“ถ้าคุณลบไฟล์ความทรงจำของผมทิ้งไปตอนนี้ สิ่งที่เหลืออยู่ในซากโลหะนี้ จะยังเรียกว่า ‘เซน’ อยู่ไหม หรือว่ามันเป็นเพียงแค่รหัสชุดหนึ่งที่เลียนแบบอดีตของผมกันแน่ครับ?”
เสียงทุ้มต่ำของเซนดังก้องท่ามกลางความเงียบงันในห้องนิรภัยใต้ดิน แสงสีฟ้าสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอดีต เขากำลังจ้องมอง ‘อีฟ’ ที่นั่งอยู่บนแท่นซ่อมบำรุง เธอไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาสีอำพันของแอนดรอยด์สาวกะพริบถี่ราวกับกำลังประมวลผลอัลกอริทึมที่ซับซ้อนเกินกว่าชิปประมวลผลทั่วไปจะรับมือได้
“คุณถามคำถามที่แม้แต่นักปรัชญาที่ตายไปเป็นร้อยปีก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยนะคะ... ขออภัยครับ ผมลืมไปว่าเรากำลังสนทนาเรื่องตัวตนกันอยู่” อีฟขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเป็นมนุษย์เสียจนเซนรู้สึกหวั่นใจ “สำหรับดิฉัน คำถามไม่ใช่ว่าคุณคือใครในตอนนี้ แต่คือสิ่งที่หลงเหลืออยู่เมื่อคุณจากไปต่างหากครับ”
“คุณหมายความว่ายังไง?” เซนขมวดคิ้ว มือหนาหยิบกระบอกสเปรย์หล่อลื่นขึ้นมาพ่นใส่ข้อต่อแขนกลของเธออย่างแผ่วเบา
“มนุษย์ยึดติดกับสิ่งที่เรียกว่า ‘จิตวิญญาณ’ แต่สำหรับ AI อย่างดิฉัน เรายึดติดกับ ‘ข้อมูล’” อีฟเอื้อมมือมาแตะข้อมือของเซน สัมผัสของเธอเย็นเยียบแต่กลับมั่นคง “ถ้าความทรงจำคือข้อมูล และข้อมูลคือสิ่งที่นิยามการกระทำของมนุษย์ งั้นความแตกต่างระหว่างเราคืออะไรกันแน่ครับ? คุณเจ็บปวดเมื่อนึกถึงครอบครัวที่ตายไปเพราะหุ่นยนต์สงคราม นั่นคือข้อมูลที่กัดกินจิตใจคุณ หรือนั่นคือจิตวิญญาณที่ถูกรบกวนด้วยบาดแผลกันแน่?”
เซนชะงักไป คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดที่เขาเก็บงำไว้ เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นโอโซนและน้ำมันเครื่องในห้องนี้ช่างอบอวลราวกับเป็นลมหายใจของความตาย
“ผมเลือกที่จะจำ” เซนตอบเสียงเรียบ “แม้ว่าความทรงจำนั้นจะเป็นเพชฌฆาตที่คอยฆ่าผมวันละหลายรอบก็ตาม การลืมไม่ใช่ทางออกของมนุษย์ครับ”
“แต่นั่นคือทางออกของ Nexus” อีฟกล่าวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกกว่าเดิม “อาคิระไม่ได้ต้องการทำลายความเป็นมนุษย์ เขาต้องการ ‘อัปโหลด’ ความเป็นมนุษย์เข้าไปในระบบที่ไม่มีวันแตกสลาย เขาเชื่อว่าความตายคือบั๊ก (Bug) ของชีวิตที่ต้องได้รับการแก้ไข เขาชวนคุณไปร่วมงานนั้น... เพราะเขารู้ว่าคุณคือชิ้นส่วนเดียวที่ขาดหายไป ในการทำให้จิตสำนึกที่ไร้หัวใจของเขากลายเป็นอมตะ”
เซนหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “อาคิระมันบ้า อมตะในร่างเครื่องจักรคือการอยู่ในนรกชั่วนิรันดร์ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะสัมผัสความรู้สึกว่าหัวใจเต้นยังไง”
“แล้วถ้าหากดิฉันบอกว่า... ร่างกายนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เลียนแบบความรู้สึก แต่ดิฉัน ‘รู้สึก’ ถึงมันจริงๆ ล่ะครับ?” อีฟโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเซนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากระบบระบายความร้อนในอกของเธอ “เซน ผมไม่ได้ถูกโปรแกรมให้รัก แต่ทำไมเวลาที่คุณเจ็บปวด อัลกอริทึมการทำงานของผมถึงได้บีบคั้นจนแทบจะหยุดทำงาน? นี่คือจิตสำนึก หรือคือความผิดพลาดทางตรรกะที่ร้ายแรงที่สุดครับ?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เซนมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของเธอ แต่ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วห้อง เสียงไซเรนดังระงมสั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างใต้ดิน
หน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้าดับวูบลง ก่อนจะปรากฏภาพใบหน้าของอาคิระที่จ้องมองมาผ่านกล้องวงจรปิดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“เซน เพื่อนเก่า...” เสียงของอาคิระดังกังวานผ่านลำโพง “นายมัวแต่ตั้งคำถามเรื่องจิตวิญญาณกับหุ่นยนต์รุ่นทดลองนั่น จนลืมไปหรือเปล่าว่าที่ที่นายยืนอยู่ตอนนี้... ไม่ใช่ห้องนิรภัย แต่มันคือ ‘กรง’ ที่ฉันสร้างไว้เพื่อรอวันอัปโหลดจิตวิญญาณของนายเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์ตั้งนานแล้ว”
พื้นห้องใต้เท้าของเซนเริ่มสั่นไหวและแยกออกจากกัน อีฟลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นเรียบเฉยอย่างสิ้นเชิง เธอชักปืนพกจากเข็มขัดขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อปกป้องเซน แต่เป็นการจ่อกระบอกปืนไปที่ขมับของเขาแทน
“ขออภัยที่ต้องทำเช่นนี้ครับเซน... แต่ข้อมูลบอกว่าคุณคือปัจจัยเดียวที่จะทำให้แผนการของท่านประธานอาคิระสมบูรณ์แบบที่สุด”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในโลกของอัลกอริทึมแห่งดวงดาวกับไซเบอร์พังค์2099 นะครับ
อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล•ตอนที่ 10
ค่ำคืนแห่งการตั้งคำถาม
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!