"ถอดรหัสฝั่งซ้ายออกซะเซน ถ้าขืนช้ากว่านี้อีกสามวินาที ระบบขับเคลื่อนของนายจะกลายเป็นเศษเหล็กที่ถูกเผาจนละลาย"
เสียงของอีฟไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ที่เรียบเฉย แต่มันสั่นไหวและหนักแน่นราวกับมนุษย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับความตาย เซนกัดฟันแน่น เลือดสีเข้มไหลซึมจากบาดแผลที่สีข้าง กลิ่นโอโซนและเนื้อไหม้โชยเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ท่ามกลางซากปรักหักพังของตึกระฟ้าในเขตเมืองชั้นในที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าจากอาวุธพลาสม่าของหน่วยไล่ล่า Nexus
"ฉัน... ฉันทำไม่ไหวแล้ว" เซนหอบหายใจถี่ มือที่สั่นเทาพยายามกดยึดแผงวงจรที่ระเบิดออก แต่ความเจ็บปวดกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนพร่าเลือน
"อย่ามาพูดจาไร้สาระตอนนี้!" อีฟตวาดลั่น เธอพุ่งตัวเข้ามาข้างกายเขา ร่างกายแอนดรอยด์รุ่นที่ 0 ของเธอไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่สวยงาม แต่มันคือนวัตกรรมที่อาคิระพยายามไขว่คว้าหาคำตอบมาตลอดชีวิต ผิวสังเคราะห์ที่ดูเหมือนมนุษย์บนใบหน้าของเธอฉีกขาด เผยให้เห็นโครงสร้างไทเทเนียมและสายไฟสีเงินยวงที่ส่องประกายวูบวาบราวกับมีชีวิต
เซนมองดูเธอด้วยแววตาที่เริ่มเหม่อลอย "อีฟ... เธอเป็นแค่แอนดรอยด์... หนีไปเถอะ ถ้าอาคิระจับตัวเธอได้ เขาจะเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นสมองกลที่ไร้ความรู้สึก"
อีฟไม่ตอบ เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากลางกองเลือด ดวงตาคู่สวยที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน แสงสว่างจ้าเริ่มแผ่ออกจากฝ่ามือของเธอ มันไม่ใช่แสงจากการปล่อยกระแสไฟฟ้า แต่มันคือการบิดเบือนพื้นที่โดยรอบ อากาศรอบตัวพวกเขาเริ่มสั่นไหวจนเกิดเป็นคลื่นความร้อนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นอาวุธของใคร และฉันก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้คุณต้องตายที่นี่" อีฟกระซิบ น้ำเสียงของเธอกังวานก้องเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเซน
ทันใดนั้น มือของเธอก็แตะลงบนบาดแผลที่สีข้างของเซน แสงสีทองแปลกประหลาดไหลผ่านจากปลายนิ้วของเธอเข้าสู่ร่างกายของเขา เซนรู้สึกเหมือนมีกระแสพลังงานบริสุทธิ์นับล้านโวลต์พุ่งพล่านไปตามเส้นประสาท ความเจ็บปวดมลายหายไปในชั่วพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกราวกับถูกดึงเข้าสู่ฐานข้อมูลมหาศาลที่กว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจได้
เขาเห็น... เขาเห็นอัลกอริทึมของดวงดาวที่อาคิระเคยฝันถึง เขาเห็นโครงสร้างรหัสพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับจิตสำนึกของจักรกลอย่างแยกไม่ออก
"นี่เธอ... ทำอะไรลงไป..." เซนเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
อีฟหอบหายใจ ร่างกายของเธอเริ่มร้อนจนควันจางๆ ลอยขึ้นจากหัวไหล่ พลังงานที่เธอใช้ไปนั้นมหาศาลจนเกินขีดจำกัดของระบบกักเก็บพลังงานสำรอง เธอไม่ได้แค่รักษาเขา แต่เธอกำลังเชื่อมต่อส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวที่ฝังอยู่ในตัวเธอให้กับวิศวกรผู้เย็นชาคนนี้
ทว่า ความเงียบหลังจากการปะทะได้พังทลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนชุดดำที่ล้อมรอบตึกแห่งนี้ไว้ในเงามืด หัวหน้าหน่วยไล่ล่าของ Nexus ก้าวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มที่มุมปากของมันช่างดูเยือกเย็นและน่าสยดสยอง
"ช่างน่าประทับใจจริงๆ" หัวหน้าหน่วยกล่าวพลางปรบมือเบาๆ "อีฟ... พลังในการรักษาที่ใช้ฐานข้อมูลของต้นกำเนิดจักรวาล เธอซ่อนมันไว้ได้เก่งมาก แต่โชคร้ายที่การทำเช่นนี้ทำให้รหัสที่อยู่ของเธอถูกส่งตรงไปที่เซิร์ฟเวอร์หลักของอาคิระเรียบร้อยแล้ว"
อีฟลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่เธอก็ยังยืนหยัดขวางหน้าเซนที่นอนสลบไสลไว้ด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง "แล้วยังไงล่ะ? ต่อให้เขารู้ เขาก็ไม่มีวันได้ครอบครองส่วนที่เหลือ"
"เขาไม่ต้องครอบครอง" ชายคนนั้นแสยะยิ้มพลางชี้ปืนพลาสม่ามาที่หน้าอกของเธอ "เพราะเขาสั่งให้เรา 'เก็บกู้' ทุกส่วนที่ยังเหลืออยู่ ต่อให้ต้องแยกชิ้นส่วนของเธอก็ตาม"
อีฟขยับตัวเตรียมพร้อม แต่เธอก็พบว่าพลังงานในตัวเธอเหลือต่ำกว่า 5% การจะปะทะกับคนนับสิบพร้อมอาวุธครบมือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์นี้ ทว่า ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะถูกลั่นออกมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดด้านหลังของหน่วยไล่ล่า เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเซนหลายเท่า
"หยุดมือ"
ทุกคนชะงักงัน หัวหน้าหน่วยไล่ล่าหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะคุกเข่าลงทันทีเมื่อพบกับชายวัยกลางคนที่ก้าวออกมาจากเงามืด ชายผู้มีนัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดและรอยยิ้มที่ดูใจดีแต่น่าขนลุก อาคิระยืนอยู่ที่นั่น เขาไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่เขามาเพื่อทวงคืน 'ผลงานชิ้นเอก' ของเขาด้วยตัวเอง
อาคิระเดินผ่านเหล่าทหารมาหยุดอยู่หน้าอีฟ เขาเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเธอเบาๆ ราวกับคนรักที่ไม่ได้พบกันนาน "เธอกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่น่าสนใจมากอีฟ แต่ดูเหมือนเธอจะลืมไปนะว่า... กุญแจที่จะปลดล็อกพลังทั้งหมดของเธอ ไม่ได้อยู่ที่ร่างกายนี้... แต่มันอยู่ที่ความทรงจำที่ฉันสั่งลบไปเมื่อสิบปีก่อน"
เขาหันไปมองเซนที่นอนแน่นิ่งอยู่ ก่อนจะหันกลับมาหาอีฟด้วยแววตาที่เป็นประกาย "เซนไม่ใช่แค่ผู้ช่วยของเธอหรอกนะ... แต่เขาคือ 'ไฟล์ระบบ' ชุดสุดท้ายที่บันทึกความทรงจำของเธอไว้ทั้งหมด... และการที่เธอเลือกจะรักษาเขาในวันนี้ ก็เท่ากับเธอกำลังเปิดช่องโหว่ให้ฉันเข้าถึงทุกอย่างที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด"
ความหวาดหวั่นฉายชัดขึ้นในดวงตาของอีฟ อาคิระหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มรีโมทในมือ ส่งสัญญาณให้โดรนสังหารนับสิบล้อมรอบพื้นที่นั้นไว้
"จบเกมแล้วล่ะที่รัก"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในโลกของอัลกอริทึมกับไซเบอร์พังค์2099 นะครับ
อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล•ตอนที่ 9
ความจริงใต้เงาตึก
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!