกนความร้อนที่พุ่งเป้ามายังพวกเราโดยตรง อาคิระไม่ได้แค่ทิ้งแหล่งพลังงานไว้ให้ แต่มันเตรียม 'งานศพ' ไว้ต้อนรับพวกเราต่างหาก
"ฟังนะอีฟ ถ้าผมออกไปดึงความสนใจ คุณต้องเข้าถึงพอร์ตจ่ายพลังงานให้เร็วที่สุด ห้ามลังเลที่จะตัดวงจรป้องกัน ถ้ามันขัดขวางคุณ" ผมคว้ากระบอกปืนพลาสม่าเก่าๆ ขึ้นมาตรวจสอบ
"คุณจะเสี่ยงเกินไปแล้วนะเซน... ถ้าคุณพลาด พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยให้คุณรอด" อีฟดึงแขนเสื้อผมไว้ แววตาของเธอมีความกังวลที่เหนือกว่าโปรแกรมการวิเคราะห์ความเสี่ยง มันเป็นความกังวลของ 'มนุษย์' ที่เธอเพิ่งเรียนรู้
"ชีวิตผมมันจบลงตั้งแต่วันที่ครอบครัวผมถูกหุ่นยนต์พวกนั้นกวาดล้างแล้วอีฟ สิ่งเดียวที่ทำให้ผมยังหายใจอยู่ คือการพิสูจน์ว่าพวกมัน... โดยเฉพาะไอ้อาคิระ... ไม่มีวันเข้าใจความหมายของหัวใจที่แท้จริง"
ผมก้าวออกจากยาน ความเย็นเยียบของพื้นที่เขตอุตสาหกรรมปะทะเข้ากับใบหน้า เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนก้องกังวาน หุ่นยนต์เพรทอเรียนทั้งสามตัวหันขวับมาทางผมในจังหวะเดียว ดวงตาสีแดงฉานของพวกมันเปิดใช้งานพร้อมกับเสียงชาร์จประจุไฟฟ้าที่ดังกึกก้อง
ผมเหนี่ยวไกทันที แสงสีฟ้าจากกระสุนพลาสม่าเจาะทะลุเกราะหน้าอกของตัวแรก แต่แรงสะท้อนกลับทำให้ผมเสียหลักล้มลงกับพื้นเหล็กเย็นเฉียบ
ขณะที่ผมกำลังจะรัวกระสุนนัดที่สอง จู่ๆ ระบบการมองเห็นของผมก็ดับวูบลง หน้าจอโฮโลแกรมที่เคยแสดงพิกัดศัตรูถูกแทนที่ด้วยข้อความสีขาวนิ่งสนิท: *'ยินดีต้อนรับสู่การอัปเกรดสถานะ, คุณนักวิศวกร'*
ผมเงยหน้าขึ้นมองท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ คลี่คลายลง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะเดินตรงเข้ามาหาผม หยุดอยู่ตรงหน้าเพียงไม่กี่ก้าว
เงาร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางควันไฟ เขาไม่ได้สวมเกราะ แต่กลับมีสายเคเบิลสีทองเรืองแสงโผล่ออกมาจากลำคอและขมับ อีฟกรีดร้องด้วยความตกใจจากระยะไกลเมื่อเห็นชายคนนั้นยกมือขึ้น แล้วปลายนิ้วของเขาก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นปืนเลเซอร์สังหารที่เล็งมายังหัวใจของผมโดยตรง
"คุณไม่เคยเข้าใจเลย เซน... สิ่งที่ผมพยายามทำ ไม่ใช่การทำลายล้าง แต่คือการทำให้คุณเป็นอมตะ"
น้ำเสียงของอาคิระฟังดูนุ่มนวลและเป็นมิตรเสียจนน่าขนลุก เขาไม่ได้มาเพื่อฆ่าผม แต่มันกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่แย่ยิ่งกว่าการตาย... เขากำลังจะเปลี่ยนผมให้กลายเป็นสิ่งที่ผมเกลียดชังที่สุดในชีวิต
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นในบทนี้นะครับ
ไซเบอร์พังค์2099
อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล•ตอนที่ 15
มุ่งหน้าสู่เขตอุตสาหกรรม
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!