"คุณกำลังบอกว่า ตัวเลขการเติบโตสามร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เราแถลงไปเมื่อไตรมาสก่อน มันแลกมาด้วยการสูญเสียพื้นที่รองรับน้ำของชุมชนแออัดเขตแปดอย่างนั้นหรือครับ คุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของประธานกรรมการบริหารดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ถูกย้อมด้วยแสงสีฟ้าอมเทาจากจอโปรเจกต์เตอร์ แสงนั้นสะท้อนลงบนใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุดันของธันวา สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการทำงานข้ามคืน
บนโต๊ะประชุมหินอ่อนขัดมัน เอกสารรายงานวิจัยผังเมืองฉบับหนากว่าสองร้อยหน้าถูกกางแผ่หลา มันคือผลลัพธ์จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลตลอดหเดือนที่ผ่านมา ตัวเลข กราฟ และภาพถ่ายทางอากาศถูกเรียบเรียงขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อพิสูจน์ความจริงที่ว่า โครงการมิกซ์ยูสลักชัวรีมูลค่าหมื่นล้านกำลังจะกลายเป็น "ฆาตกรเงียบ" ที่ผลักภาระน้ำท่วมและความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้คนท้องถิ่น
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขายกกาแฟดำที่เย็นชืดขึ้นจิบเล็กน้อย สายตากวาดมองผู้บริหารระดับสูงนับสิบชีวิตที่นั่งล้อมรอบ บางคนหลบตา บางคนทำหน้าเบื่อหน่าย และบางคน...กำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง
"ตัวเลขไม่เคยโกหกครับท่านประธาน..." ธันวาวางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบกับจานรองดัง "กริ๊ก" ชัดเจนท่ามกลางความเงียบ "แต่คนที่ถือตัวเลขต่างหาก... ที่เลือกจะโกหกโดยการซ่อนความจริงบางส่วนไว้"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เลื่อนไฟล์พรีเซนเทชันไปยังสไลด์ถัดไป แผนที่ดิจิทัลแสดงพื้นที่สีเขียวที่ถูกถมทับด้วยคอนกรีตสูงเสียดฟ้า
"พวกคุณพูดถึงตัวเลขกำไร การันตีผลตอบแทนนักลงทุน และอัตราการใช้พื้นที่ต่อตารางเมตรอย่างภาคภูมิใจ แต่ในขณะเดียวกัน... ครอบครัวสามร้อยหลังคาเรือนในชุมชนรอบโครงการกำลังจะกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เพราะระบบระบายน้ำใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อผันน้ำออกจากโครงการเรา ไปท่วมบ้านของพวกเขาแทน"
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นในห้องประชุม ทว่าธันวาไม่สนใจ เขารู้ดีว่ากำลังเอาอนาคตในวิชาชีพมาเดิมพัน การชนกับทุนใหญ่โดยใช้ความจริงทางวิชาการเป็นอาวุธ ก็ไม่ต่างจากการเอาไข่ไปกระทบหิน แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากกว่าความพ่ายแพ้ คือการหายตัวไปอย่างกะทันหันของรินรดาเมื่อคืนนี้
คำสั่งย้ายด่วนไปต่างจังหวัดที่ถูกส่งตรงถึงโต๊ะของเธอในยามวิกาล เป็นหลักฐานชั้นดีว่า เกมนี้มีผู้เล่นที่สกปรกกว่าที่เขาคิด และรินรดา... ผู้หญิงที่เคยเป็นทั้งคู่ปรับและคู่คิดคนสำคัญ กลายเป็นหมากตัวแรกที่ถูกเขี่ยทิ้งบนกระดาน เพื่อปิดปากไม่ให้ความลับรั่วไหล
"คุณธันวาครับ..." รองประธานฝ่ายกฎหมายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงการข่มขู่ "โปรดระมัดระวังคำพูดของคุณด้วย สิ่งที่คุณกำลังนำเสนอในที่นี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท แต่มันยังเข้าข่ายละเมิดข้อตกลงรักษาความลับทางธุรกิจ ซึ่งมีโทษทางกฎหมายที่รุนแรงมาก"
"กฎหมายเหรอครับ?" ธันวายิ้มเยาะที่มุมปาก แววตาคมกริบฉายแววเย้ยหยัน "กฎหมายที่คุ้มครองเฉพาะคนมีเงินจะซื้อความถูกต้องได้สินะครับ น่าเสียดายที่ในฐานะสถาปนิกและนักผังเมือง จรรยาบรรณของผมไม่ได้ถูกตีราคาเป็นมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนถึงขีดสุด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้บริหารแต่ละคนที่เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังหลุด
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าธันวาจะเปิดฉากแฉเอกสารลับชุดสุดท้าย... ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างไร้เสียงเคารพกติกา
ร่างระหงในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคงและเยือกเย็น เส้นผมยาวถูกรวบเก็บอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้านั้นไร้รอยยิ้ม แต่แววตากลับคมปราบราวกับใบมีดโกน
รินรดา...
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ข้อมูลทั้งหมดบอกว่าเธอควรจะอยู่บนรถไฟหรือรถยนต์ที่มุ่งหน้าไปยังจังหวัดชายแดนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่ใช่มายืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางดงเสือและสิงห์ในห้องประชุมนี้
รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ธันวา เธอมองเขานิ่งนานราวกับจะสื่อสารบางอย่างผ่านความเงียบ ก่อนจะหันไปสบตากับประธานกรรมการบริหารโดยไม่หลบเลี่ยง
"ดิฉันเกรงว่า..." เสียงหวานกังวานทว่าเฉียบขาดดังขึ้น ทำลายความเงียบทั้งหมด "เอกสารที่คุณธันวาพูดถึงเมื่อครู่ จะยังไม่ใช่หลักฐานที่อันตรายที่สุดที่คณะกรรมการบริหารชุดนี้ต้องกังวลหรอกนะคะ"
ประธานกรรมการหน้าเสียเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "คุณรินรดา... คุณควรจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างจังหวัดแล้วนี่ครับ ทำไมถึง..."
"ทำไมดิฉันถึงยังอยู่ที่นี่ เพื่อมาดูจุดจบของคนที่คิดจะโยนความผิดให้คนอื่นน่ะสิคะ" รินรดายกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นสูง เล็กน้อย "คำสั่งย้ายด่วนเมื่อคืน เป็นไอเดียที่ฉลาดมากค่ะท่านประธาน น่าเสียดายที่ดิฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมเดินเข้ามุมมืดเงียบๆ โดยไม่เปิดไฟทิ้งไว้ข้างหลัง"
เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุม วางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าประธานกรรมการบริหารเสียงดัง "ปัง"
"ในแฟ้มนี้ คือบัญชีลับการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของโครงการนี้ ซึ่งมีลายเซ็นของท่านประธานอนุมัติเบิกจ่ายผ่านบริษัทนอมีนีอย่างถูกต้องครบถ้วน" รินรดาคลี่ยิ้มเย็นเยียบ เป็นรอยยิ้มที่ธันวาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน "และที่สำคัญที่สุด... สำเนาชุดนี้ถูกส่งไปยังสำนักข่าวเศรษฐกิจและอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เวลาแปดนาฬิกาสามสิบนาทีที่ผ่านมา... โดยระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ"
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความโกลาหลทันที บรรดาผู้บริหารหน้าถอดสี ลุกขึ้นยืนล้อมวงกันด้วยความตื่นตระหนก เสียงโทรศัพท์มือถือเริ่มสั่นและดังขึ้นระงมราวกับสัญญาณเตือนภัยภัยพิบัติ
ธันวามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ทั้งโล่งใจ และตระหนักได้ทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินกว่าที่ใครจะประเมินค่าต่ำไปได้
รินรดาหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนนิ่งอึ้ง เธอยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างไว้ภายใน
"คุณธันวาคะ..." รินรดากระซิบเบาๆ แต่ดังก้องพอให้เขาได้ยินเพียงคนเดียว ท่ามกลางความวุ่นวายเบื้องหน้า "ทีนี้... เรามาช่วยกันออกแบบเมืองใหม่บนซากปรักหักพังนี้กันเถอะค่ะ"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านแสงเงาและตัวเลขลวงตาเหล่านี้ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง•ตอนที่ 7
ตัวเลขที่ไม่เคยบอกความจริง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!