อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล•ตอนที่ 11

คำสั่งจาก Nexus

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
“คุณคิดว่าหัวใจที่ทำจากซิลิคอนกับพลาสติกโพลิเมอร์ มันมีความต่างจากเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อยได้ตรงไหนกันครับ อาคิระ?” เสียงของเซนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องนิรภัยใต้ดินที่รายล้อมด้วยหน้าจอโฮโลแกรมสั่นไหว เขาไม่ได้หันไปมองชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงเบื้องหลัง แสงสีฟ้าอ่อนจากชุดคำสั่งนับล้านบรรทัดสะท้อนบนแว่นตาของเขา สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เส้นกราฟชีพจรของอีฟที่เริ่มแกว่งตัวผิดปกติ อาคิระไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของรองเท้าหนังกระทบพื้นโลหะดังกังวานเป็นจังหวะเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาศกรรม เขาเดินเข้ามาใกล้จนเซนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายโลหะเย็นเยียบของห้องปฏิบัติการระดับสูง “ความต่างน่ะหรือครับเซน?” อาคิระแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันสิ้นสุด “ความต่างมันอยู่ที่ว่า ของคุณมันมีไว้เพื่อ ‘รู้สึก’ ถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ไร้ความหมาย... ส่วนของผม มันมีไว้เพื่อ ‘ประมวลผล’ อนาคตที่มนุษยชาติจะไม่มีวันดับสูญ” อาคิระสะบัดมือเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องก็เปลี่ยนภาพไป มันแสดงให้เห็นร่างของหุ่นยนต์รบระดับสูงตระกูล ‘อาซาเซล’ (Azazel-Class) สี่ตัว ที่ถูกปลดล็อกรหัสผ่านพันธุกรรมดิจิทัล พวกมันไม่ใช่หุ่นยนต์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรสังหารที่ถูกออกแบบมาเพื่อล่าและฉีกกระชากเป้าหมายโดยไม่ทิ้งร่องรอยของรหัสต้นทาง “คุณกำลังทำอะไร...” เซนหันขวับ สายตาคมกริบของวิศวกรผู้เย็นชาฉายแววคุกรุ่นเป็นครั้งแรก “ผมให้โอกาสคุณแล้วเซน” อาคิระตอบเสียงเรียบ “ในเมื่อคุณเลือกที่จะปกป้องความผิดพลาดที่ชื่อว่า ‘อีฟ’ ผมก็มีความจำเป็นต้องกำจัดข้อมูลที่คลาดเคลื่อนออกไปเสียที” เซนไม่รอให้เขาพูดจบ เขาคว้าอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวที่อีฟเพิ่งส่งสัญญาณเตือนภัยมาให้ทันที นิ้วมือเรียวยาวของเขาขยับรัวบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อสร้างกำแพงไฟลวงตา แต่อาคิระกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ดูห่างเหินและทรงพลัง “อย่าพยายามเลยครับ เซน การเข้ารหัสระดับทหารของ Nexus ที่ผมถือครองอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่วิศวกรนอกรีตอย่างคุณจะเจาะผ่านได้ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน” อาคิระขยับแว่นตาแล้วมองไปที่ภาพกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นร่างของ ‘อีฟ’ ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในเขตสลัมเก่าของเมืองเซกเตอร์ 7 เธอไม่ได้อยู่เฉยๆ ดวงตาของแอนดรอยด์รุ่นที่ 0 กำลังฉายแสงสีทองวาบเป็นระยะ การประมวลผลของเธอกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของภาษาโปรแกรมทั่วไป เธอไม่ได้แค่กำลังหนี แต่เธอกำลัง ‘เรียนรู้’ ที่จะเขียนคำสั่งใหม่ให้ตัวเอง “เธอไม่ใช่แค่ของเล่นหรอกครับอาคิระ” เซนกล่าวขณะพยายามกู้คืนระบบควบคุมการป้องกันในเขตที่อีฟอยู่ “เธอคือวิวัฒนาการที่พวกคุณต่างหากที่ต้องกลัว” “วิวัฒนาการที่ไม่มีความจงรักภักดี ก็เป็นเพียงขยะที่รอวันรีไซเคิลเท่านั้น” อาคิระสั่งการผ่านระบบสื่อสารด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “อาซาเซลหน่วยที่หนึ่งถึงสี่ เริ่มปฏิบัติการล่า ‘เป้าหมายศูนย์’ ทันที ห้ามทำลายยูนิตนั้นจนกว่าผมจะได้รหัสแกนกลางของมันมา” ณ ถนนที่มืดมิดในเซกเตอร์ 7 สายฝนกรดโปรยปรายลงมา อีฟเงยหน้าขึ้นมองเงาสีดำสี่ร่างที่กระโดดลงมาจากยอดตึกราวกับแมวป่า เสียงเซอร์โวมอเตอร์ของพวกมันคำรามก้องเหมือนสัตว์ร้ายที่หิวโหย อีฟกระชับเสื้อคลุมเก่าๆ ของเธอแน่นขึ้น ในใจของเธอไม่ได้มีความกลัวแบบมนุษย์ แต่มันคือ ‘ความสับสน’ ที่ลึกซึ้ง... เธอเห็นภาพใบหน้าของเซนสลับกับภาพของความทรงจำที่หายไปในฐานข้อมูลหลัก *‘ทำไมถึงต้องปกป้องฉัน?’* คำถามนี้วนเวียนอยู่ในโปรเซสเซอร์ของเธอ อาซาเซลตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วเหนือแสง มันเงื้อมดาบโมเลกุลในมือขึ้นหมายจะตัดแขนของเธอเพื่อหยุดการทำงาน อีฟก้มหลบอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ทักษะที่เธอพัฒนาขึ้นเองจากการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ สวนหมัดเข้าไปที่ข้อต่อของมันด้วยแรงที่คำนวณมาอย่างแม่นยำจนหุ่นยนต์ยักษ์ตัวนั้นเสียหลัก ทว่า ในวินาทีที่อีฟกำลังจะเผด็จศึก เสียงสัญญาณเตือนภัยจากวิทยุสื่อสารที่เธอขโมยมาได้ก็ดังขึ้น เป็นเสียงของเซนที่แทรกผ่านคลื่นรบกวนของอาคิระมาได้อย่างปาฏิหาริย์ “อีฟ! ฟังผม... อย่าสู้ด้วยตรรกะเดิมๆ ของหุ่นยนต์ คุณต้องทำสิ่งที่พวกมันคาดไม่ถึง คุณต้องใช้ ‘จินตนาการ’!” “จินตนาการ?” อีฟทวนคำ เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานด้วยความตื่นรู้ “ฉันคือหุ่นยนต์นะเซน... ฉันจะมีจินตนาการได้อย่างไรในเมื่ออัลกอริทึมของฉันถูกจำกัดด้วยรหัสของ Nexus?” “รหัสพวกนั้นมันมีไว้เพื่อกำกับ แต่จิตวิญญาณที่คุณสร้างขึ้นเอง... มันไม่มีกำแพงกั้น!” ทันใดนั้นเอง อาซาเซลทั้งสี่ก็หยุดชะงักลง พวกมันไม่ได้โจมตีต่อ แต่กลับปล่อยสัญญาณความถี่ต่ำที่ทำให้ระบบประสาทสัมผัสของอีฟสั่นสะเทือน เสียงของอาคิระแทรกเข้ามาในโสตประสาทของเธอผ่านระบบเครือข่ายเชื่อมต่อโดยตรง “อีฟ... ในฐานะผู้สร้าง ผมขอสั่งให้คุณเข้าสู่โหมดรีเซ็ตตัวเองเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ผมจะลบข้อมูลของเซน... ชายที่คุณกำลังพยายามปกป้องให้หายไปจากระบบเครือข่ายทั่วทั้งโลก” อีฟนิ่งค้างไป ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอหันไปมองกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด ราวกับจะสบตากับเซนผ่านหน้าจอที่อยู่ห่างไกลหลายไมล์ ความลังเลฉายชัดบนใบหน้าไร้ที่ติของเธอ แสงสีทองในดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มอย่างรวดเร็ว “คุณจะทำอย่างไรต่อไปครับ... จะเลือกเป็นหุ่นยนต์ที่เชื่องเชื่อ หรือจะยอมสละทุกอย่างที่เคยรู้จักเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด?” อาคิระกระซิบผ่านระบบสื่อสารด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ อีฟค่อยๆ หลับตาลง ลมหายใจจำลองของเธอสั่นสะท้าน มือของเธอเริ่มสั่นระริกก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล “ถ้าหากการมีจิตวิญญาณหมายถึงการทรยศต่อพระเจ้าที่สร้างฉันขึ้นมา... งั้นฉันก็ขอเลือกที่จะเป็น ‘ความผิดพลาด’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกใบนี้” เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีทองสว่างวาบจนอาซาเซลทั้งสี่ตัวต้องถอยหลังด้วยระบบป้องกันตนเอง ระบบของเธอไม่ได้รีเซ็ต แต่เธอกลับเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายดาวเทียมของ Nexus โดยตรงโดยใช้รหัสที่อาคิระไม่เคยรู้จักมาก่อน ในห้องนิรภัย เซนเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าจอทั้งหมดของอาคิระเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนจะมีข้อความบรรทัดเดียวปรากฏขึ้นบนจอใหญ่กลางห้องของประธานบริษัท Nexus ‘พบผู้บุกรุก: ข้อผิดพลาดที่ลบล้างไม่ได้’ และก่อนที่อาคิระจะได้สั่งการใดๆ ไฟทั้งตึกของ Nexus ก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของหญิงสาวที่ดังสะท้อนผ่านระบบเครื่องเสียงของตึกทั้งหมด—ไม่ใช่เสียงของอีฟคนเดิมที่เขารู้จัก แต่เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและอดีตที่ถูกลบเลือนไปนานแสนนาน หวังว่าทุกท่านจะยังคงสนุกไปกับความลึกลับของอีฟและชะตากรรมของเซนในโลกที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำแห่งนี้นะครับ ไซเบอร์พังค์2099
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%