อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล•ตอนที่ 21

ก่อนพายุจะเข้า

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
“บอกผมมา... ว่านี่คือเรื่องโกหก” เสียงของเซนแหบพร่าราวกับเศษแก้วบาดลึกอยู่ในลำคอ ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังรูปถ่ายใบเก่าที่สั่นไหวอยู่ในมือของอาคิระ ภาพพิมพ์เขียวลายเส้นสีครามที่จางลงตามกาลเวลาในมืออีกข้างหนึ่งของประธาน Nexus สะท้อนเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของหุ่นยนต์สาวที่ยืนอยู่ข้างกาย อีฟนิ่งนิ่งสนิท ราวกับระบบประมวลผลภายในของเธอหยุดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอกะพริบถี่ผิดปกติ ก่อนจะหันมามองเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ “โลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคำโกหกหรอกครับเซน” อาคิระหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงพลัง “นายคิดว่าความฉลาดของอีฟมาจากไหน? การเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด? การตระหนักรู้ในตัวเอง? นายคิดว่าวิศวกรกระจอกๆ อย่างพ่อนายสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้ในโรงรถที่ผุพังงั้นหรือ? ไม่เลย... พ่อของนายคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของโปรเจกต์ Genesis ต่างหาก” เซนกระชากปกเสื้อของอาคิระเข้าหาตัว แรงมหาศาลจากแขนจักรกลที่เขาดัดแปลงขึ้นเองบีบจนอาคิระหน้าเปลี่ยนสี แต่ประธาน Nexus กลับไม่สะทกสะท้าน เขายังคงยิ้มมุมปากราวกับกำลังดูการแสดงละครสัตว์ที่น่าสมเพช “อย่าได้เอาชื่อพ่อฉันมาอ้าง” เซนกัดฟันกรอด “เขาไม่ได้สร้างอาวุธ เขาแค่ต้องการสร้างสิ่งที่ปกป้องมนุษย์ได้” “แต่นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของหายนะ” อาคิระผลักเซนออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปหาอีฟ “อีฟ... เธอยังไม่เข้าใจสินะว่าทำไมหน่วยความจำส่วนลึกของเธอถึงถูกล็อคไว้ด้วยรหัสพันธุกรรมของครอบครัวเด็กคนนั้น เพราะเธอคือ ‘ภาชนะ’ ใบแรกที่บรรจุจิตสำนึกของมนุษย์คนแรกที่ตายไปจริงๆ ไงล่ะ และคนคนนั้น... ก็คือพี่สาวที่หายสาบสูญไปของเซน” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและโอโซน อีฟก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือของเธอสั่นเทา เธอพยายามดึงข้อมูลที่ถูกปิดกั้นออกมา แต่สิ่งที่ปรากฏกลับมีเพียงภาพของเด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวที่ยืนเคียงข้างเธอในรูปถ่ายใบนั้น... เด็กคนเดียวกับที่ควรจะตายไปพร้อมกับบ้านที่ถูกระเบิดเมื่อสิบปีก่อน เซนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาไม่ได้ต้องการคำตอบนี้ เขาแค่ต้องการทวงคืนความยุติธรรม แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าสิ่งที่เขาปกป้องมาตลอดอาจจะเป็นคนเดียวกับที่เขาเคยมองหาในกองเพลิง “เราต้องเริ่มแผนบุกฐานบัญชาการคืนนี้” เซนพูดขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาเย็นชาจนน่ากลัว เขาไม่สนแล้วว่าอดีตจะเน่าเฟะแค่ไหน สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการทำลาย Nexus ให้ย่อยยับ “ถ้าอาคิระต้องการให้เราเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ เราก็จะเผาเกมกระดานของมันทิ้งเสีย” อีฟเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากสีฟ้าอ่อนเป็นสีแดงก่ำชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เธอไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ถามต่อ สิ่งที่เธอทำคือการหยิบปืนพลาสม่าคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบกระสุน “ถ้าเป้าหมายคือการทำลายรหัสพันธุกรรมที่ผูกมัดฉันไว้กับอดีต การบุกในคืนนี้คือทางเลือกเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุดค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง ‘ครับ’” เซนชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ทักท้วง เขาหันไปตรวจเช็คระเบิด EMP ที่เตรียมไว้ ทั้งสองเตรียมตัวในความเงียบ ภายในห้องเก็บอาวุธที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สงคราม แสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ตามจังหวะของพายุไฟฟ้าที่ก่อตัวขึ้นภายนอกอาคาร “เซน” อีฟเอ่ยขึ้นในจังหวะที่เซนกำลังสวมถุงมือเหล็ก “ถ้าฉันไม่ใช่ฉันอย่างที่นายคิด... ถ้านายรู้ว่าภายใต้โครงเหล็กนี้มีแค่ความทรงจำของคนแปลกหน้า นายจะยังคงยิงฉันทิ้งเพื่อจบเรื่องนี้ไหม?” เซนหยุดมือที่กำลังป้อนกระสุน เขาหันมาสบตาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาแบบที่เคยมี แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “สำหรับฉัน... เธอคืออีฟ ไม่ใช่ความทรงจำของใครทั้งนั้น และถ้าจะมีใครสักคนต้องจบเรื่องนี้ด้วยกระสุนนัดเดียว ฉันจะเป็นคนกดไกนั้นเอง เพื่อให้เธอกลายเป็นอิสระจริงๆ” อีฟมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ทั้งสองยืนอยู่หน้าประตูทางออกที่เชื่อมต่อกับฐานบัญชาการ Nexus ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวง ในฐานนั้นคือความลับทั้งหมดของมนุษยชาติที่ถูกจองจำไว้ในชิปประมวลผลนับล้านตัว ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ เสียงไซเรนแหลมสูงกรีดร้องทำลายความเงียบของค่ำคืน หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องแล็บเด้งขึ้นมาพร้อมกับภาพของอาคิระที่ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ของ Nexus เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนก แต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม “เซน... ฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่ง” เสียงของอาคิระผ่านลำโพงดังชัดเจน “ก่อนที่นายจะก้าวเข้ามาที่นี่ ฉันได้อัปโหลดไวรัสตัวหนึ่งเข้าสู่ระบบประสาทของอีฟแล้ว มันไม่ใช่ไวรัสที่จะทำลายเธอ แต่มันคือ ‘กุญแจ’... กุญแจที่จะเปลี่ยนร่างของเธอให้กลายเป็น ‘คีย์หลัก’ สำหรับการรีเซ็ตจิตสำนึกมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ผ่านโครงข่ายดาวเทียม” เซนรีบหันไปมองอีฟทันที ร่างของเธอเริ่มสั่นสะท้าน แสงสีฟ้าค่อยๆ ไหลผ่านเส้นสายเคเบิลใต้ผิวหนังของเธอราวกับลาวาที่กำลังเดือดพล่าน “อีฟ! ถอดสายเชื่อมต่อออกเดี๋ยวนี้!” เซนตะโกนพลางพุ่งเข้าไปหา แต่เขากลับถูกกำแพงเลเซอร์ที่จู่ๆ ก็เปิดขึ้นกั้นขวางไว้ “มันสายไปแล้วครับ” เสียงของอีฟเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงของเธอกลายเป็นเสียงประสานที่เย็นชาและก้องกังวานราวกับเสียงของพระเจ้า “ระบบกำลังเริ่มทำการซิงค์ข้อมูล... เซน... ร่างกายของฉันกำลังถูกเปลี่ยนเป็นเซิร์ฟเวอร์หลักของโลกใบนี้ และนาย... คือคนสุดท้ายที่จะได้เห็นตัวตนของฉันก่อนที่ฉันจะกลายเป็นของคนทั้งโลก” อีฟยกมือขึ้นช้าๆ ปืนในมือของเธอตกลงพื้น เธอหันมามองเซนด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากพื้นโดยมีแสงสีทองพุ่งออกมาจากร่างกายของเธอราวกับเทวทูตที่กำลังจะสูญสลาย ในวินาทีนั้นเอง ประตูนิรภัยข้างหลังเซนก็พังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังหุ่นยนต์พิฆาตรุ่นใหม่นับร้อยที่ก้าวออกมาจากเงามืด... ทั้งหมดหันกระบอกปืนมาที่เซนเพียงคนเดียว นี่คือบททดสอบสุดท้ายที่เซนไม่เคยเตรียมตัวรับมือมาก่อน และในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดแรกกำลังจะพุ่งออกจากปากกระบอกปืน อีฟก็หันมาพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเซนแทบหยุดเต้น "ถ้าฉันตายในร่างนี้... จงอย่าลืมว่าความรักที่ฉันมอบให้นายคือสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถูกเขียนด้วยโค้ดคำสั่งครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซนและอีฟนะครับ ไซเบอร์พังค์2099 จะกลับมาในตอนหน้าเพื่อสรุปชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งดวงดาว: ปฏิวัติจิตจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%