แรงกระแทกจากส้นสูงของรินรดาที่เหยียบลงบนแผ่นกระเบื้องเคลือบราคาแพงในล็อบบี้สำนักงานใหญ่ ทำให้เสียงฝนที่กำลังกระหน่ำซัดสาดอยู่นอกกระจกบานสูงตระหง่านกลายเป็นเพียงเสียงประกอบฉากอันเลื่อนลอย น้ำสีขุ่นข้นทะลักผ่านแนวกันกระสอบทรายหน้าประตูเข้ามาทีละน้อย กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและท่อระบายน้ำที่รับไม่ไหวตีฟุ้งขึ้นมาปะปะทะปลายจมูก สถาปัตยกรรมกระจกและเหล็กกล้าอันหรูหราที่ถูกยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ ยามนี้กำลังกลายเป็นกรงขังที่เปียกชื้นและไร้ทางสู้
ธันวายังคงยืนนิ่งอยู่ที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ สายตาคมกริบทอดมองออกไปเบื้องล่าง ถนนสายธุรกิจที่เคยคับคั่งด้วยรถยนต์หรู บัดนี้กลายเป็นคลองสีชาขนาดย่อม ระดับน้ำสูงขึ้นจนเลยครึ่งล้อรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม ไม่ใช่ความสะใจ แต่มันคือรอยยิ้มของความจริงที่มักจะตบหน้าทฤษฎีบนกระดาษวาดเขียนเสมอ
"คุณยังใจเย็นอยู่ได้ยังไงในเมื่อห้องใต้ดินของโครงการเรากำลังจะกลายเป็นสุสานของเอกสารประเมินราคา มูลค่าหลายร้อยล้านกำลังจมน้ำนะครับคุณธันวา" เสียงของรินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสความกดดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เธอไม่ได้สวมมาดผู้บริหารผู้เยือกเย็นอย่างไร้รอยตำหนิอีกต่อไป ปอยผมที่ลู่แนบกรอบหน้าและรอยเปื้อนโคลนจางๆ ที่ปลายชายกระโปรงสูทราคาแพง ทำให้เธอดูลึกลงไปในมิติของความเป็นมนุษย์ที่ถูกบีั้นคั้นด้วยสถานการณ์
ธันวาหมุนตัวกลับช้าๆ เขายังคงไม่ตอบคำถามนั้นทันที นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบกระจกเบาๆ เป็นจังหวะ
"เงินหลายร้อยล้านที่คุณพูดถึง มันถูกถมลงไปบนพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติที่ถูกปิดตายเมื่อสิบปีก่อนต่างหากล่ะครับคุณรินรดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "ผังเมืองที่คุณภาคภูมิใจนักหนาว่าเฉียบคมในเชิงพาณิชย์ ลืมคำนวณไปว่าสายน้ำมันมีความทรงจำของมันเอง เมื่อเราสร้างตึกขวางทางมัน มันก็แค่ทวงพื้นที่คืน... ก็เท่านั้น"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยืนประจันหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่ถึงก้าว แววตาของหญิงสาวไหววูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความเสียหายทางธุรกิจ แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ถูกตอกย้ำด้วยน้ำมือของคนที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็น 'คนเพ้อฝัน'
"ถ้างั้น ในฐานะสถาปนิกผู้ทรงคุณธรรม คุณมีทางเลือกอะไรนอกจากยืนมองมันพังทลายล่ะคะ" รินรดาเน้นเสียงคำว่า 'นะคะ' อย่างประชดประชันเล็กน้อย เพื่อดึงสติของตัวเองกลับคืนมา
"มีสิครับ" ธันวาตอบทันควัน แววตาคมกริบเป็นประกายขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัวของโถงอาคารที่ไฟสำรองเริ่มกะพริบ "ถ้าคุณกล้าพอที่จะทิ้งผลกำไรระยะสั้น แล้วยอมให้ผมรื้อทางเดินเชื่อมชั้นใต้ดินเพื่อทำเป็นแก้มลิงชั่วคราว เราอาจจะช่วยชีวิตคนนับร้อยที่ติดอยู่บนตึกแถวฝั่งตรงข้ามได้... และในขณะเดียวกัน ก็ช่วยเซฟโครงสร้างหลักของตึกนี้ไม่ให้ทรุดตัวจากการกัดเซาะของกระแสน้ำวน"
เงียบ... มีเพียงเสียงฟ้าผ่าคำรามก้องสะเทือนกระจกอาคาร รินรดานิ่งงังไปชั่ววินาที สมองอันเฉียบแหลมของนักบริหารคำนวณตัวเลขความเสียหายมหาศาลฃการรื้อทางเดินเชื่อมหมายถึงการหยุดชะงักของธุรกิจ แต่การปฏิเสธหมายถึงการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติและอีโก้ของตัวเอง
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา ที่นั่นไม่มีความลังเล มีเพียงอุดมการณ์ที่สطุกโชนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
"ถ้าโครงสร้างนี้ทรุด ตัวเลขในบัญชีของฉันจะกลายเป็นศูนย์ทันที... คุณกำลังเล่นการพนันที่เดิมพันด้วยกระดูกสันหลังของบริษัทฉันนะคะคุณธันวา" รินรดากระซิบ เสียงของเธอนุ่มลง แฝงความท้าทายที่ร้อนแรงไม่แพ้เปลวไฟ
"ผมไม่ได้เล่นการพนันครับคุณรินรดา ผมกำลังออกแบบ... บนซากปรักหักพังที่คุณสร้างขึ้นต่างหาก" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้า ชายหนุ่มไม่ได้สัมผัสโดนตัวเธอ แต่กิริยานั้นชัดเจนพอที่จะบอกว่า เขากำลังรอการตัดสินใจ
รินรดาลอบหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความอับชื้นและความเครียดถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจบางอย่างที่เธอก็ไม่อาจนิยาม เธอเป็นผู้หญิงที่เกลียดความเสี่ยงที่สุดในโลก แต่ยามนี้ เธอกลับอยากกระโจนลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกรากนั้นเคียงข้างผู้ชายปากร้ายคนนี้
หญิงสาววางมือเรียวลงบนฝ่ามือของธันวาอย่างเด็ดเดี่ยว แรงบีบกระชับที่ตอบรับกลับมานั้นหนักแน่นและทรงพลัง ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงกันมุ่งหน้าลงสู่ชั้นใต้ดินที่น้ำกำลังเอ่อล้น โดยไม่รู้เลยว่า เบื้องล่างที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกระแสน้ำวนนั้น ไม่ได้มีแค่ความเสียหายจากภัยธรรมชาติรอพวกเขาอยู่...
เมื่อประตูลิฟต์ฉุกเฉินเปิดออก กลิ่นอับชื้นมิได้มาจากโคลนตม แต่เป็นกลิ่นฉุนของสารเคมีบางชนิดที่ถูกซุกซ่อนไว้ ธันวาชะงักฝีเท้าเมื่อแสงไฟฉายจากมือถือสาดกระทบเข้ากับ "ท่อระบายน้ำลับ" ที่ไม่ควรมีอยู่ในแบบแปลนทางวิศวกรรมของอาคารนี้ รินรดาขมวดคิ้วแน่นเมื่อก้าวเข้ามาใกล้ และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลางกองขยะที่ลอยมากับน้ำ ก็คือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลนับสิบแฟ้มที่ลอยคว้งอยู่ พร้อมกับร่างไร้สติของชายคนหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าจมน้ำอยู่ใกล้กับท่อระบายน้ำปริศนานั้น!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสายฝนและรอยร้าวของเมืองใหญ่ไปด้วยกันนะครับ
--- "คนมองเมือง"
สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง•ตอนที่ 8
ท่ามกลางพายุฝนในเมืองหลวง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!